Home ข้อคิด กาน้ำชาเตือนสติ วิถีข้อคิดของคนฉลาด

กาน้ำชาเตือนสติ วิถีข้อคิดของคนฉลาด

2 second read
0
0

ที่บ้านแห่งหนึ่งมีกาน้ำชาสูงค่า เป็นกาที่ปั้นมาจากดินชนิดพิเศษสุดของประเทศจีนเลยวางไว้หัวเตียงอย่างทะนุถนอม

มีอยู่คืนหนึ่ง ด้วยความไม่ระวัง มือไปปัดโดนฝากาน้ำชากระเด็นตกสู่พื้น ทั้งโกรธทั้งเจ็บใจ เมื่อคิดว่าทำฝาแตกแล้ว จะเก็บกาไว้ให้ดูเจ็บใจเล่นทำไม คิดได้ดังนั้น เลยหยิบกาน้ำชาขว้างออกไปนอกหน้าต่าง

รุ่งเช้าตื่นมาลุกลงจากเตียง

เห็นฝากาน้ำชาหล่นอยู่บนรองเท้านุ่นที่ข้างเตียง ไม่มีอะไรแตกเสียหาย กาน้ำชาก็ขว้างทิ้งไปแล้ว ยิ่งเจ็บใจ เลยกระทืบฝาจนแตกละเอียด

พอตอนสายเดินออกไปนอกบ้าน ปรากฏว่า

กาน้ำชาที่ขว้างออกไปเมื่อคืนนั้น ยังคาอยู่บนต้นไม้ไม่มีอะไรบุบสลาย

เรื่องบางเรื่อง รอคอยสักนิด รอดูสักหน่อย ตรองสักพัก เพราะเรื่องบางเรื่องอาจจะ ไม่ได้เป็นอย่างที่เราเห็นเราเข้าใจ ความวู่วามเปรียบเหมือนปีศาจร้ าย ฝึกให้ใจเย็นไว้หน่อย นั่นคือวิถีของคนฉลาด

ถ้าคุณเป็นคนใจร้อน ชอบโมโหบ่อย บ่นบ่อยๆ ลองดู 10 ข้อนี้ อาจช่วยได้ไม่มากก็น้อย

1. ลองทำหูทวนลม ในระหว่างที่เรากำลังให้เวลาเยียวย า ปัดเป่าความโกรธ อีกฝ่ายอาจ ยั่ ว โ ม โ ห เรามากขึ้นด้วยถ้อยคำ และการกระทำที่หย าบคายเพิ่มเติม ดังนั้นถ้าในสถานการณ์นั้น เราสามารถปิดหู ปิดตาได้ ให้ปิดให้หมด อย่ าฟัง อย่ าเห็นอะไรที่จะบันดาลโทสะเราเพิ่มเติม ตั้งหน้าตั้งตานับเลขไปก่อนค่ะ

2. ลองนับ 1 ถึง 10 เคยได้ยินไหมคะ ว่าเวลาจะช่วยเยียวย าทุกอย่ าง ถ้าเวลาทำให้คนอกหักกลับมาเข้มแข็งเหมือนเดิมได้ เวลาก็ช่วยให้เราใจเย็นลงได้เช่นกันค่ะ วิธีง่ายๆ คือ ก่อนที่เราจะเอ่ยปาก ด่ า หรือเดินเข้าไปทำร้ า ยใครอย่ างที่ ส ม อ ง สั่ง ลองบังคับตัวเองหายใจเข้าออกลึกๆ แล้วนับ 1 ถึง 10 ช้าๆ

สติอยู่ที่ตัวเลขที่นับ ลืมคำพูด และความคิดต่างๆ ที่เข้ามาในหัวเมื่อกี้ออกไปทั้งหมด เหมือนกับการทำสมาธินั่นแหละค่ะ

3. ลองนึกถึงคนอื่น นอกจากตัวเอง เมื่อมีอารมณ์โกรธ เรามักนึกถึงแต่ตัวเอง โดยไม่สนใจผู้อื่น นอกจากไม่สนใจคู่กรณีว่าเขาจะมีเหตุผลใดๆ ที่เราไม่ทราบแล้ว ยังลืมนึกถึงคนที่เรารักอีกมากมาย ที่จะได้รับความเดือดร้อนจากการกระทำของเรา พ่อ แม่ พี่ น้อง ญาติ เพื่อน คนสนิทต่างๆ อาจได้รับความอับอายจากการกระทำที่พวกเขาไม่ได้มีความเกี่ยวข้อง หรืออาจต้องเดือนร้อนดูแล รั ก ษ า พ ย า บ า ล เรา ไปประกันตัวเรา

จากสถานีตำรวจ หรือชดใช้ค่าเสียหายให้กับคู่กรณี ทั้งหมดจะเกิดขึ้นจากความโกรธเพียงเสี้ยววินาทีจริงๆ

4. ลองขอเวลาสงบสติอารมณ์ หากในสถานการณ์ตรงหน้าไม่ช่วยให้เราทำอะไรเหล่านั้นได้ อาจจะลองขอตัวเดินออกไปจากเหตุการณ์นั้น เพื่อหาที่เงียบๆ อยู่คนเดียว หรือกับคนที่เราไว้ใจ

แล้วทำทุกอย่ างตามข้อ 1-4 ที่ผ่านมา อาจใช้เวลา 10-30 นาทีก็ว่าไป บอกคู่กรณีให้เรียบร้อยว่าขอเวลาสักครู่ ให้ต่างคนได้พักหายใจหายคอสักครู่ รับรองว่าสติมาได้แน่ๆ

5. ลองทำอะไรให้ช้าลง เหตุการณ์รุนแรงที่เกิดขึ้น เป็นเพราะเราหุนหันพลันแล่น ปล่อยให้อารมณ์ควบคุมการกระทำทุกอย่ าง โดยไม่ได้ผ่าน ส ม อ ง เพราะฉะนั้นลองทำอะไรให้ช้าลง พูดช้าลง เดินให้ช้าลง ทำช้าลง ต่อให้โกรธแค่ไหนก็ต้องบังคับตัวเองให้พูดช้าลง ทุกๆ คำที่พูดพย าย ามกลั่นกรองคำออกมาจาก ส ม อ ง เสียก่อน ว่าเป็นคำที่เหมาะสมกับสถานการณ์นั้นๆ หรือไม่

พูดไปแล้วจะได้อะไรดีๆ กลับมาหรือไม่ หากพูดเพราะเพียงอารมณ์ เลือกแต่คำหย าบคาย ให้เก็บคำเหล่านั้นไว้ในใจก่อน

6. ลองรู้จัก “ให้อภัย” คำนี้ดูเหมือนย ากสำหรับหลายๆ คน แต่ในเหตุการณ์บางอย่ างที่เล็กน้อย เราสามารถให้อภัยซึ่งกันและกันได้อย่ างง่ายๆ และจะทำให้เรื่องราวปัญหาที่เกิดขึ้นได้รับการแก้ไขได้อย่ างรวดเร็ว เพียงเพราะเรามีใจ “ให้อภัย” ไม่ว่าบริการจะเสิร์ฟอาหารผิด โดนขับรถปาดหน้า หรือโดนคนแปลกหน้าเหยียบเท้า เรื่องเหล่านี้เป็นเรื่องเล็กน้อย

ที่เราสามารถดำเนินชีวิตต่อได้อย่ างมีความสุข หากเราสามารถให้อภัย และปล่อยผ่านกับการกระทำเหล่านี้ไปได้

7. ลอง “ขอโทษ” ใช้ให้เป็น คำง่ายๆ ที่หลายคนมักไม่ค่อยพูด เพราะมีทิฐิสูง การพูดขอโทษไม่ได้หมายความว่าเราเป็นฝ่ายผิดในเหตุการณ์นั้นเสมอไป เราอาจขอโทษที่ทำให้เราทั้งคู่เสียเวลา ขอโทษที่ก่อนหน้านี้แสดงอารมณ์ไม่ดีออกไป ขอโทษที่เมื่อกี้หนีออกมาก่อน

ทุกเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น เราพูดขอโทษได้ เมื่อไรที่เราพูดขอโทษ อีกฝ่ายจะรู้สึกดีขึ้น อารมณ์เย็นขึ้น อาจประนีประนอมได้ง่ายขึ้นด้วย

8. ลองอยู่เฉยๆ ให้กฎหมายจัดการ การใช้อารมณ์อยู่เหนือกฎหมาย คือนิสัยนักเลง บ้านเมืองเรามีกฎหมายที่สามารถเอาผิดผู้ที่กระทำความผิดได้ หากเรามั่นใจว่าเราไม่ได้ทำอะไรผิด เราควรอยู่เฉยๆ นิ่งๆ แล้วรอให้กฎหมายจัดการลงโทษผู้ที่กระทำความผิดเอง เพราะหากเรายิ่งพูด

ยิ่งแสดงออกถึงอารมณ์โกรธมากเท่าไร อาจเสียรูปคดีจนเราต้องชดใช้ค่าเสียหายให้อีกฝ่ายทั้งๆ ที่เราไม่ผิดเมื่อนั้น สังคมเราจะน่าอยู่ หากเราใช้ชีวิตอย่ างมีสตินะคะ “คนไทยต้องรักกัน” ตามคำพ่อสอน จดจำกันให้ดีๆ ค่ะ

ที่มา ขจรศักดิ์ , sanook

Load More Related Articles
Load More By adminsabailey
Load More In ข้อคิด

Check Also

9 สิ่งที่ต้องทำ ถ้าคุณจะเป็น “นายตัวเอง”

หลายคนที่เป็นนายตัวเองไม่ได้ ไม่ใช่เพราะไม่มีความสามารถ แต่เป็นเพราะไม่รู้เคล็ดลับดี ๆ ที่…