Home ข้อคิด ก่อนจะรู้เรื่องคนอื่น ขอให้รู้เรื่องของตัวเราเองก่อน (เขียนเตือนสติคนยุคนี้)

ก่อนจะรู้เรื่องคนอื่น ขอให้รู้เรื่องของตัวเราเองก่อน (เขียนเตือนสติคนยุคนี้)

0 second read
0
0

อย่าเป็นคนที่รู้ทุกเรื่อง ยกเว้นเรื่องของตัวเอง อย่าเป็นคนที่รู้ทุกอย่าง ยกเว้นเรื่องจริง

ในขณะที่เราเปิด เ พ จ ดูว่า ร่างทรงนั้นของจริงไหม เพื่อนเรากำลัง โ พ ส ต์ ข า ย กระเป๋า ที่รับมาจากตลาดได้ 2 ใบกำไร 400 ในขณะที่เรานั่งจิบ เ บี ย ร์ เชียร์บอลหลังเลิกงาน เพื่อนที่ทำงาน ไปเปิดแผง ข า ย เสื้อผ้าที่ตลาดนัด

5 ทุ่มเราขับรถออกไปซื้อมาดื่ มเพิ่ม โดนด่านไป 5 พัน  5 ทุ่มเพื่อนเก็บแผงกลับบ้าน ได้กำไรจาก ข า ย เสื้อผ้า 1,500 ในขณะที่เราเฝ้าลุ้นว่าใคร เป็น ฆ า ต ก ร เป็นคน ร้ า ย เพื่อนได้ทำงานที่หัวหน้ามอบหมายเสร็จแล้ว ในขณะที่เรากำลังพิมพ์เถียง ทะเลาะกับใครก็ไม่รู้ใน เ พ จ เพราะความคิดเห็นไม่ตรงกัน ที่เถียงไปแค่อ ย า ก จะเอาชนะ เพื่อนพิมพ์ตอบลูกค้าที่สั่งซื้อของในแชท เ ฟ ส ได้กำไรมา 3,000

ในขณะที่เราพิมพ์บ่นลงใน เ ฟ ส ว่า ค่าครองชีพแพง เพื่อนพิมพ์ลงกลุ่มซื้อ ข า ย  รองเท้าผ้าใบมือสอง โ พ ส ต์ ข า ย แป็บเดียวกำไร200 บาท ในขณะที่เรา ตามแสดงความคิดเห็นทุกประเด็น ใน เ พ จ ต่างๆ เพื่อนเราเปิด เ พ จ ข า ย ข อ ง เพื่อสร้างช่องทางการตลาดเพิ่ม

ในวันที่เงินเดือนออก เราไปกินร้านบุฟเฟ่ปิ้งย่างสุดหรูในห้าง กลางเดือนกินข้าวแกงข้างทาง ปลายเดือนมา ก็ ม า ม่ า ย า วๆ ขณะที่เพื่อน เอาเงินมาเก็บออมศึกษาช่องทางการลงทุนเพิ่ม กินข้าวแกงข้างทางตลอดเดือน เลยได้รับ ส า ร อ า ห า ร ครบถ้วนตลอดเดือน ทำให้ ส ม อ ง พัฒนา และ ปลอดโปร่งพอที่จะคิดไอเดียดีๆ ออก

ในขณะที่เราเอาแต่บ่นว่าทำไมเงินไม่พอใช้ นี่เงินเดือนหรือเงินทอน เพื่อนคนนั้น กำลังเอาเงินจากการทำงานเสริมเดือนนี้ 20,000 เข้าบัญชี

ทีนี้รู้เรื่องของตัวเองมากกว่าเรื่องของคนอื่นหรือยัง ?  รู้หรือยังว่าทำไมเรายังจนอยู่

เพราะเราทำตัวเราเองทั้งนั้นแหละ เพื่อนคนนั้นมันก็ไม่ได้เก่งกว่าเราหรอก แต่เราต่างหากที่ทำตัวเองกระจอก แล้วก็มัวแต่โทษคนอื่น โทษเกิดมาจน โทษโชคชะตา โทษนายจ้าง โทษทุกคน ยกเว้นโทษตัวเอง

พอเพื่อนเลื่อนตำแหน่งก็หาว่า “ เ ลี ย น า ย ” พอเพื่อนได้ขึ้นเป็นหัวหน้าก็หาว่า “ทิ้งเพื่อน” เพื่อนชวนไป ข า ย ของตลาดนัด “บอกไม่ว่าง” ไม่ว่างหรอ ? เพื่อนแนะนำให้ ข า ย อ อ น ไ ล น์ “บอกไม่มีเงินทุน”

สุดท้ายคุณภาพชีวิตของทั้งสองคนก็ค่อยๆห่างกันออกไป คนหนึ่งมีชีวิตที่ดีขึ้น ไปมีสังคมใหม่ๆที่แวดล้อมไปด้วย “คนขยันทำมาหากิน” อีกคนเอาแต่โทษโชคชะตาฟ้าดิน “โทษว่าเพื่อนได้ดีแล้วทิ้งกัน”

เราเสียเวลาไปกับเรื่องที่ไม่มีประโยชน์ ชีวิตเราจึงไม่มีอะไรดี และ ไม่มีประโยชน์อะไร คนล้มเหลว ทำแต่เรื่องไม่มีประโยชน์ ก็เลยหาประโยชน์อะไรไม่ได้ คนล้มเหลวคิดแต่เรื่องไม่ได้เงิน ชีวิตก็เลยไม่มีเงิน คนล้มเหลว มีแต่เรื่องใช้เงิน แต่ไม่คิดหาเงินเพิ่ม ก็เลยขัดสนอยู่อย่างนั้น

นั่งก้มหน้า อ่ า น แต่ดราม่า เงยหน้ามาอีกที เพื่อนเป็นผู้จัดการแล้ว นั่งก้มหน้ายุ่งแต่เรื่องชาวบ้าน เงยหน้ามาอีกที่ เพื่อนเปิดกิจการเป็นของตัวเองไปแล้ว ก้มหน้านั่งเถียงกับทุกคนที่ไม่เห็นด้วยกับตัวเอง ระวังว่า….เงยหน้าขึ้นมาจะถูกไล่ออก

เชื่อผมเถอะว่า… ไม่มีอะไร เ จ็ บ ป ว ด เท่ากับการที่ อายุ 40-50 เพื่อนมีหน้าที่การงาน ที่มั่นคง ดูแลซัพพอร์ตครอบครัวได้หมด แต่เรายังอยู่ที่เดิม อ ย า ก มีชีวิตแบบไหนเลือกเอาเอง ตัวใครตัวมันอยู่แล้ว

ขอขอบคุณ คุณ สิริทัศน์ สมเสงี่ยม

Load More Related Articles
Load More By adminsabailey
Load More In ข้อคิด

Check Also

8 คำที่ต้องบอกตัวเอง “เมื่อชีวิตเริ่มรู้สึกนอยด์ รู้สึกท้อใจ”

รู้มั้ยว่าสิ่งที่จะทำให้คุณมีความสุขได้อีกอย่างหนึ่งก็คือ การ บอกตัวเอง เพื่อให้รู้สึกดีขึ…