Home ข้อคิด ขอบคุณคำดูถูก ที่เพิ่มพลังบวกให้ชีวิต

ขอบคุณคำดูถูก ที่เพิ่มพลังบวกให้ชีวิต

0 second read
0
0
76

เวลาที่ถูกเหยียดหย าม โดนดู ถู ก โดนปรามาส ถูกมองข้ามอย่ างไร้ตัวตนต่างๆ นานา ให้เข้าใจไว้ว่าท้ั้งหมดเป็นเรื่องธรรมชาติที่แสนจะปรกติธรรมดาอย่ าไปรู้สึกรู้สาอะไรให้เปลืองเวลาและหัวใจ

คนโ ง่เท่านั้นที่จะซ้ำเติมตัวเองด้วยการเอาเรื่องราวดังกล่าวเหล่านั้นมาบั่นเฉือนตัดทอนกำลังใจตัวเองให้แหลกละเอียดไม่มีชิ้นดีเหมือนเอาขยะมาคลุกเคล้าพลอยทำให้เ น่ า เ ห ม็ นสกปรกเปรอะเปื้อน

ผมมีวิธีจัดการอย่ างคนฉลาดเค้าทำกันเราสามารถแปรเปลี่ยนเรื่องแย่ๆ ห่วยๆ เหล่านั้นให้กลายเป็นแรงขับเคลื่อนผลักดันให้ก้าวไปสู่ความสำเร็จได้สบายๆ

ให้คิดง่ายๆ เหมือนเวลาคุณโกยขยะสกปรกที่ไร้ประโยชน์มากมายเข้าสู่เตาเผาสุมไฟให้แรงเข้าไว้ คุณก็จะได้เป็นพลังงานมหาศาลยังไงยังงั้นทีนี้จะเอาไปใช้ทำอะไรที่เกิดประโยชน์ก็ทำไป…ง่ายมั้ย

ในชีวิตของเรา ในสังคมที่เราอาศัยอยู่ มันเป็นเรื่องธรรมดานะครับ ที่ในช่วงเวลาหนึ่งของชีวิตเราอาจจะต้องพบเจอกับคนบางคนที่มีนิสัยที่ชอบดู ถู กคนอื่น ชอบค่อนขอดคนอื่น

ทั้งๆ ที่หากพิจารณาดู เราจะพบว่า คนที่ชอบดู ถู กคนอื่นคนนั้น มีความสามารถ และสติปัญญาด้ อ ยกว่าคนที่เขาไปดู ถู กเสียอีก ที่คนด้ อ ยสติปัญญาเหล่านี้ ชอบดู ถู กคนอื่นก็เพราะว่า…

1) คนเหล่านี้เป็นคนที่เอาความคิดของตัวเองเป็นที่ตั้งมองคนที่คิดต่างจากเขาเป็นคนโ ง่ไปเสียทั้งหมด และมักจะให้ราคากับคนสอพลอที่เออออกับเขาโดยไม่ได้คิดไม่ได้ไตร่ตรองอะไร เลยทำให้เขาหลงลำพอง

ยึดมั่นถือมั่นกับชุดความคิดบิดเบี้ยว โดยที่ไม่เฉลียวใจว่าตนเองต่างหากที่เป็นคนที่เข้าใจผิดๆ มาโดยตลอด การมั่นใจในสิ่งผิดๆ เป็นระยะเวลาอันย าวนาน ท่ามกลางเสียงเชียร์ของคนเมา มันก็ทำให้หลงตัวเอง เผลอทะนงคิดว่าตนเองเป็นคนฉลาด ได้ อ ยู่เหมือนกันนะครับ

2) คนเหล่านี้เป็นคนที่ไม่ยอมเปิดรับมุมมองอะไรใหม่ๆไม่ชอบเรียนรู้อะไรด้วยตนเอง ยึดมั่นถือมั่นกับชุดความรู้ที่เคยเรียนมาเมื่อนานมาแล้ว ยึดติดกับวิธีการเดิมๆ

ที่เคยทำให้ตนเองประสบความสำเร็จในอดีต คือ ชุดความรู้เดิมๆ มันไม่ใช่ว่าผิดหรอกนะครับ มันอาจจะถูก แต่มันถูกในอดีต แต่มันไม่ถูกอีกต่อไปแล้วในปัจจุบัน

และมันอาจจะยิ่งผิดมากขึ้นไปเรื่อยๆ สำหรับอนาคต ถ้าเราเป็นคนที่ยึดติดกับความรู้เดิมๆ ความสำเร็จเก่าๆ แบบลืมหูลืมตา จนตามโลกใบนี้ไม่ทัน เวลาที่เราฟังแนวคิดอะไรใหม่ๆ

ที่เราไม่เข้าใจ เราก็อาจด่วนพิพากษาว่าคนที่พูดเสนอแนวคิดใหม่ๆ นั้นเป็นคนโ ง่ เขากำลังพูดเรื่องโ ง่ๆ อยู่ก็ได้ ทั้งที่จริงๆ แล้ว สิ่งที่เขากำลังพูดอยู่ มันเป็นความรู้ที่ทันสมัยกว่าสิ่งที่เรารู้ เพียงแต่เราไม่มีสติปัญญาที่มากพอที่จะฟังสิ่งที่เขาพูดได้เข้าใจ ก็เท่านั้นเอง

3) คนเหล่านี้เป็นคนที่มีเงิน เข้าถึงทรัพย ากร และมีเครือข่ายอุปถัมภ์ที่มากกว่าคนอื่นๆสิ่งเหล่านี้อาจจะทำให้เขาประสบความสำเร็จขึ้นมา ทั้งๆ ที่เขาไม่ได้มีความรู้

หรือความสามารถอะไรมากนัก จริงๆ แล้วถ้าเขามีความรู้และความสามารถมากสักหน่อย ความสำเร็จที่เกิดขึ้นมันอาจจะมากกว่าความสำเร็จที่เขามีอยู่ในมือตอนนี้ก็ได้ ความได้เปรียบทางสังคมของเขานี่เอง เป็นปัจจัยที่ทำให้เขาหลงตัวเอง คิดว่าตัวเองเป็นคนฉลาดเหนือใครไงล่ะครับ

การคิดเสียว่า คนที่ชอบดู ถู กคนอื่น เป็นพวกที่ไร้สติปัญญา ไม่มีสมอง มันก็พอที่จะปลอบใจตัวเองได้บ้างครับ แต่ว่ามันไม่มีประโยชน์อะไรที่เป็นรูปธรรมเลย

กับการที่พอเราถูกเขาดู ถู กมา ถูกเขาหัวเราะเย าะมา เราก็แอบด่าเขากลับเพื่อให้ตัวเองสบายใจไปวันๆ โอเค! มันทำให้เราสบายใจขึ้น แต่ว่ามันทำให้ชีวิตเราดีขึ้นรึเปล่า ก็เปล่าใช่ไหมครับ

ผมว่าบางทีคนที่มีความสามารถ และสติปัญญาที่ดีกว่า ก็สมควรนะครับ ที่จะถูกคนที่ด้ อ ยกว่าดู ถู ก หรือหัวเราะเย าะ

1) คนที่ฉลาด และเก่งจริงๆ จะไปใส่ใจกับคำค่อนขอด คำดู ถู ก หรือเสียงหัวเราะเย าะของคนที่ด้ อ ยสติปัญญาทำไมกันครับ ถ้าคุณแคร์พฤติก ร ร มแย่ๆ ของคนเหล่านี้ นั่นไม่เท่ากับว่าคุณยอมรับว่าตัวเองเป็นคนห่วยอย่ างที่เขาดู ถู กกันหรอกหรือครับ

คนที่มีความสามารถที่แท้จริง ต้องพิจารณาได้ครับว่า อะไรเป็นความคิดต่างที่มีคุณค่า และเราควรจะต้องฉุกคิดรับฟัง อะไรเป็นคำค่อนขอดที่เราไม่ควรไปให้ราคา

อะไรเป็นความคิดเห็นสนับสนุนที่เราสามารถนำไปขย ายผลในสิ่งที่เราทำให้มันยิ่งใหญ่ขึ้นได้ และอะไรเป็นแค่การประจบสอพลอที่เปล่าประโยชน์ ที่เราควรจะลืมให้เร็วที่สุด

ถ้าคุณปล่อยให้คุณค่าของตัวคุณเองลดลง เพียงเพราะไปใส่ใจกับคำพูดดู ถู กของคนที่ด้ อ ยสติปัญญา คุณก็สมควรที่จะถูกดู ถู กแล้วล่ะครับ

2) คนที่ฉลาด และเก่งจริงๆ ใครที่ไหน เขานั่งเฉยๆ ให้คนอื่นเขาเย าะเย้ย คนที่เก่ง และมีความสามารถจริง เขาต้องลุกขึ้นมาลงมือทำ ลุกขึ้นมาทำในสิ่งที่ตนเองคิดดีแล้วว่ามันถูกต้องอย่ างสุดความสามารถ อย่ างไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อย พร้อมที่จะทุ่มเทแรงกาย แรงใจทั้งหมดในการพิสูจน์ความสามารถของตัวเอง แบบไม่ย่อท้อต่ออุปสรรคใดๆ

ไม่มีรถ ก็วิ่ง วิ่งไม่ได้ก็เดิน เดินไม่ได้ก็คลาน ผมรู้ครับว่ามันเหนื่อย และบางครั้งเวลาที่เราเปรียบเทียบกับคนด้ อ ยสติปัญญาบางคนที่มีเงินมากกว่าเรา

รู้จักคนมากกว่าเรา อยู่ในสถานะที่ได้เปรียบเราทุกอย่ าง เราอาจจะท้อบ้าง รู้สึกน้อยใจในวาสนาของตัวเองบ้าง ว่าทำไมเราถึงไม่มีเงิน ไม่มีใครมาช่วยมากมายแบบคนๆ นั้น คือ คุณท้อได้ครับ น้อยใจได้ครับ แต่ต้องลืมมันให้เร็วที่สุดให้ได้ แล้วมาลุยสู้ต่อ

ถ้าคุณเป็นคนที่คิดน้อยใจ แล้วท้อแท้ยอมแพ้ เลิกล้มความตั่งใจ นั่นก็แสดงว่าคุณเป็นคนที่สมควรให้คนอื่นดู ถู กจริงๆ นั่นแหละครับ คนที่จะได้รับการยอมรับว่าเก่งจริง

จะต้องเป็นคนที่เก่งที่จะเอาชนะอุปสรรค เก่งที่จะอดทนต่อสู้ไม่ยอมแพ้ เก่งที่จะเผชิญหน้ากับข้อจำกัดทุกอย่ างครับ ไม่มีอะไรที่จะหยุดให้เขาไม่ลงมือทำได้ครับ

ที่มา : liekr

Load More Related Articles
Load More By songyim songyim
Load More In ข้อคิด

Check Also

4 อย่างนี้อย่าทำ เมื่อจากกันไปเเล้ว

เมื่อความสัมพันธ์ต้องจบลง บางคู่ก็แยกทางกันด้วยดี บางคู่ก็จบด้วยความรู้สึก โกรธ เกลียด ไม่…