Home ข้อคิด ข้อคิดสอนชีวิตดีมาก เรื่องของ “หนูกัดหิน”

ข้อคิดสอนชีวิตดีมาก เรื่องของ “หนูกัดหิน”

1 second read
0
1

กาลครั้งหนึ่ง มีเศรษฐีอยู่ผู้เขาหนึ่งมีลูกชายเป็นคนไม่รักดี

ชอบแต่ที่จะ เที่ยว กิน เล่น เลี้ยงเพื่อนฝูง

ไม่เคยนึกที่จะทำมาหากินเลย บิดามารดาจะว่ากล่าวตักเตือนอย่างไรก็หาได้เชื่อฟังไม่

ในที่สุดเศรษฐีคนนั้นก็ ต ร อ ม ใ จ ต า ย แต่ก่อนที่จะ ต า ยไปนั้นได้เอาเงินกับทองใส่ไว้ในตุ่มอย่างละตุ่มฝังไว้

และด้วยคุณงามความดีเขาที่ได้สั่งสมมา ส่งผลให้เศรษฐีได้ ไปเกิดเป็น เ ท ว ด า

ส่วนลูกของเศรษฐีเมื่อบิดามารดา ต า ย ไปแล้วก็ยิ่งได้ใจใหญ่

เอาแต่ใช้เงินเลี้ยงเพื่อน เที่ยวเตร่ เ ส เ พ ล สนุกสนานไปวันๆ ใช้เวลาไม่นานเงินก็หมดลง

เพื่อนฝูงที่เคยห้อมล้อมไปมาหาสู่ก็หายหน้าไปทีละคน

ต่อมาวันหนึ่งได้มีเพื่อนมาชวนไปกินเลี้ยงกันตามปกติ

โดยได้กำชับกับลูกเศรษฐีตก ย า ก ว่า ถ้าคิดจะไปกินเลี้ยงจริงๆ ก็ให้เอาไก่ไปร่วมในการกินเลี้ยงด้วยตัวหนึ่ง

ลูกเศรษฐี อ ย าก ไปกินเลี้ยงมาก ถึงแม้ตนจะไม่มีเงินแล้ว

ก็ยัง ดิ้ น ร น ขวนขวายหาไก่ ได้ตัวหนึ่งมาจนได้

แล้วจึงจัดการ ล ว ก น้ำร้อน ถ อ น ขนออก แล้วห่อใบตองเตรียมตัวที่จะไปร่วมงานกินเลี้ยง

ครั้นออกเดินมาได้สักครู่หนึ่ง

เพราะความเหน็ดเหนื่อยจึงแวะพักใต้ต้นไม้ที่อยู่ข้างทาง

แล้วเผลอหลับไป บังเอิญในที่นั้นมี กาตัวหนึ่งเกาะอยู่บนต้นไม้ ได้กลิ่นเนื้อไก่โชยออกมาจากใบตอง

มันจึงบินลงมา โ ฉ บ เอาห่อใบตองไปเขาจึงต้องไปงานกินเลี้ยงมือเปล่า

พอเดินทางมาถึงบ้านเพื่อนที่นัดกินเลี้ยงกันไว้ก็เล่าให้เพื่อนๆฟัง

แต่กลับไม่มีใครเชื่อในคำพูดของเขาเลย

ต่างคนก็ต่างคิดว่าเขาคงไม่มีปัญญาหาไก่มา จึงแต่งเรื่องขึ้นมาแก้ตัว

แถมเขายังถูกเพื่อนฝูงในงานพูดจา เ ย า ะ เ ย้ ย ถ ากถาง เอาเสียอีกด้วย

ว่าไม่มีปัญญาหาไก่มา แล้วยังไปโทษกาอีก

ลูกเศรษฐีทั้ง เ จ็ บ ใ จ และอาย ตัดสินใจที่จะไม่ไปร่วมวงกินเลี้ยงด้วย

รีบเดินทางกลับมาบ้าน เมื่อถึงบ้านแล้วก็ยังน้อยใจไม่หาย

นึกถึงเมื่อสมัยอดีตที่ตนมั่งมี มีเพื่อนฝูงล้อมหน้า ล้อมหลัง

แล้วก็บังเกิดความเสียใจกินไม่ได้ นอนไม่ ห ลั บ ร่างก า ยก็ผ่าย ผ อ ม ลง

ฝ่าย เ ท ว ด า พ่อแม่เห็นอาการของลูกดังนั้น ก็อดที่จะสงสารเสียไม่ได้ จึงมาเข้าฝั น ลูกว่า

“นั่นแหละลูกเอ๋ย เมื่อพ่อแม่ยังอยู่ก็ได้สอนเจ้าไปแล้ว

เรื่องการใช้เงินใช้ทอง เมื่อ ย า ม ลำบาก ย า ก จน

ใครเขาจะมานับถือเจ้า พูดเรื่องจริงก็เป็น ห ล อ ก ไปได้

ขอให้เจ้าจงรู้สึกตัวและให้ปรับปรุงตัวเสียใหม่ พ่อแม่จะช่วยเจ้าเอง”

ในความฝันนั้นเองลูกเศรษฐีก็คิดได้ จึงได้ออกปากสัญญากับพ่อแม่ว่า

ต่อไปนี้จะเลิกประพฤติตัวเช่นเดิม แล้วจะปรับปรุงตัว

จะตั้งใจทำมาหากิน ก่อร่างสร้างตัว เลี้ยงตัวให้มีเงินพอ จะไม่ยอมให้ใครมาดูถูกตนได้อีกต่อไป

เมื่อ เ ท ว ด า พ่อแม่ได้ฟังดังนั้นจากลูกก็พอใจเป็นยิ่งนัก เมื่อลูกสัญญาว่าจะกลับตัว

เป็นคนดีจึงได้บอกที่ซ่อนของตุ่มเงินและตุ่มทองให้ในฝันนั้นเอง

พอลืมตาตื่นขึ้นมา

ลูกเศรษฐีก็รีบไปขุดหาตุ่มเงินตุ่มทองตามในฝัน ก็พบตุ่มเงินตุ่มทองจริงตามความฝัน

จึงได้นำเงินในตุ่มมาทำทุนตั้งอกตั้งใจทำมาหากินอย่างขยันขันแข็ง ไม่นานก็กลับฟื้นตัวขึ้นมาได้

พอมีฐานะกลับขึ้นมาอีก เพื่อนที่เคยหนีหายไป ก็เริ่มกลับเข้ามาคบค้าสมาคมเพิ่มขึ้นทุกวัน

ลูกเศรษฐียังคงจดจำวันที่ถูกเพื่อนฝูง เ ย า ะ เ ย้ ย ได้ไม่ลืมเลือน

อยู่มาวันหนึ่งลูกเศรษฐีได้เห็นโอกาสจึงชวนเพื่อนมากินเลี้ยง เหมือนเมื่อยังร่ำรวยอย่างแต่ก่อน

เพื่อนฝูงต่างก็มากันพร้อมหน้าพร้อมตากัน และในขณะที่กินเลี้ยงกันอยู่อย่างสนุกกสนานเฮฮากันอยู่นั้น

ลูกเศรษฐีได้นำ มี ด เ หี้ ย น ๆที่มีแต่ด้ามเท่านั้น มาให้เพื่อนดูเล่มหนึ่ง พร้อมกับพูดขึ้นมาว่า

“แหมๆมันอัศจรรย์จริงๆ มี ดเล่มนี้เพิ่งซื้อมาใหม่ แท้ๆ

ทิ้งไว้แค่ข้ามคืนหนูกลับมากั ดเสียจนหมดเหลือเท่านี้เอง”

บรรดาเพื่อนฝูงทั้งหลายเมื่อได้ยินดังนั้นก็รับคำเชื่อตามคำพูดนั้น บางคนก็ประสมโรงว่า

“เป็นจริงเหมือนเพื่อนพูดหนูนี่มัน ร้ า ย ก า จ นัก

มี ดของเราก็เคยโดนเหมือนกับเพื่อนเลย เ หี้ ย น เหมือนอย่างนี้ไม่มีผิด”

เพื่อนคนอื่นๆก็พูดว่า “ใช่ ๆ” กันคนละคำสองคำ

ฝ่ายลูกเศรษฐีเมื่อได้ยินดังนั้น ก็คิดขึ้นมาได้ว่า

“ย า ม เมื่อเรา ย า ก จนจะถูกคนดูถูก ถ้อยคำที่พูดออกมาก็ไม่มีน้ำหนัก

ต่อให้พูดความจริงก็ยังไม่มีคนเชื่อ แต่เมื่อถึง ย า ม มั่งมีร่ำรวย

จะพูดอย่างไรจริงหรือเท็จก็มีคนยอมรับเชื่อถือ”

 

ขอขอบคุณ fablecentral

Load More Related Articles
Load More By adminsabailey
Load More In ข้อคิด

Check Also

9 สิ่งที่ต้องทำ ถ้าคุณจะเป็น “นายตัวเอง”

หลายคนที่เป็นนายตัวเองไม่ได้ ไม่ใช่เพราะไม่มีความสามารถ แต่เป็นเพราะไม่รู้เคล็ดลับดี ๆ ที่…