Home ข้อคิด คนที่เงินเดือนน้อย “แต่มีเงินเก็บ” เพราะเขาทำแบบนี้

คนที่เงินเดือนน้อย “แต่มีเงินเก็บ” เพราะเขาทำแบบนี้

5 second read
0
0

ในยุคนี้ เรามักจะพบเจอ กับความเห็นต่างทางความคิดของคนรุ่นใหม่ และคนรุ่นเดิมแทบ จะทุกมิติของการใช้ชีวิต เรียกได้ว่าเป็นยุคเปลี่ยน ผ่านทางความคิดอย่างแท้จริง อย่างเรื่องการเงินในครอบครัว ก็ถือเป็นเรื่องสำคัญ ที่ยังคงถกเถียงกันวนไปไม่ได้ข้อสรุปบางกลุ่มก็มองว่า

เมื่อเราทำงานได้แล้วเราก็ต้องเลี้ยงดู อุปการะพ่อแม่ ผู้มีพระคุณ หรือหยิบยื่นความช่วยเหลือทางการเงินให้พี่น้องที่ต้องการใช้เงิน ขณะที่บางกลุ่มก็มองว่า แค่ลำพังเลี้ยงตัวเองยังเอาตัวจะไม่รอดเลย ทำไมเราจะต้องแบกรับภาระการเงินของครอบครัวด้วย

ทั้งที่เรื่องการวางแผนการเงิน ควรจะเป็นเรื่องที่ ทุกคนต้องดูแลตัวเองให้ได้ ซึ่งทั้งสองแนวคิดนี้ก็มีข้อดีข้อจำกัด แตกต่างกันออกไป ไม่มีแนวคิดไหนดี หรือ แ ย่ กว่ากันไปทั้งหมดในความเป็นจริงแล้ว สิ่งที่เป็นตัวกำหนดการกระทำของแต่ละคนคงจะหนีไม่พ้นพื้นฐานของครอบครัว

ถ้าใครอยู่ในครอบครัวที่ไม่ต้องให้ลูกหลานมาอุปการะเลี้ยงดู ก็อาจจะไม่ต้องแบกรับ ภาระอะไรมากมาย แค่หาเงินเลี้ยงตัวเองให้รอดก็พอ แล้วถ้าพอจะมีเงินเหลือเก็บ จะมาดูแลพ่อแม่ด้วย ก็ถือเป็นเรื่องดีมากที่จะทดแทนพระคุณของท่าน แต่ถ้าใครอยู่ในครอบครัวที่ยังมีค่านิยมว่าพ่อแม่ต้องพึ่งพาลูกได้

ลูกต้องอุปการะเลี้ยงดูพ่อแม่ ในยามที่ลูก หารายได้เองได้แล้ว และพี่น้องต้องช่วยเหลือเกื้อกูลกัน ในเรื่องการเงิน ตรงนี้เราก็ต้องหาทางวางแผนการเงินตัวเอง ให้เพียงพอต่อความรับผิดชอบที่มากขึ้นยิ่งถ้าเราเพิ่งเริ่มทำงาน ได้ไม่นาน ยังมีรายได้น้อยอยู่

ก็จำเป็นต้องวางแผนการเงิน ให้มีประสิทธิภาพที่สุด เท่าที่จะทำได้ โดยลองทำตาม 5 ขั้นตอนการวางแผนการเงิน สำหรับคนเงินเดือนน้อย แต่มีภาระหนักอึ้งที่ต้องรับผิดชอบ ว่าควรต้องทำยังไงกันบ้าง จะเริ่มวางแผนการเงินจากตรงไหนดี

5 ขั้นตอน วางแผนการเงิน ฉบับคนเงินเดือนน้อย แต่ภาระหนักอึ้ง

1. หักเงินออมไว้ก่อน 10% ของรายได้

ตรงนี้ ขอย้ำว่าจำเป็นมาก และเป็นสิ่งที่ต้องทำเป็น อย่างแรกในการวางแผนการเงิน เพราะต่อให้เราจะมีรายได้ น้อยแค่ไหนก็ตาม ถ้าเราไม่เริ่มต้นด้วยการหักเงินออมไว้ก่อน แล้วนำไปลงทุนหาผลตอบแทนที่เหมาะสมเราก็จะไม่มีทางมีอิสรภาพทางการเงินได้เลย แล้วพอเราเริ่มมีรายได้มากขึ้น

ก็อาจจะขยับสัดส่วน การออมเงินเพิ่มขึ้นไปเป็น 15% หรือ 20% โดยแบ่งสัดส่วน การออมตามเป้าหมายของเรา ให้ชัดเจนยิ่งขึ้น เช่น ออมเพื่อซื้อบ้าน แต่งงาน หรือเกษียณ เพื่อจะได้เลือกลงทุนให้เหมาะสมกับแต่ละเป้าหมายที่เราตั้งไว้

2. จัดสรรเงินที่เหลือให้ลงตัว กำหนดสัดส่วนการใช้จ่ายให้ชัดเจน

นำเงิน 90% ที่เหลือ มาเตรียม สำหรับใช้จ่าย โดยลองลิสต์ดูว่ามีค่าใช้จ่ายอะไรบ้างที่เราต้องรับผิดชอบ เริ่มจากค่าใช้จ่ายที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ และไม่สามารถหาทางประหยัดได้มากกว่านี้แล้วในทุกเดือน เช่น ค่าเช่าที่พัก ค่าเดินทางไปทำงาน แล้วค่อยนำส่วน

ที่เหลือมาจัดสรรไว้สำหรับค่าใช้จ่ายที่ผันแปร ตามการใช้จ่ายของเรา เช่น ค่าน้ำ ค่าไฟ ค่าโทรศัพท์ ค่ากินและค่าใช้จ่ายเพื่อให้รางวัลตัวเองเล็ก ๆ น้อย ๆ ในแต่ละเดือน ให้เราได้มีกำลังใจสู้ต่อไป

3. จำกัดความช่วยเหลือ ด้วยทางเลือกอื่นที่ไม่ต้องใช้เงิน

ในเมื่อเรา มีเงินจำกัดและก็จัดสรรปันส่วน ในการใช้จ่ายและดูแลพ่อแม่แบบรัดเข็มขัดสุด ๆ แล้ว ถ้ายังต้องมีเรื่องให้เราต้องยื่นมือ เข้าไปช่วยเหลือ คนในครอบครัวอีก เราก็คงไม่มีเงินเพียงพอที่จะให้ ตรงนี้อาจจะลองมองหาทางช่วยด้านอื่นที่ไม่ต้องใช้เงินดูบ้าง

เช่น ช่วยหางานที่ดีให้ ช่วยถ่ายทอดความรู้ที่จำเป็น ลงแรงช่วย แทนการให้เงิน หรืออาจจะช่วยหาข้อมูลที่เป็นประโยชน์ อย่างข้อมูลสินเชื่อที่มีภาระดอกเบี้ยไม่สูง แล้วให้คนเหล่านั้นได้สู้ชีวิตด้วยตัวเองบ้าง อย่างน้อยเราก็ได้ช่วยทุกคนอย่างเต็มที่แล้ว

4. ปรับไลฟ์สไตล์ การใช้เงิน ลดรายจ่ายที่ไม่จำเป็น

หลังจากกำหน ดสัดส่วนการใช้เงิน สำหรับค่าใช้จ่ายแต่ละประเภทแล้ว เราอาจจะเหลือเงินไว้ใช้จ่ายในแต่ละวันค่อนข้างน้อย ตรงนี้เราก็ควรที่จะปรับไลฟ์สไตล์ การใช้เงินของเราแล้วล่ะ ลองดูว่าค่าใช้จ่ายอะไรที่ไม่จำเป็น ก็ตัดออก หรือจ่ายให้น้อยลงและถ้าสามารถเตรียมอาหารไปกินที่ทำงานได้

ก็จะช่วยลดรายจ่ายได้อีกทางหนึ่ง เรียกว่าเป็นการบริโภค ตามฐานะ เอาไว้มีเงินมากขึ้น หายใจ หายคอได้คล่องขึ้น เราค่อยเพิ่มงบสำหรับการใช้จ่าย ในชีวิตประจำวัน ให้มีความสุขมากขึ้น ตามฐานะทางการเงินที่มั่นคง

5. ป้องกันรายจ่ายที่ไม่คาดคิด ด้วยหลักประกัน สุ ข ภ า พ

เพื่อไม่ให้ค่ารักษาพยาบาล ของเราและคนในครอบครัว ที่เราดูแล มากระทบต่อการวางแผนการเงิน ทำให้มีปัญหาทางการเงินซ้ำซ้อน ยากที่จะแก้ไข โดยในช่วงแรก ถ้าเราไม่มีเงินพอที่จะซื้อประกัน สุ ข ภ า พ เราก็อาจจะใช้สิทธิ์ของรัฐไปก่อน เช่น ประกันสังคมหรือสิทธิหลักประกัน สุ ข ภ า พ 30 บาท (บัตรทอง)

ลองดูว่าคนที่เราต้องดูแล สามารถรับสิทธิ์ไหนได้บ้าง เพราะอย่างน้อยก็ช่วยลดภาระค่าใช้จ่าย เมื่อเกิดเหตุด้าน สุ ข ภ า พ ขึ้นได้ แล้วถ้ารายได้เรามากขึ้น ก็หา ประกัน สุ ข ภ า พ ที่ให้ความคุ้มครอง และดูแลทุกคนได้ดีขึ้นใครที่อ่านมาถึงตรงนี้ แล้วรู้ว่าตัวเองมีภาระที่ ต้องแบกรับไว้ค่อนข้างเยอะ

ไม่ว่าจะเป็นค่าใช้จ่ายที่บ้าน ค่าเลี้ยงดูพ่อแม่ ค่าที่พัก ค่าเดินทางไปทำงาน ในขณะที่ยังมีรายได้น้อยอยู่ อย่าเพิ่งท้อใจไป ลองนำ 5 ขั้นตอนนี้ ไปปรับใช้ในการวางแผน การเงินส่วนตัว ให้เราได้เอาตัวรอดให้ได้ขอแค่เรามีการวางแผนการเงินที่ดี และการรู้จักรักษาวินัย ในการใช้เงินจะช่วยให้เราจัดสรรการใช้จ่ายได้เอง

ถึงแม้จะมีเงินน้อยอยู่ก็ตาม ถ้ามีตรงไหนที่คิดว่าทำไม่ได้ ก็ลองหาวิธี ที่เข้ากับสไตล์ของตัวเรามากขึ้น เพราะสุดท้าย ต่อให้แผนดีแค่ไหน แต่ถ้าปฏิบัติไม่ได้จริง ก็ไม่มีประโยชน์ เราจึงต้องดูที่ผลลัพธ์เป็นหลักแล้วถ้าจะหามุมมอง ที่เป็นด้านบวกจากเรื่องนี้ ก็คงจะเป็นประสบการณ์ดี ๆ ที่เราจะเอาตัวรอดได้ด้วยเงินเดือนอันน้อยนิด

แต่มีภาระหนักอึ้งที่ต้องรับผิดชอบด้วยการวางแผน การเงินที่มีประสิทธิภาพ ขอบอกเลยว่าถ้าใครสามารถผ่าน สถานการณ์นี้ไปได้ เมื่อถึงวันหนึ่งที่เรามีรายได้มากขึ้น เราจะมีชีวิตที่ดีขึ้นไปเรื่อย ๆ อย่างแน่นอน

ขอขอบคุณ k r u n g s r i

Load More Related Articles
Load More By Songyim
Load More In ข้อคิด

Check Also

7 สิ่งที่ไม่ควรทำ ถ้าอยากมีเงินใช้..เหมือนคนรวย (เตือนสติดีมาก)

คนที่รวย หรือประสบความสำเร็จ ไม่ได้มาเพราะโชคช่วย แต่ละคนล้วนต้องผ่านประสบการณ์ชีวิต ที่ต้…