Home ข้อคิด ความจริง 7 ข้อ เตือนสติมนุษย์เงินเดือน จะได้ไม่เสียรู้ตอนแก่

ความจริง 7 ข้อ เตือนสติมนุษย์เงินเดือน จะได้ไม่เสียรู้ตอนแก่

11 second read
0
0

บางคนรู้สึกโชคไม่ดี ไม่ได้งานตามที่หวังไว้ ทำงานไปแบบไม่มีความสุข แต่บางคนก็โชคดีเหลือเกิน ที่ได้งานตามที่คาดหวังไว้ และมีความสุขกับการทำงานทุกวัน

ซึ่งนั่นก็เป็นสิ่งที่ดี แต่ทุกเรื่องควรเผื่อใจไว้เสมอ หากวันหนึ่งไม่เป็นอย่าที่เราหวังไว้ จะได้รับมือกับมันได้หากคุณกำลังรู้สึกภาคภูมิใจกับงานที่ทำอยู่ตอนนี้มากๆ

คุณจึงทุ่มเททำงานให้กับบริษัทหรือองค์กรของคุณ แต่คุณอย่าลืมว่า หากวันหนึ่งที่คุณไม่สามารถทำประโยชน์ให้กับบริษัทได้แล้ว

อาจจะไม่สบายต้องเข้า โ ร ง พ ย า บ า ล เป็นเวลาหลายเดือน และเมื่อบริษัทหาคนมาทำงานแทนคุณได้ เขาก็จะจ้างคนใหม่มาทำแทนคุณอยู่ดี

7 ข้อคิดเตือนใจ…สำหรับลูกจ้างและมนุษย์เงินเดือน

1. ไม่ควรทุ่มเทเวลาให้กับบริษัทมากเกินไป จนลืมที่จะแบ่งเวลา ให้กับครอบครัว คุณมีหน้าที่การงานที่ต้องรับผิดชอบและดูแล ซึ่งคุณทำมันได้อย่างเต็มที่

แต่เมื่อถึงเวลาเลิกงานก็ควรจะหยุดการทำงานไว้ตรงนั้น แล้วหันไปใส่ใจครอบครัว เพราะหลังเลิกงาน ควรเป็นเวลาที่คุณต้องทุ่มเทให้ครอบครัวของคุณบ้าง

คนอื่นสามารถมาแทนตำแหน่งหน้าที่คุณได้เสมอ แต่ครอบครัวไม่มีใครมาแทนที่กันได้

2. หากคุณต้องเจอมรสุมชีวิต หัวหน้างานหรือบริษัทของคุณ เขาคงไม่มานั่งสนใจ หรือเห็นอกเห็นใจคอยช่วยเหลือคุณหรอก ถึงจะมีก็หายากมาก

แต่คนที่เป็น ทุ ก ข์ ไปกับคุณด้วย คอยอยู่ข้างๆ คุณนั้น มีแต่ครอบครัวของคุณเอง ดั่งคำที่ว่า “ปัญหาของบริษัท ก็คือปัญหาของเรา…

แต่ปัญหาของเรา ไม่ใช่ปัญหาของบริษัท “ จงเข้าใจและยอมรับให้ได้ว่ามันคือความเป็นจริง

3. ชีวิตนี้ ไม่ได้มีแค่งาน ในชีวิตเรายังมีอีกหลายอย่างที่สำคัญ อย่างการพบเจอเพื่อนฝูง การเข้าสังคม การไปท่องเที่ยวเพื่อพักผ่อน หาประสบการณ์ใหม่ๆ และเปิดโลกกว้าง

การออกกำลังกายดูแลตัวเอง ใช้เวลาอยู่กับคนรักหรือครอบครัว สิ่งเหล่านี้ก็สำคัญสำหรับชีวิตไม่แพ้เรื่องงานเลย เมื่ออยู่นอกเวลางานควรหากิจกรรมอย่างอื่นบ้าง

อย่าทุ่มเทเวลาทั้งหมดในชีวิตให้งานซะหมด เพราะบริษัทไม่สามารถคืนเวลาในชีวิตให้คุณได้หรอกนะ บางสิ่งบางอย่างผ่านไปแล้ว ก็ผ่านเลยไป

4. สำหรับคนที่ชอบทำงานล่วงเวลาเป็นประจำ เพราะงานเสร็จไม่ทันเวลา คุณอย่าคิดว่า เป็นความขยัน แต่มันคือตัวบ่งชี้ว่าคุณทำงานไม่ได้ตามเวลา

การทุ่มเทให้กับงานไม่ได้ดูว่าคุณใช้เวลาอยู่ที่ทำงาน มากแค่ไหน แต่อยู่ที่การทำงานให้เสร็จอย่างมีประสิทธิภาพ โดยสามารถใช้เวลาได้น้อยที่สุดต่างหาก

คนที่ทำงานเสร็จตามเวลาได้ คือคนที่มีความสามารถที่จะบริหารงานเป็น คุณต้องแยกให้ออกว่าเวลางานคือเวลางาน เวลาเลิกงานก็ต้องพักผ่อนอยู่กับครอบครัว

แบบนี้ถึงเรียกว่าเป็นคนที่จัดสรรเวลาเป็น และใช้เวลาได้อย่างคุ้มค่าที่สุด

5. หากคุณมีงานเยอะมาก จนไม่สามารถทำเสร็จได้ทันตามเวลาเลิกงาน สุดท้ายก็ต้องอยู่ทำงานต่อดึกๆดื่นๆ ให้รู้ไว้ว่า…เป็นเพราะหัวหน้างานคุณไม่มีความสามารถ

และไร้ประสิทธิภาพที่จะจัดการบริหารงาน และแจกจ่ายงานไปให้ลูกน้องทำให้พอดีกับเวลาได้ ไม่ใช่เพราะว่าคุณไร้ความสามารถ

6. งานเป็นสิ่งที่ไม่มีวันหมด เมื่อคุณต้องการที่จะทำงานให้หมดเร็วๆ เพื่อที่จะได้มีเวลาได้พักผ่อนและใช้เวลาอยู่กับครอบครัว

คุณจึงพยายามนั่งทำงานทั้งคืนให้เสร็จโดยเร็ว แต่กลายเป็นว่าคุณกลับได้รับงานใหม่เข้ามาเพิ่มอีก และมันก็เป็นแบบนี้ประจำ

เมื่อคุณทำงานเก่งและทำเสร็จได้เร็ว คุณก็จะได้รับงานเพิ่มอีก เป็นรางวัลตอบแทน

7. หันมองดูเศรษฐกิจปัจจุบัน หลายบริษัทไปต่อไม่ไหว ต้องปิดกิจการ บางคนตื่นไปทำงานตามปกติ แต่กลับพบว่าตัวเองกลายเป็นคนว่างงาน

หลายแห่งเริ่มนำเครื่องจักรมาใช้แทนแรงงาน ชีวิตเราต้อง เ สี่ ย ง กับการถูกเลิกจ้าง ดังนั้นเราจึงไม่ควรทุ่มเทเวลาและกำลังทั้งหมดทำงานจนสุดชีวิต

เพื่อหวังให้บริษัทของคุณก้าวหน้า เพราะหากคุณหมดประโยชน์เมื่อไหร่ เขาก็ไม่หันกลับมามองคุณอยู่ดี

เราไม่ได้บอกให้คุณไม่ทุ่มเท หรือไม่ใส่ใจกับการทำงาน การรักบริษัทและงานที่ทำนั้นเป็นสิ่งดี แต่เราไม่ควรทุ่มเทหมดทุกอย่าง ทั้งชีวิตนี้ให้กับงานอย่างเดียว

เพราะสุดท้ายแล้ว งานไม่ใช่ทุกอย่าง ที่จะตอบโจทย์ให้กับชีวิตของเรา เราต้องรู้จักแบ่งเวลาให้ถูก และทำในส่วนนั้นให้เต็มที่ในเวลาของมัน

อย่าเอามาล้ำเส้นหรือ แ ย่ ง เวลาของกันและกัน คนที่สามารถบริหารเวลางาน กับเวลาชีวิตให้พอดีลงตัว คือคนที่มีประสิทธิภาพในการใช้ชีวิตที่สุด

ขอขอบคุณ u n l o c k m e n  b u s i n e s s

Load More Related Articles
Load More By Songyim
Load More In ข้อคิด

Check Also

เขียนไว้ดีมาก สิ่งที่พ่อกับแม่ อยากบอกให้ลูกรู้..อยากให้ลูกเข้าใจ

1.ไม่มีเงินใด สุขใจใช้จ่าย เท่ากับเงินของเราเอง 2.ไม่มีความรักจากชายใด จะเติมเต็มชีวิตของห…