Home ข้อคิด จะทำยังไงดี ถ้าชีวิตขาลง..ปัญหารุมเร้า หาทางออกไม่เจอ (เตือนใจดีมาก)

จะทำยังไงดี ถ้าชีวิตขาลง..ปัญหารุมเร้า หาทางออกไม่เจอ (เตือนใจดีมาก)

8 second read
0
0

ช่วงนี้มีโอกาสได้พบเห็นข้อความบนโซเชียลมีเดียจากคนใกล้ตัวบ่นในเรื่องประมาณว่า

‘ชีวิตมีแต่ปัญหาถาโถมมาก จนเหนื่อยใจ ไม่รู้จะแก้ไขอะไรก่อน’ จำนวนมากเป็นพิเศษ มากจนน่าแปลกใจ

บ้างก็เรื่องงาน บ้างก็เรื่องคน บ้างก็เรื่องเงิน ส า ร พั ด เรื่องราวที่พรั่งพรูผ่านตัวอักษรบนสเตตัส

ทำให้เราฉุกคิดและได้แต่ย้อนถามตัวเองว่า ถ้าเป็นตัวเราเองตกอยู่ในสถานการณ์น่าหนักใจเช่นนั้น จะหาทางออกได้ยังไงบ้าง

หลังจากได้สำรวจและทบทวนความคิดก็พบว่า สิ่งที่ควรทำหลัก ๆ มีเพียงไม่กี่อย่างเท่านั้น

จึงได้ลิสต์มาเป็นคำแนะนำให้กับผู้ อ่ า น ทุกคน นำไปปรับใช้กับ ‘ทุกทุกข์ปัญหา’ กันค่ะ รับรองว่า ทำได้แล้วสบายใจขึ้นแน่นอน!

1.ตั้งสติและยอมรับ

ไม่ว่าเรื่องอะไรหากมีสติก็จะมีปัญญา ท่องเอาไว้เลยค่ะ เมื่อเกิดปัญหา แน่นอนว่าสิ่งที่ตามมาคือความกังวล ความเซ็ง ความ เ ศ ร้ า ทั้งหลายแหล่

แต่ใช้อารมณ์ก็ไม่ช่วยอะไร หยุดคิดสักหน่อย รับรู้สิ่งที่กำลังเกิด ในเมื่อมันเกิดขึ้นแล้วไม่ว่าจะ เ ล ว ร้ า ย สักแค่ไหนก็ย้อนเวลากลับไปแก้ไขไม่ได้แล้ว

นี่คือสัจธรรมค่ะ สิ่งที่ต้องทำคือ ‘ยอมรับความจริง’ รับผิดชอบสิ่งที่เป็นอยู่ ไม่หนีปัญหา ไม่โทษฟ้าดิน

การทำผิดพลาดเป็นเรื่องสากลที่มนุษย์ทุกคนต้องเคยเจอ การหนีความจริงไม่ได้ทำให้ปัญหาจบลงไป

เผลอ ๆ ยังทำให้ ป ว ด ใ จ ไม่รู้จักจบจักสิ้นอีกด้วยนะคะ ยอมรับซะ แล้วก้าวไปข้างหน้าเพื่อแก้ไขมันดีกว่า

2.ชั่งน้ำหนัก

แบปัญหาทั้งหมดออกมาแล้วจัดลำดับความเล็กใหญ่ของแต่ละเรื่อง (เหมือนเวลาที่งานเยอะ ๆ แล้วต้องทำ to-do list น่ะ)

ไล่เรียงความสำคัญและความสัมพันธ์ของมัน ข้อนี้ค่อนข้างเป็นเรื่องเฉพาะบุคคลนิดหน่อย เพราะว่าเบื้องหลังและถึงปัญหาของแต่ละคนย่อมไม่เหมือนกัน

บางคนอาจจะจัดให้เรื่องที่มีผลกระทบมากที่สุดเป็นเรื่องที่ต้องแก้อันดับแรก หรือบางคนอาจจะต้องการแก้ไขจากปัญหาที่แก้ง่ายที่สุดก่อนเป็นอันดับหนึ่ง

หรือขมวดรวมเรื่องที่เกี่ยวโยงและจำเป็นต้องแก้ไปพร้อมกันก็จับคู่ไว้ เพื่อที่จะหาทางออกทีเดียว ก็ย่อมทำได้ ไม่มีกฎ ต า ย ตัวใด ๆ ค่ะ

การจัดวางปัญหาเป็นข้อ ๆ แบบนี้จะช่วยให้สามารถตัดสินใจได้ง่ายและแก้ได้อย่างเป็นขั้นเป็นตอนได้มากขึ้น

3.แก้ไขทีละเรื่อง

อย่าพย าย ามแก้ปมเชือกทีเดียวพร้อมกันทั้งหมด ไม่งั้นจะยุ่งเหยิงมากกว่าเดิม เชื่อสิคะ ค่อย ๆ คลายปมมันออกทีละเรื่องจะเป็นระเบียบเรียบร้อยมากกว่า

มองหาสาเหตุต้นตอของเรื่องที่เกิดขึ้น คิดหาวิธีจัดการแต่ละเรื่อง จดบันทึกความเป็นไปได้ในแต่ละอย่างไว้ แล้วลองนำมาปรับใช้ทีละข้อ ๆ ไปค่ะ

4.ไม่สร้างปัญหาเพิ่ม

หยุดสร้างเรื่องราวยุ่ง ๆ มากไปกว่านี้ ช่วงเวลาที่ย ากลำบากแบบนี้ มีโอกาสที่จะเกิดความผิดพลาดเพิ่มขึ้นได้เพราะจิตใจอ่อนแอเหลือเกิน มืดแปดด้านไปหมด

ไม่เป็นไรค่ะ แม้ว่าปัญหาที่มีอยู่จะยังไม่ถูกแก้ แต่ต้องระมัดระวังไม่ให้ตัวเองสร้างปัญหาเพิ่ม ไม่หาเหาใส่หัว ไม่แก้ปัญหาด้วยปัญหา

อย่างเช่นกรณีที่เห็นกันบ่อย ๆ คือมีหนี้สินก้อนหนึ่งอย ากปิดหนี้ เลยไปกู้หนี้อีกก้อนมาโปะ เหมือนจะดี แต่นี่คือการสร้างปัญหาไม่รู้จบวนไปเรื่อย ๆ มากกว่า

5.ให้เวลาทำหน้าที่ของมัน

ใจเย็น ๆ ไม่ต้องเร่งรีบไปเสียทุกเรื่อง บางสถานการณ์ต้องใช้เวลาบรรเทาปัญหาสักระยะ อย่า เ ค ร่ ง เ ค รี ย ด เกินไปค่ะ ใช้เวลาที่มีอยู่ให้มีคุณภาพ ค่อยเป็นค่อยไปจะดีกว่า

6.เชื่อมั่นในตนเอง

เวลาล้มเหลวหรือผิดพลาด ไม่แปลกที่เราจะสูญเสียความมั่นใจ เสียใจได้ ร้องไห้ได้ ไม่ใช่เรื่องน่าอาย แต่เมื่อถึงจุดหนึ่งที่คลี่คลายปัญหาได้แล้ว

อย่ากลัวที่จะทำสิ่งใหม่ ต้องเชื่อมั่นในศักยภาพของเราเอง หมั่นให้อภัยและให้กำลังใจตัวเองอยู่เสมอ พ ลั ง ง า น บ ว ก ต้องเกิดจากใจเราเองเช่นกันนะคะ

เรียนรู้จากความทุกข์ที่เกิดขึ้นเพื่อจะไม่ทุกข์ซ้ำแบบเดิมอีก เพราะไม่ว่าจะเจอเรื่องราวดีหรือ ร้ า ย ในชีวิต

สุดท้ายตัวเราเองนี่แหละที่จะต้องเผชิญหน้ากับมัน ฉะนั้นจงมั่นใจในตัวเองเข้าไว้นะคะ

อีกมุมมองที่น่าสนใจในการแก้ไขปัญหาอย่างมีหลักการ ทาง จิ ต วิ ท ย า บอกไว้ว่า คนเรามีวิธีจัดการปัญหา 2 แบบใหญ่ ๆ ได้แก่

1.จัดการที่ปัญหาโดยตรง

แปลง่าย ๆ คือเราจะมุ่งเน้นแก้ปัญหาที่สาเหตุ ตัวปัญหา และสถานการณ์แวดล้อมตรงนั้นให้คลี่คลายลง

รวมไปถึงอาจมีการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมของตัวเราเองหรือผู้อื่นที่เกี่ยวข้องด้วย

ซึ่งมักใช้กับปัญหาที่เราสามารถแก้ไขให้จบสิ้นลงไปได้ด้วยความสามารถที่มีอยู่นั่นเอง

2.จัดการที่อารมณ์

ในเมื่อแก้ไม่ได้ก็ต้องเลิกคิด! เป็นอีกด้านที่คนเราจำเป็นต้องจัดการคือ ‘ความรู้สึก’ ที่เกิดขึ้น ความ เ ค รี ย ด ทุกข์ เ ศ ร้ า ซึ ม ต่าง ๆ ก็ต้องปราบให้สงบเช่นกัน

ซึ่งเรามักจะใช้เวลาที่รู้สึกว่าปัญหาแก้ไขไม่ได้ หรือไม่มีทางแก้ไขอะไรเลย จึงต้องหันไปจัดการความรู้สึกนึกคิดแทนซะเลย

ทางที่ดีควรจะใช้ทั้งสองประเภทให้สมดุลกัน เพื่อการแก้ไขปัญหาที่ถูกต้องและตรงจุดนะคะ

“ฉันไม่ได้แก้ไขที่ปัญหา ฉันแก้ไขที่ความคิด เท่านี้ปัญหาก็จะถูกแก้ไขด้วยตัวมันเอง”

เป็นคำกล่าวที่เห็นภาพเลยค่ะ แค่เพียงสติมา ปัญญาก็เกิดอย่างแท้จริง ห้องแนะแนวเป็นกำลังใจให้กับทุกคนที่กำลังเผชิญหน้ากับปัญหาไม่ว่าจะเรื่องอะไรก็ตามนะคะ

ขอให้แก้ไขผ่านไปได้ด้วยดีทุกเรื่องค่ะ

 

ขอขอบคุณ t o d a y . l i n e

Load More Related Articles
Load More By adminsabailey
Load More In ข้อคิด

Check Also

9 สิ่งที่ต้องทำ ถ้าคุณจะเป็น “นายตัวเอง”

หลายคนที่เป็นนายตัวเองไม่ได้ ไม่ใช่เพราะไม่มีความสามารถ แต่เป็นเพราะไม่รู้เคล็ดลับดี ๆ ที่…