Home ข้อคิด จะวางแผนรับมืออย่างไร ถ้าวันหนึ่งเราต้องมาตกงาน ในยุคที่หางานยาก

จะวางแผนรับมืออย่างไร ถ้าวันหนึ่งเราต้องมาตกงาน ในยุคที่หางานยาก

10 second read
0
0

เมื่อตกงาน สิ่งที่ตามมาคือความ เ ค รี ย ด ความกังวล ไม่ว่าจะเป็นการตกงานแบบเตรียมใจไว้แล้ว

หรือตกงานแบบกระทันหัน เรื่องนี้ก็ทำให้รู้สึกเคว้งคว้างไม่ต่างกัน ยิ่งในยุคนี้ที่มีข่าวเรื่องการตกงาน

หรือเลิกจ้าง ออกมาให้กันบ่อยๆ ลองมาดูกันว่าควรทำอย่างไรดีเมื่อต้องเจอกับเรื่องแบบนี้

นอกจากความ เ ค รี ย ด แล้ว สำหรับอดีตผู้มีงานทำหลายๆ รายยังมีความรู้สึกที่ถาโถมมาคือไร้ค่า

ไม่มีความหมาย โทษตัวเอง มาดูวิธีรับมือกับเรื่องนี้ไม่ให้ เ ค รี ย ด จนเกินไปกัน

รวมไปถึงเทคนิคในการได้งานที่ใช่ในเร็ววันกันค่ะ

1. สำรวจเงินสำรองก่อนเลย

อันดับแรกคือ การสำรวจความมั่นคงทางการเงินของตัวเอง โดยทางที่ดีควรมีเงินสำรองฉุกเฉินไว้ใช้

ระหว่างหางานช่วง 3-6 เดือน ถ้ามีไม่เพียงพอแนะนำให้สำรวจสิ่งของรอบตัวที่ไม่ค่อยจำเป็น

เช่น เครื่องเกมที่ไม่ค่อยได้ใช้ อุปกรณ์ออกกำลังกายที่เอาไว้ตากผ้า

ของสะสมเต็มบ้านที่ฝุ่นเริ่มจับ เผื่อว่าจะเปลี่ยนทรัพย์สินที่มีมาเป็นเงินเก็บฉุกเฉินได้

2. แจ้ง ‘ว่างงาน’ กับประกันสังคม

อีกอย่างที่สำคัญมากๆ คือการลงทะเบียนเป็นผู้ว่างงาน กับสำนักงานประกันสังคม

สำหรับรับเงินชดเชยรายเดือน ภายในเวลา 30 วันหลังจากที่เราตกงาน

ซึ่งการจะได้รับเงินชดเชยว่างงานนั้น ผู้ลงทะเบียนต้องจ่ายเงินสมทบมามากกว่า 6 เดือน

และต้องตกงานโดยไม่ใช่การถูกเลิกจ้าง หมดสัญญาจ้าง

หรือทำผิดทาง ก ฎ ห ม า ย โดยคุณต้องไปรายงาน ตัวกับเจ้าหน้าที่ตามกำหนด

เดือนละหนึ่งครั้ง (สามารถรายงานตัวล่วงหน้าก่อนถึงเวลานัดได้ 7 วัน)

โดยจะได้รับเงินชดเชย 3 เดือน ซึ่งก็ถือว่าเป็นเงินทุนในระหว่างช่วงที่กำลังหางานให้อุ่นใจ

3. ให้มองว่าการหางานก็คือ ‘งาน’

แน่นอนว่าเมื่อตกงานแล้ว ก็ต้องหางานใหม่ อยากให้มองว่าตัวคุณคือ ‘สินค้า’

ที่รอคนมาซื้อ ซึ่งต้องดูแล Resume ให้มีความน่าสนใจ

พร้อมทั้งวางกลยุทธ์สัมภาษณ์งานด้วย และสิ่งเหล่านี้ก็คือ ‘งาน’ หลักๆ ที่คุณกำลังทำอยู่

นั้นไม่ได้หมายความว่าคุณกำลังไม่มีอะไรทำ และใช้ชีวิตไปอย่างว่างเปล่า

4. บอกคนรอบตัวว่าคุณกำลังมองหางานแบบไหน

เพราะ “โอกาสมาพร้อมกับผู้คน” ให้ลองบอกคนเพื่อน หรือเหล่าคนรู้จักรอบตัว

ว่าคุณมีความถนัดอะไร และกำลังมองหางานแบบไหนอยู่

เพราะบางครั้งอาจมีเพื่อนของเพื่อนของเพื่อน ที่กำลังต้องการคนอย่างมาคุณมาร่วมงานก็ได้

5. เอาเวลาที่ ‘รอ’ มาทำชีวิตให้ดีขึ้น

เอามาเรียนเพิ่ม ลง ค อ ร์ ส ออนไลน์ เข้ากลุ่ม workshop กิจกรรมที่สนใจ ออกกำลังกาย

เพื่อเพิ่มมูลค่าให้ตัวเองและสร้างความรู้สึกในทางบวกว่าเรากำลังเป็นคนที่ดีขึ้นในทุกๆ วัน

6. บางทีโลกโซเชียลก็คือ ‘มายา’ จงอย่าเปรียบเทียบตัวเองกับคนอื่น

การเห็นคนอื่นประสบความสำเร็จ ก็อาจจะยิ่งทำให้คุณจมดิ่ง

กับความรู้สึกแง่ลบลงไปอีกในสภาวะแบบนี้ ดังนั้น จงเข้าใจเสมอว่า

โลกโซเชียลมักจะแสดงด้านสวยงามเป็นส่วนมาก

แต่ในชีวิตจริงทุกคนก็มีช่วงที่ล้มเหลว ผิดพลาดด้วยกันทั้งนั้น

7. มองหาตลาดใหม่ในการขายตัวเอง

หากคุณมีความสามารถด้านภาษาต่างประเทศ ที่ดีอยู่แล้ว ลองใช้โอกาสนี้ในการเปิดโลกตัวเอง

ด้วยการสมัครงานที่ต่างประเทศ ก็เป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่น่าสนใจเช่นกัน

เพราะที่จริงแล้วตลาดงานนั้นกว้างมากๆ และอาจจะมีงานในฝันของคุณรออยู่ที่อีกซีกโลกหนึ่งก็ได้

8. คุยกับผู้เชี่ยวชาญ

ถ้า เ ค รี ย ด มากๆ การไปพบ จิ ต แ พ ท ย์ ก็ไม่ใช่เรื่อง เ ล ว ร้ า ย

เพราะเป็นการหาทางแก้ปัญหาที่กำลังเผชิญอยู่ ซึ่งมีหลายคน

ที่กลายเป็น โ ร ค ซึ ม เ ศ ร้ า หลังจากตกงานเป็นเวลานานๆ เหมือนกัน

สุดท้าย อยากให้มองว่าการ ‘ตกงาน’ ไม่ใช่จุดสิ้นสุดของชีวิต และถึงแม้จะถูกปฎิเสธบ้าง

ก็อย่าเพิ่งล้มเลิกที่จะหางาน เพราะช่วงเวลาในการจะได้ทำงานนั้นมีหลายขั้นตอนมาก

จงอดทนและเราเชื่อว่าคุณก็จะได้งานที่ตรงใจในที่สุดค่ะ

ขอขอบคุณ t h u m b s u p.i n.t h

Load More Related Articles
Load More By Songyim
Load More In ข้อคิด

Check Also

อย่าเพิ่งติดหรู ถ้ายังเก็บเงินไม่เป็น

กับพนักงานบางคน เพราะอะไรคนที่มีเงินเดือนเท่ากันเขาถึงมีเงินใช้อย่างไม่ขัดสนเลย เขาทำยังไง…