Home ข้อคิด จำไว้นะ 7 สิ่งเหล่านี้คนรวยชอบทำ

จำไว้นะ 7 สิ่งเหล่านี้คนรวยชอบทำ

0 second read
0
0

ข้อที่ 1 – คนรวยเชื่อว่า ฉันเป็นคนลิขิตชีวิตของตนเอง

คุณอาจจะเคยเห็นคนรวย ซื้อล็อตเตอรี่บ้าง เป็นบางครั้งบางคราว และบางทีก็เห็นซื้อเป็นปึ๊ก ๆ นับสิบใบ ซึ่งพวกเขาซื้อเพื่อความสนุก และความบันเทิงเท่านั้น เพราะหากไม่ถูกรางวัลก็ไม่ได้มีผลกระทบกับคุณภาพชีวิต ณ ตอนนี้ แต่นั่นมันต่างกันลิบลับกับคนทั่วไป ที่ซื้อล็อตเตอรี่ เพื่อที่จะหวังว่า ตรูต้องรวยแน่ ๆ หากถูกรางวัลที่ 1 ฉันจะซื้อบ้าน ซื้อรถ ไปเที่ยวต่างประเทศ

ซึ่งเอาเข้าจริง การที่ใครสักคนหนึ่ง จะถูกรางวัลที่ 1 นั้น มีโอกาสที่จะถูกน้อยมาก ๆ ซึ่งมีโอกาสเพียง 0.0001% เท่านั้น ซึ่งหากคุณต้องการ ที่จะถูกรางวัลที่ 1 แบบ 100% นั่นก็คือ คุณจะต้องซื้อล็อตเตอรี่จำนวน 1 ล้านใบ! หรือคิดเป็นเงิน 80 ล้าน ซึ่งคุณมีโอกาสที่จะได้รางวัลที่ 1 มูลค่า 6 ล้านบาทอย่างแน่นอน แต่ในขณะที่คนรวยนั้น

พวกเขาเชื่อว่าการที่พวกเขาจะมีบ้าน มีรถ ไปท่องเที่ยวต่างประเทศ มีเงินเก็บเป็นล้านได้นั้น พวกเขาจะต้องสร้างให้มันเป็นจริงขึ้นมาให้ได้ด้วยลำแข้งของตนเองให้ถึงที่สุด และข่าวดีก็คือ มหาเศรษฐีบนโลกใบนี้กว่าร้อยละ 80 เป็นคนที่สร้างฐานะขึ้นมาได้ด้วยตนเอง โดยไม่ได้รวยมาจากมรดกตกทอดด้วยซ้ำ

ข้อที่ 2 – คนรวยคิดว่าการเกิดมาจนนั้นไม่ผิด แต่ผิดแน่ ๆ หากคุณต าย ทั้ง ๆ ที่ยังจนอยู่

คนที่ยังไม่รวย หลายคนมีทัศนคติ ที่ไม่ค่อยดีกับเงินสักเท่าไหร่นัก เช่น คนรวยเป็นคนเห็นแก่ตัวคนรวยเป็นคนเล ว คนรวยเป็นคนแล้งน้ำใจ เงินทำให้คนดี ๆ กลายเป็นคนชั่ วร้ าย เงินเป็นสิ่งที่หากใครมีแล้วจะกลายเป็นคนไม่ดี ซึ่งการคิดแบบนี้ไม่ช่วยให้คุณรวยขึ้นมาได้เลย

เพราะเปรียบง่าย ๆ ว่า หากคุณบ่นไม่ชอบหมาแมว แน่นอนว่าคุณก็จะไม่เลี้ยงพวกมันหรือพวกมันก็จะไม่เข้าใกล้คุณ เช่นกัน หากคุณ เกลี ย ด เงินหรือมีทัศคติที่ไม่ดีกับเงิน พวกมันก็จะไม่เข้าใกล้คุณเช่นกัน จริง ๆ แล้ว เงินนั้น เปรียบเสมือนเครื่องมือชิ้นหนึ่ง

ที่จะช่วยให้คน ๆ นั้น สามารถทำอะไรต่อมิอะไรได้ในวงกว้างมากยิ่งขึ้น ซึ่งหากเงินมันไปอยู่ในมือของคนไม่ดี

คนนั้น ๆ ก็จะทำสิ่งชั่ วร้ าย ที่มีผลกระทบต่อผู้คนอย่างมากมาย

แต่ในขณะที่หากเงินนั้น ไปอยู่มือของคนดีพวกเขาก็จะสร้างสิ่งดี ๆ ให้กับโลกนี้ได้อย่างมากมายมหาศาล เช่นกัน ดังนั้นคุณจะสังเกตเห็นได้ว่า เงินเปรียบเสมือนเป็นเครื่องขย ายเสียงต่างหาก ส่วนจะดีจะชั่ วนั้น มันอยู่ที่ตัวบุคคล

ข้อที่ 3 – คนรวยเป็นคนที่เรียนรู้และพัฒนาตนเองอยู่ตลอดเวลา

คุณคงเคยได้ยินคำกล่าวที่ว่า ใครก็ตามที่ทำตัวเป็น น้ำเต็มแก้ว พวกเขาจะไม่สามารถพัฒนาหรือเติบโตได้อีกต่อไปแล้ว เพราะพวกเขาคิดว่าตนเองนั้น รู้ไปหมดทุกสิ่งทุกอย่างแล้วบนโลกใบนี้ ในโลกนี้ฉันเก่งที่สุด เจ๋งที่สุด ไม่จำเป็นต้องเรียนรู้อะไรเพิ่มเติมอีกแล้ว

แต่ในขณะที่คนรวยนั้น ทำตัวเองให้เป็นนำครึ่งแก้วเพื่อรองรับความรู้ใหม่ ๆ อยู่เสมอ พวกเขาเก่งในเรื่องของการถามและการฟังเพราะเมื่อเริ่มต้น ด้วยคำถามที่ดี คุณจะได้คำตอบที่ดีเสมอ และการรับฟังความคิดเห็นผู้อื่นนั้น เป็นสิ่งที่สำคัญกว่าการที่เก่งแต่พูดแล้วไม่ฟังใครเลย

ในโลกนี้เหนือฟ้าย่อมมีฟ้า คนรุ่นใหม่ ๆ ย่อมเก่งกว่าคนรุ่นเก่า ๆ อยู่เสมอ อย่าได้ดูแคลนพวกเขา แต่จงเรียนรู้จากพวกเขา แล้วนำเอามาปรับใช้กับชีวิตเราให้เกิดประโยชน์มากที่สุด

ข้อที่ 4 – คนรวยโฟกัสที่การลงทุน ไม่ใช่การออมเงิน

คุณคงเคยได้ยิน เรื่องราวที่ว่า หากไม่กินกาแฟราคาแพงเลยตลอดชีวิต คุณอาจจะมีเงินเก็บเป็นล้าน ซึ่งคุณอาจจะแก่เกินไป จนไม่มีโอกาสได้ใช้เงินก้อนนี้ หรือเงินก้อนนี้ในอนาคตนั้นโดนเงินเฟ้อเล่นงานซะจนมูลค่าลดฮวบจริงอยู่ว่า การออมเงินเป็นเรื่องที่ดี

แต่หากตอนนี้คุณยังไม่รวย นั่นแสดงว่า คุณไม่ได้มีปัญหาในการออมเงิน แต่คุณกำลังมีปัญหาในการหาเงินต่างหาก เพราะถ้าคุณยังมีรายได้น้อย ๆ อยู่ ต่อให้คุณออมเงิน เดือนละ 99% มันก็ไม่ทำให้คุณรวยขึ้นมาได้ ดังนั้น หากยังไม่รวย จงโฟกัสไปที่การสร้างรายได้ก่อน

แล้วจากนั้น ให้ศึกษาเรื่องการออมเงินและการใช้เงิน แล้วหลังจากนั้น จงนำเงินไปลงทุนเพื่อให้มันงอกเงยขึ้น

ข้อที่ 5 – เมื่อล้มเหลว คนรวยจะไม่กล่าวโทษคนอื่น พวกเขาจะรับความล้มเหลวนั้นเอาไว้เอง

คุณคงเคยได้ยิน เรื่องทำนองที่ว่า เมื่อเกิดเรื่องอะไรแ ย่ ๆ คนเรานั้น สามารถโทษทุกสิ่งทุกอย่าง บนโลกใบนี้ได้หมด ไม่ว่าจะเป็น โทษเพื่อน โทษพ่อแม่พี่น้อง โทษเพื่อนร่วมงาน โทษหัวหน้า โทษหมาแมว โทษฝนฟ้าอากาศ แม้แต่โทษในเรื่องนอกโลกอย่างดวงดาว โชคชะตา ก็ยังโทษได้

แต่สิ่งเดียวที่จะไม่โทษก็คือ “ตัวเอง”นั่นทำให้ เมื่อเกิดเรื่องร้ ายๆ ขึ้นมา หากเราไม่เห็นว่าตัวเองผิด เราก็จะไม่ทำการพัฒนาตนเองให้มันดี เพราะคิว่าตนเองดีอยู่แล้วแต่คนอื่นต่างหากที่ไม่ดี

ดังนั้น สิ่งที่คนรวยทำก็คือ พวกเขานั่งคิด วิเคราะห์ แยกแยะว่าเพราะอะไร ทำไมจึงเกิดเรื่องผิดพลาด ล้มเหลว ขึ้นมาได้ แล้วจะพัฒนาตนเองให้ดีขึ้นได้อย่างไร ต้องทำอะไรบ้าง เพื่อไม่ให้เกิดเหตุการณ์ร้ าย ๆ ซ้ำขึ้นอีก

ข้อที่ 6 – รายได้ของคนรวยมาจากผลลัพธ์ที่สร้างขึ้น

ในระบบการศึกษาเราถูกสั่งสอน มาให้เรียนจบสูง ๆ แล้วหางานดี ๆ ทำ เพื่อที่จะได้เงินเดือนสูง ๆ แต่หากใครที่เข้าสู่การทำงานประจำ มาแล้วจะพบว่า ในหลาย ๆ ครั้ง แม้ว่าเราจะทุ่มเท ขยัน เหน็ดเหนื่อย หลั่ ง เ ลื อ ด มากแค่ไหนก็ตาม คุณก็ยังคงได้เงินเดือนเท่าเดิมอยู่ดี

แต่ในขณะที่คนรวยนั้น ได้ค่าตอบแทนตามผลลัพธ์ที่พวกเขาสร้างผลกระทบขึ้นต่อผู้อื่น ยิ่งส่งผลกระทบในด้านบวก แก่ผู้คนได้มากเท่าไหร่ พวกเขาก็จะได้รายรับมากเท่านั้น ซึ่งในฐานะที่คุณเป็นพนักงานออฟฟิศก็สามารถทำได้ ไม่จำกัดที่การเป็นผู้ประกอบการเพียงอย่างเดียว

เช่น ในตำแหน่งนักขาย ที่มีทั้งเงินเดือน และค่าคอมมิชชั่น ซึ่งนักขายโดยปกติแล้ว จะได้เงินเดือนน้อยมาก เพื่อเป็นกลไกผลักดันให้นักขายนั้น ต้องขายของให้ได้เยอะที่สุด และค่าคอมมิชชั่น หรือส่วนแบ่งที่ได้จากการขายนั้น จะมีมูลค่าที่สูงกว่าปกติ

เป็นเป็นแรงจูงใจให้นักขายมุมานะ ในการทำยอดขายให้ได้สูงๆ ในส่วนของผู้ประกอบการนั้น หลายคนหลงผิด คิดว่า สินค้าหรือบริการที่ตนเอง สร้างขึ้นมานั้น จะนำพาให้รวยขึ้นมาได้ แต่เมื่อป้อนผลิตภัณฑ์เข้าสู่ตลาด กลับพบว่า ไม่มีใครซื้อเลยหรือซื้อน้อยมาก

แล้วก็จะมานั่งบ่นมา ของเราดีขนาดนี้ ทำไมคนไม่ซื้อ เป็นเพราะผู้คนแต่ละคน โดยธรรมชาตินั้น พวกเขาสนใจแต่ตัวเองเท่านั้น เขาไม่สนหรอกว่า คุณจะผลิตสินค้าได้ดีแค่ไหน พวกเขาแค่สนใจว่า สินค้าหรือบริการนั้น สามารถช่วยให้คุณภาพชีวิตของพวกเขาดีขึ้นได้ยังไง

หรือช่วยแก้ปัญหาของพวกเขาได้ยังไงต่างหาก ดังนั้น ยิ่งคุณสามารถช่วยแก้ไขปัญหาให้ผู้คนได้มากเท่าไหร่ รายได้คุณก็จะมากขึ้นตามไปด้วย

ข้อที่ 7 – คนรวยชอบอ่ านหนังสือ

สิ่งที่จะดึงดูดเวลา ให้คุณไม่มีเวลาไปอ่ านหนังสือก็คือการรับชมภาพยนตร์ ทีวีซีรี่ย์ ที่หากเผลอดูไปแล้ว

บอกได้คำเดียวว่า “ย าวววว” ซึ่งนั่นมันจะดูดเวลาในชีวิต คุณให้หายไป จนทำให้ไม่มีเวลาไปทำในสิ่งอื่น ๆ ที่สำคัญกว่า

อย่างเช่น การหาความรู้เพิ่มเติมในสายอาชีพของคุณ หรือเรียนรู้ทักษะใหม่ ๆ ที่จะนำพาชีวิตของคุณไปสู่เส้นทางที่ดี ขึ้นคำถามสำคัญก็คือ มีหนังสือกี่เล่มที่คุณอ่ านไปแล้วในปีนี้?

ดังนั้น จงเชื่อเถอะว่า คนธรรมดา ๆ อย่างเรา ๆ ก็สามารถเป็นคนรวยได้เช่นกัน

ขอขอบคุณ blueoclock

Load More Related Articles
Load More By Songyim
Load More In ข้อคิด

Check Also

ทำไมบางคนยอมลาออก เพื่อหนีคนแย่ๆ ในที่ทำงานดีๆ

หากมองถึงตำแหน่งที่สูงขึ้น ก้าวไกลกว่าเดิม อยากลองเปลี่ยนงาน เป็นสายใหม่ อยากได้งานที่สบาย…