Home ข้อคิด จุดเริ่มต้นคนจะร่ำรวย น้อยคนที่จะมีความคิดแบบนี้

จุดเริ่มต้นคนจะร่ำรวย น้อยคนที่จะมีความคิดแบบนี้

5 second read
0
0

สมัยนี้เงินคือ ตัวแทนของทุกสิ่ง อยากได้อะไรส่วนใหญ่ ต้องใช้เงินแลกมา ทุกคนจึงตั้งหน้าตั้งตาหาเงิน หลายๆ คนอยากรวย มีเงินเยอะๆ ก็ขยันทำนั่นนี่ ทำงานที่สอง สาม สี่ มีรายได้เพิ่มขึ้นหลายช่องทางนับว่าเป็นเรื่องที่ดี ที่ทำให้ตัวเองมีรายได้จากหลายๆ ทาง

แต่ก็มีอีกหลายคน ที่อยากมีรายได้หลายๆ ทาง แล้วไม่รู้จะทำอะไรดี เพราะมองไปทางไหนก็มีคนเขาขาย เขาทำกันหมดแล้วเจ้าใหม่ๆ อย่างเราจะเอาอะไรไปสู้ สุดท้ายได้แต่คิด แล้วก็ไม่ได้ทำเคล็ดลับในการหารายได้เพิ่ม เขาบอกให้เริ่มจากจุดเล็กๆ คิดทำเล่นเป็นงานอดิเรกไปก่อน

ทดลองตลาดไปเรื่อย วันหนึ่ง อาจดัง ปัง เว่อร์ขึ้นมาเองก็ได้การอยากมีรายได้เพิ่ม แล้วเที่ยวไปถามใครว่าควรทำอะไรดี ปัญหานี้ คนที่ตอบได้ดีที่สุด

คือเจ้าของคำถามเอง โดยลองตั้งโจทย์ ตั้งเงื่อนไขว่างานเสริมที่จะทำต้องสร้างรายได้ในระดับที่น่าพอใจความ เ สี่ ย งไม่มาก ลงทุนไม่สูง

ช่วยเพิ่มเติมทักษะของตัวเองให้สูงขึ้น และมีโอกาสต่อยอด ได้ในอนาคต เมื่อได้ขอบเขตแล้วก็มาเฟ้นเอาจากใจของเราว่าอะไร อันไหนที่ใช่ โดยใช้ตัวกรองอีก 3 ตัวคือ ความรักทำได้ดี มีประโยชน์กับคนอื่น

ขั้นแรก ลองถามใจตัวเองแล้วจดแยกออกมา เป็นข้อๆ ว่าเราชอบ รักที่จะทำอะไรสิ่งที่ทำแล้วมีความสุข นั่งทำนอนทำได้เป็นวันๆ ไม่เบื่อ

เช่น ชอบกิน ชอบ อ่ า น หนังสือชอบเล่นดนตรี ชอบวาดรูป ชอบดูตลก ชอบเที่ยว ชอบออกแบบ ชอบพูด ชอบพบปะผู้คน เป็นต้น บางคนอาจชอบหลายๆ อย่าง ก็เขียนออกทุกอย่างที่ชอบนั่นแหละ

ขั้นที่สอง อะไรคือสิ่งที่เราทำได้ดี หรือสิ่งที่เพื่อนๆ คนในบ้านชอบวานให้เราทำงานนั้นจะเป็นเครื่องบ่งชี้ ว่าเราทำงานนั้นได้ดีที่คนอื่นมองเห็น จึงไหว้วานเราบ่อยๆ

ขั้นที่สาม ลองดูว่าสิ่งที่เรารัก ทำได้ดีนั้นสามารถสร้างประโยชน์ ให้กับคนอื่นได้หรือไม่ สามารถแก้ปัญหา ให้กับคนอื่นได้หรือเปล่า

จากนั้นก็นำทั้งสามขั้นนี้ มาคัดกรองแยกแยะออกมา ก็จะได้รายชื่อหรือชนิดของงานที่เราจะทำแล้ว อาจได้มาหลายชื่อหน่อย ก็ไม่เป็นไร ใส่ลงมาก่อน จากนั้นก็นำไปกรองกับเงื่อนไขที่ตั้งไว้ทีแรกอีกทีที่ว่า รายได้พอใจ ความเ สี่ ย งไม่มาก ลงทุนไม่สูง สามารถต่อยอดได้ในอนาคต

เมื่อกรองทั้งสองชั้น ก็น่าจะเหลือตัวเลือก สักหนึ่งหรือสองอย่าง ถ้าเลือกไม่ได้จริงๆ ก็อาจทำไปทั้งสองเลย ก็ได้ ถ้าทำไหวจะได้รู้ว่า แบบไหนรายได้ดีกวากัน

ยกตัวอย่างเช่น เจนมีอาชีพหลักเป็นครูพี่เลี้ยง เด็กอนุบาลแห่งหนึ่ง เจนเป็นคนชอบฟังเพลง ชอบท่องเที่ยว อันนี้คือข้อหนึ่งคือสิ่งที่เจนรัก ส่วนสิ่งที่เจนถนัดคือเจนเป็นคนเล่าเรื่องเก่ง เขียนเรียงความได้ดี เพื่อนๆมักจะไหว้วานให้เจนแต่งเรื่องเล่านิทานให้สมัยเรียนมัธยม

ซึ่งบอกได้ว่าข้อสอง เรื่องความถนัดของเจนนั้น คือการเขียน แต่งเรื่องนั่นเองทีนี้ก็มาคิดต่อว่าการชอบฟังเพลง ชอบท่องเที่ยว และแต่งเรื่องเขียน เรียงความได้ดี จะช่วยสร้างประโยชน์ให้คนอื่นได้อย่างไรบ้าง เมื่อเจนลองคิดดู ก็ได้งานออกมา 2 อย่างคือ เป็นนักแต่งเพลงกับเป็นมัคคุเทศก์

ซึ่งทั้งสองอย่างนี้ ทำประโยชน์ให้กับคนอื่นได้ เรียกว่ามันขายได้นั่นเอง เมื่อได้มา 2 รายชื่อแล้วก็นำไปกรองกับเงื่อนไขอีกชั้นหนึ่ง ทั้งมัคคุเทศก์และนักแต่งเพลงต่างให้รายได้ที่น่าพอใจกับเจน ความ เ สี่ ย ง และการลงทุนนั้นแทบจะไม่มี เพราะทั้งสองอย่างนั้นไม่ต้องลงทุนซื้อหาอุปกรณ์อะไรเลย

มาถึงข้อสุดท้าย อันไหนใช้ต่อยอดได้อันไหน ที่เข้ากันได้กับงานประจำ จะว่าไปงานทั้งสองอย่างนั้นไม่ขัดแย้งกับงานประจำเจน แต่งเพลงสามารถทำได้ทุกวันส่วนมัคคุเทศก์ก็ใช้เวลาช่วง เ ส า ร์ อาทิตย์ไปทำก็ได้ ทีนี้ก็เหลือแต่เจนชั่งใจแล้วว่าชอบอันไหนมากกว่ากัน

หรือจะทำไปทั้งสองอย่างเลย ก็ได้จาก ตัวอย่างข้างต้นทำให้คนที่อยากมีรายได้เสริม ใช้เป็นแนวทางในการเริ่มต้น ทำงานเล็กๆ ลองเลือกเอาจากสิ่งที่ตัวเองรัก ถนัด และเป็นประโยชน์ต่อผู้อื่น เ สี่ ย ง น้อยลงทุนไม่มาก และนำไปต่อยอดได้เมื่อได้เริ่มลงมือทำแล้ว

ผลงานนั้นจะ ฟ้ อ ง กลับมาเองว่าเราจะไปต่อได้ดีแค่ไหน ถ้าเราเริ่มจากสิ่งที่ใจรักต่อให้เจออุปสรรค เราก็จะฟั น ฝ่าไปได้รายได้เริ่มต้น อาจไม่มากแต่ด้วยความที่ทำแล้วมีความสุข เป็นงานที่เข้ากับตัวเอง

เชื่อว่าวันหนึ่ง มันจะสามารถพัฒนาต่อยอด สร้างรายได้ก้อนโตกลับมาให้ และทำให้เรากลายเป็นคนร่ำรวยขึ้นมาได้

ขอขอบคุณ m o n e y h u b

Load More Related Articles
Load More By Songyim
Load More In ข้อคิด

Check Also

ทำไมบางคนยอมลาออก เพื่อหนีคนแย่ๆ ในที่ทำงานดีๆ

หากมองถึงตำแหน่งที่สูงขึ้น ก้าวไกลกว่าเดิม อยากลองเปลี่ยนงาน เป็นสายใหม่ อยากได้งานที่สบาย…