Home ข้อคิด ตั้งหลักชีวิตอย่างไร เมื่อต้องตกงานตอนอายุ 40 ปี

ตั้งหลักชีวิตอย่างไร เมื่อต้องตกงานตอนอายุ 40 ปี

10 second read
0
0

1. สติมาปัญญาเกิด

เชื่อเถอะค่ะความรู้สึกแรก เมื่อรู้ว่าตนเองต้องตกงาน คุณต้องช็อก สับสน งุนงงและสติแตกแน่ ๆ ว่าต่อแต่นี้จะต้องทำอย่างไรดี สิ่งแรกที่คุณควรทำคือคุณต้องตั้งสติให้ได้

และต้องทำให้ไวด้วยชีวิตต้องเดินหน้าต่อไปค่ะ การมัวมานั่งเสียใจไม่ได้ช่วยแก้ปัญหา ตั้งสติให้ได้ บอกกับตัวเองว่าวิ ก ฤ ตินี้คุณต้องผ่านไปให้ได้

เชื่อเถอะค่ะ ถ้าคุณคิดจะลุกขึ้นสู้ ไม่มีอุปสรรคใดที่คุณจะก้าวไม่พ้น

2. ดูเรื่องค่าชดเชยที่คุณจะได้รับตามก ฎ ห ม า ย

เมื่อตั้งสติได้แล้วต่อมาคุณต้องดูเรื่องค่าชดเชยที่บริษัทต้องจ่ายให้คุณตาม ก ฎ ห ม า ย ถ้าคุณต้องถูกเลิกจ้างโดย ไม่มีความผิดและไม่ได้หมดสัญญาจ้างงาน ก ฎ ห ม า ย เขาก็มีข้อคุ้มครองลูกจ้าง

เช่นคุณตามก ฎ ห ม า ย อย่ากลัวที่จะเจรจาเรียกร้องค่าชดเชย จากนายจ้าง ถ้าคุณไม่มีความผิด หากนายจ้างบ่ายเบี่ยง อิดออดไม่ยอมจ่ายค่าชดเชยตามก ฎ ห ม า ย คุณสามารถร้องเรียนไปยังกระทรวงแรงงานได้ทันทีค่ะ

3. รีบไปเช็กสิทธิ์ประกันสังคม

เมื่อรู้ว่าต้องตกงานแน่ ๆ คุณควรรีบไปเช็กสิทธิ์ ที่คุณควรจะได้รับกับสำนักงานประกันสังคมในกรณีที่คุณเป็นผู้ยื่นประกันตนว่าคุณยังจะได้รับความคุ้มครองอะไรบ้าง

และเป็นระยะเวลาเท่าไร จากนั้นให้ไปขึ้นทะเบียนคนว่างงานเพื่อรับเงินชดเชยตามสิทธิ์ที่คุณควรจะได้รับ หากไม่ใช่การถูกไล่ออกเพราะมีความผิดหรือการหมดสัญญาจ้างงาน

คุณก็มีสิทธิ์ได้รับเงินชดเชยสูงสุด 6 เดือน การขึ้นทะเบียนคนว่างงานคุณจะต้องทำภายใน 30 วันหลังถูกเลิกจ้าง

4. สำรวจเงินเก็บและจัดระเบียบรายจ่ายเสียใหม่

ขั้นตอนต่อมาคือคุณต้องสำรวจเงินเก็บทุกก้อนของคุณค่ะว่ามีอยู่เท่าไหร่ และอยู่ตรงไหนบ้ างเพื่อที่ว่าคุณจะได้ดึงออกมาใช้ได้ทันที จากนั้นคุณต้องสำรวจและจัดระเบียบรายจ่ายทั้งหมดของคุณว่ามีอะไรบ้าง

เพื่อจะได้ทำการตัดทอนรายจ่ายที่ไม่จำเป็นทั้งหมดออกไป ถัดมา หากคุณเป็นหนี้ไม่ว่าจะเป็นหนี้บ้ านหรือหนี้บัตรเครดิต ลองหาทางเจรจายืดหยุ่นการชำระหนี้กับเจ้าหนี้ให้ดี คุณจะได้ไม่เดือดร้อนมากนัก

5. มองหางานใหม่ทันที อย่าปล่อยให้ต้องตกงานนาน

การตกงานเป็นระยะเวลานาน ไม่ใช่เรื่องดีค่ะ เพราะจะทำให้เงินเก็บของคุณค่อย ๆ ร่อยหรอลงไปเรื่อย ๆ คุณควรจะมองหางานใหม่ทันทีเมื่อคุณจัดการจัดระเบียบชีวิตของคุณได้เรียบร้อยแล้ว

คุณอาจจะไปขึ้นทะเบียนกับกรมจัดหางานให้ช่วยเหลือ หรือส่งประวัติการทำงานของคุณไปยังบริษัทต่าง ๆ และมองหาช่องทางในการหางานทุก ๆ ช่องทางเท่าที่คุณจะทำได้ค่ะ

6. หาอะไรทำระหว่างรอเพื่อหารายได้มาแบ่งเบาเพราะ

ถึงตรงนี้คุณอาจต้องมาสำรวจตัวคุณ แล้วค่ะว่า คุณมีทักษะพิเศษอะไรอีกหรือไม่ ที่พอจะนำมาทำได้ระหว่างรองานใหม่ เพื่อหารายได้มาช่วยบรรเทาภาระนี้ค่ะ ทักษะพิเศษนี้ อาจเป็นสิ่งที่คุณมองข้ามหรือไม่ทันนึกถึง

หากคุณคิดไม่ออกจริง ๆ ลองมองหาลู่ทางอื่น ที่จะทำให้คุณมีรายได้มาใช้จ่ายก่อนก็ได้ค่ะ เช่นการขายของ ขายอะไรดี ให้มีกำไรอ่านได้ในบทความนี้ การทำอาหารขายหรือนำเอาเสื้อผ้ามือสองที่คุณไม่ใช้แล้วมาขายค่ะ

7. มองหาโอกาสใหม่ ๆ เช่นการลงทุน ที่ไม่มีความ เ สี่ ย ง

บางครั้งการตกงานก็อาจกลายเป็นจุดเปลี่ยน ที่ทำให้คุณได้มีโอกาส ม อ ง หาสิ่งใหม่ ๆ ทำก็เป็นได้ ด้วยวัยขนาดนี้หากในอดีตคุณมีวินัยในตัวเองอยู่พอสมควร คุณต้องมีเงินเก็บมากพอ

ที่นอกจากจะเอามาใช้จ่ายก่อนในช่วงนี้คุณยังสามารถนำเงินเก็บส่วนนี้มาแปรสภาพเป็นเงินทุนเพื่อเลือกลงทุนในการลงทุน ที่ไม่มีความ เ สี่ ย ง หรือมีความ เ สี่ ย ง ต่ำ

เช่นการลงทุน ในธุรกิจแฟรนไชส์ค่ะ มีแฟรนไชส์จำนวนไม่น้อยที่ใช้เงินเริ่มต้นต่ำและมีโอกาสคืนทุนได้ไว เช่นแฟรนไชส์เดอะวาฟเฟิลบนสถานีรถไฟฟ้า

ไม่แน่นะคะ ว่าการตกงานที่ดูเหมือนเป็นความโชค ร้ า ย กลับกลายเป็นความโชคดีที่คุณได้พบโอกาสใหม่ ๆ และอาชีพใหม่ที่สร้างรายได้ให้คุณมากกว่าเดิมเสียอีก

การตกงานในวัย 45+ อาจไม่ใช่ความโชค ร้ า ย เสมอไปค่ะ ขอเพียงคุณตั้งสติใหม่ ให้ไวแล้วรีบลุกขึ้นมายืนหยัดด้วยกำลังกาย กำลังสติปัญญาของคุณ ไม่มีอุปสรรคใด ๆ ที่เราจะก้าวข้ามมันไม่พ้นหรอกค่ะ จริงไหม

ไม่แน่นะคะการตกงานในครั้งนี้ อาจเป็นจุดเปลี่ยนที่ให้คุณได้ไปเจอกับสิ่งที่ยิ่งใหญ่กว่าเดิมก็เป็นได้ ขอเป็นกำลังใจและแรงใจให้คุณลุกขึ้นสู้และ ฝ่ า ฟั น วิกฤติไปให้ได้นะคะ ฟ้าหลังฝนย่อมสวยงามเสมอค่ะ

ขอขอบคุณ t h e w a f f l e s u p p l y

Load More Related Articles
Load More By Songyim
Load More In ข้อคิด

Check Also

อย่าเพิ่งติดหรู ถ้ายังเก็บเงินไม่เป็น

กับพนักงานบางคน เพราะอะไรคนที่มีเงินเดือนเท่ากันเขาถึงมีเงินใช้อย่างไม่ขัดสนเลย เขาทำยังไง…