Home ข้อคิด พูดกับคนอย่างไร ให้ได้ใจเขา..ให้รักในสิ่งที่เราเป็น

พูดกับคนอย่างไร ให้ได้ใจเขา..ให้รักในสิ่งที่เราเป็น

10 second read
0
0

1. ฝึกพูด คำว่า “ไม่” แล้วชีวิตคุณจะ “ใช่”

เพราะคำว่า “ไม่” มันพูดให้ดูดีย า ก พูดให้ความหมายเป็นบวกได้ย า กมาก คำบางคำเป็นคำที่มักนำมาใช้ทำร้ า ย จิตใจคนอื่น แสดงถึงความไม่พอใจในตัวเขาหรืองานของเขา

หลายคนใช้คำนี้จนติดเป็นนิสัยซึ่ง ไม่เป็นผลดีกับตัวคุณเองเลยล่ะค่ะ อย า กให้ลองเปลี่ยนวิธีใช้มันดูนะคะ เช่น “ลองทำแบบนี้ดูดีไหม”

“แบบนี้ก็ดีนะ ถ้าเพิ่มส่วนนี้อีกหน่อยคุณคิดว่าจะเป็นยังไงคะ” แปลว่า เราไม่ได้ปฏิเสธความคิดของอีกฝ่ายแต่ลองแนะนำเพิ่มเติมเสมือนการชี้แนะเขา

2. อย่าติใคร ต่อหน้าคนอื่น

ไม่มีใครชอบการถูกตำหนิค่ะ เราก็เช่นกันใช่ไหมล่ะคะ ยิ่งโดนด่าต่อหน้าคนอื่นด้วยแล้วล่ะก็ มันช่างเ จ็ บ แค้น แ ส น ส า หั ส เสียเหลือเกินจริงๆ

การ ด่ า ใครต่อหน้าคนอื่นมันเป็นการตั้งใจฉีกหน้าเค้าให้พังยับชนิดที่เรียกว่า คนที่โดนด่านั้นจะจำฝังใจไปจนวันต า ย เลยทีเดียว และความสัมพันธ์ระหว่างคุณและเค้าจะเสียไปในทันที

สุดท้ายแล้วไม่มีฝ่ายไหนชนะ ไม่มีใครได้ประโยชน์จากการทำแบบนี้ค่ะ เพราะฉะนั้นแล้วถ้าไม่ใช่เรื่องที่มีผลกระทบต่อส่วนรวมแนะนำว่าไม่ควรทำอย่างยิ่งค่ะ

3. เริ่มประโยค ด้วยความเป็นกันเอง

อาจจะเป็นการไต่ถามส า ร ทุกข์สุกดิบด้วยความห่วงใยและใส่ใจในคำตอบของเขา อย่าลืมใช้คให้สุภาพ

เหมาะสมและนุ่มนวลด้วยนะคะ “เป็นยังไงบ้างหยุดย า วที่ผ่านมา ไปเที่ยวไหนมาบ้างคะ” การใช้ความเป็นกันเองจะทำให้อีกฝ่ายรู้สึกผ่ อ น คลายและเป็นมิตรด้วยนะคะ

อีกเรื่องคืออวัจนะภาษาค่ะ ลักษณะท่าทางการพูดที่ถูกถ่ายทอดออก มาระหว่างดวงตาเราหรือการสัมผัสบางอย่างเช่น

การแตะไหล่เพื่อให้กำลังใจ การจับมือเพื่อปลอบปะโลม ปรบมือให้เพื่อให้กำลังใจ ก็เป็นสิ่งที่จะทำให้คุณและเค้าเข้าถึงกันได้ง่ายมากยิ่งขึ้น

4. มองให้ได้ 3 มุม

การพูดเป็นดั่ง ด า บ 2 คม ไม่ทิ่มแ ท ง เค้า ก็ย้อนกลับมาแ ท ง ที่ตัวเราเอง “สติ”อย่างเดียวอาจไม่พอ

คุณต้องฝึกกระบวนการการคิดอย่างมีสติและวิเคราะห์ไปพร้อมๆกันด้วยค่ะ ดูว่าธรรมชาติของเค้าเป็นคนอย่างไร เรื่องไหนควรพูด เรื่องไหนไม่ควรพูด

แต่ที่สำคัญไปมากกว่านั้น ทุกครั้งถ้าจะมีการตำหนิ ตัดเตือน แก้ไขข้อผิดพลาดของงาน ให้ลองมองให้ได้ 3 มุม

– มุมของเรา : เรามองว่าอย่างไร ในตำแหน่ง หน้าที่เรา เราควรมองแบบไหน แก้ปัญหาอย่างไร

– มุมของเขา : ถ้าเราเป็นเค้าเราจะทำอย่างไร ถ้าเราตกอยู่ในสถานการณ์เดียวกัน โดนแบบนี้เหมือนกันเราจะรู้สึกอย่างไร แล้วเราจะแก้ปัญหานั้นแบบไหน

– มุมของบุคคลที่3 หรือคนอื่นๆ ที่มองดู 2 คนนี้อยู่ : เค้าทำอะไรกัน ปัญหาคืออะไร เล็ก ใหญ่แค่ไหน ขนาดที่จะต้องทะเลาะกันเลยอย่างนั้นหรือ ทะเลาะด้วยเรื่องนี้เหตุผลมาจากอะไร เป็นต้น

ถ้าคุณมองให้ได้ครบทุกมุม คุณจะมองเห็นทุกด้านของความคิด เข้าใจเค้า เข้าใจเรา เข้าใจสถานการณ์ที่เกิดมากขึ้น

5. เจอคำถามที่ต้อง “ฟั น ธง” หรือ “ตัดสินใจ” บางอย่างแล้วเราไม่แน่ใจ ตอบยังไงให้ดูดี

ถ้าต้องมีการตอบคำถามที่เป็นคำถามปลายปิด “ใช่” หรือ “ไม่ใช่” ควรหรือไม่ควร ดีหรือไม่ดี คุณคิดอย่างไร ต้องทำอย่างไร

เจอคำถามพวกนี้แล้วเราไม่รู้หรือไม่แน่ใจในคำตอบ ปัญหาคือถ้าเราไม่ตอบ เราก็ดูแ ย่ ถ้าเราตอบแล้วตอบผิด ก็ดูแ ย่ ไม่แพ้กัน

เพราะฉะนั้นทางเลือกของเราให้เราแถได้แบบแถแล้วดูดี หลักมันอยู่ตรงนี้ค่ะ

– ใช้เหตุมีผลมารองรับ จะให้น้ำ ห นั ก กับคำตอบมากขึ้น ตอบช้าๆได้ค่ะ ไม่เป็นไร ค่อยๆใช้ความคิด ตอบอย่างมีสติ ระบุถึงเหตุผลที่มาที่ไปให้ชัดเจน

– คำตอบของคุณจะต้องไม่ไปพาดพิงใคร ไม่เป็นการตำหนิใคร

– ถามกลับไป ทวนคำถามเพื่อ พิจารณามุมมองของเขา แล้ว”คุณคิดยังไงบ้างคะ” แต่กรณีนี้เราต้องมีการเพิ่มเติมความคิดเห็นของเราลงไปบ้างนะ เค้าจะได้รู้สึกได้ว่าเรากำลังพย า ย า มช่วยหาคำตอบอยู่

– คุณสามารถอธิบายได้นะคะในบางเรื่อง ว่าเรื่องนี้ “ไม่เกี่ยวกับเราโดยตรง” ด้วยลักษณะงานแล้ว “ดิฉันอย า กช่วยมากๆเลยค่ะ เลยอย า กแนะนำให้ลองปรึกษาทาง จะได้คำตอบที่ชัวร์กว่านะคะ” นี่คือการปฏิเสธแบบรั ก ษ า น้ำใจ

– หาคำตอบมาให้ภายหลัง คุณสามารถตอบในลักษณะที่ว่า “ดิฉันทราบแต่เพียงว่า… ส่วนที่เพิ่มเติมจะรีบไปค้นหาคำตอบมาให้นะคะ”

6. มีศิลปการชม

ชมเมื่อเค้าทำดี ทำงานได้ดี ช่วยเหลือผู้อื่น มีผลงานที่ดี ทำตัวดี คุณก็ควรชมเค้าด้วยใจที่ปรารถนาดี คำพูด คำจา น้ำเสียงที่ดี

หน้าตาปลื้มปิติพลอยยินดีไปกับเค้าด้วย เพราะสิ่งเหล่านี้มีผลต่อความรู้สึกมากนะคะ คนที่ถูกชมเค้าจะเหมือนได้รับของขวัญพิเศษจากคุณ ทำให้มีแรงผลักดัน มีพ ลั ง ที่จะทำสิ่งนั้นให้ดียิ่งๆขึ้นไป

การมีศิลปการชมที่ดีนั้น ไม่จำเป็นจะต้องชมที่ผลงานของเค้าเท่านั้นค่ะ อย า กให้ลองชมความน่ารักของเค้า ความมีน้ำใจ ความเอาใจใส่ที่เค้ามีต่อคุณ ชมเครื่องแต่งกาย ชมพาหนะ ชมกระเป๋าถือเค้า

หรือสิ่งรอบๆตัวเค้า เพียงเท่านี้ก็เป็นการสร้างความสุขให้เค้าได้แล้ว และเค้าจะเกิดภาคภูมิใจเกิดความเชื่อมั่นในตัวเอง แล้วเขาจะรักเรา แม้เคยเป็นศั ต รู กันโกรธไม่มองหน้ากันก็จะหายโกรธเราค่ะ ลองดูนะคะ

7. อย่ารั ก ษ า น้ำใจด้วยการพูดอะไรที่มันไม่จริง

บางคนเข้าใจผิดว่าการพูด”รั ก ษ า น้ำใจ”เป็นการพูดในสิ่งที่มันไม่จริงเพื่อให้เค้ารู้สึกดี และบางทีคนเรา ก็ชอบที่จะ “รั ก ษ า ภาพพจน์” (ที่ไม่จริงของตัวเอง) มากกว่ารั ก ษ า น้ำใจ

จึงเลือกพูดไปในสิ่งที่มันไม่จริงเพราะกลัวว่าถ้าเราพูดความจริงไป”เราจะดูไม่ดี และบางทีก็รั ก ษ า น้ำใจ ด้วย”การไม่บอก” ซึ่งทั้งการพูดอะไรที่มันไม่จริงและทั้งการไม่บอก

มันไม่ใช่สิ่งที่ควรทำค่ะ เพราะนอกจากจะเป็นเหมือนการสนับสนุนการกระทำของเค้าแล้ว ทำให้เขาไม่รู้ตัว

แถมยังหลงละเลิงว่าสิ่งที่ตัวเองทำนั้นถูกต้องดีแล้ว “คิดทุกคำก่อนที่จะพูด แต่ไม่จำเป็นต้องพูด ทุกคำที่เราคิด” ไม่พอค่ะ ต้องเลือกใช้คำที่จะพูดให้เหมาะสมด้วย

“วิธีพูดอย่างไรให้คนรักนี้” ข้าพเจ้าหวังเป็นอย่างยิ่งว่ามันจะเป็นประโยชน์กับท่านผู้อ่ า น ทุกท่านนะคะ และขอขอบคุณจากใจที่อ่ า น มันจนถึงบรรทัดนี้

แต่สิ่งนี้คงจะเป็นได้เพียงคำแนะนำสั้นๆ ที่ถูกเลื่อนหายไปจากฟีตหน้าเ ฟ ส บุ๊ ค ของคุณเท่านั้น ถ้าคุณไม่ลองเปิดใจ

 

ขอขอบคุณ f o l l o w m e p  e r f u m e

Load More Related Articles
Load More By adminsabailey
Load More In ข้อคิด

Check Also

ข้อคิดทำให้ชีวิตก้าวหน้า “อยากบินขึ้นที่สูง อย่าสุงสิงกับฝูงไก่”

อย่าพูดเรื่องบินสูงในฝูงนกเล็ก คิดจะไปให้ไกลกว่าเดิมต้องอ่ า น มีนิทานเรื่อง นกอินทรีย์ กั…