Home ข้อคิด ยุคนี้เรียนจบสูงก็ไม่สำคัญ เท่าใช้ชีวิตเป็น

ยุคนี้เรียนจบสูงก็ไม่สำคัญ เท่าใช้ชีวิตเป็น

8 second read
0
0

บางคนเรียนเก่ง จบออกไปทำงานไม่เป็นก็มี

บางคนเรียนไม่เก่ง แต่จบออกไปประสบความสำเร็จในหน้าที่การงานก็เยอะ

บางคนเรียนเก่ง เมื่อถึงวัยทำงาน ก็สามารถประสบความสำเร็จได้ก็มี

บางคนเรียนไม่จบ และ ล้มเหลวในชีวิตก็เยอะ

สิ่งที่จะบอกคือ ผลการเรียนนั้นไม่ได้เป็นตัวชี้วัดได้ว่าใครจะไปได้ดี หรือ ล้มเหลว

ประเด็นเรื่องการเรียน

การศึกษาเล่าเรียนมันเป็นเรื่องของตน คนนั้นเพียงคนเดียว เรียนดี เรียน แ ย่ ก็อยู่คนคนนั้นทำเองทั้งสิ้น พ่อแม่ ครูบาอาจารย์ ญาติพี่น้องช่วยอะไรไม่ได้ สถาบันที่เรียนที่จบมาก็ไม่เกี่ยว อยู่ที่ฝีมือตัวเองล้วน ๆ

ถ้าผลการเรียนออกมาดี ก็มีแนวโน้มว่า “น่าจะทำงานเก่งนนะ” เพราะกว่าจะจบมันต้องฝึกต้องฝนกันมากมายหลายกระบวนท่า แต่อย่างไรก็ตาม การฝึกฝนในช่วงระหว่างที่กำลังเรียนอยู่นั้น มันฝึกฝนอยู่ในกรอบของสมมติฐานที่ว่า “ฝึกเพื่อเรียนรู้ ถ้าถูกก็แล้วไป แต่ถ้าผิดก็กลับไปแก้ไขใหม่จนกว่าจะดีขึ้น”

ซึ่งเป็นหลักง่ายๆ ของชีวิตนักศึกษา เชื่อว่าเคยผ่านกันมาทุกคนสังเกตุดีๆ จะเห็นว่าในช่วงที่เรากำลังศึกษาอยู่นั้นหากเรา คิดผิด ทำผิด มันจะถูกลงโทษเพียงอย่างเดียว

คือ เกรดหรือผลการเรียนจะออกมาไม่ดีหรือไม่ก็ติดเอฟ(F) ต้องไปลงทะเบียนเรียนใหม่กับเด็กรุ่นน้อง บางคนก็ไม่ถือเพราะหน้าด้าน บางคน เ ค รี ย ด มาก

เพราะอายกับการที่จะต้องไปเรียนกับรุ่นน้องชีวิตวัยเรียนมีเรื่องให้ เ ค รี ย ด ป ว ด ส ม อ ง ไม่กี่เรื่อง นอกนั้นเป็นเรื่องสนุกสนานเฮฮาปาร์ตี้เสียเป็นส่วนใหญ่ บางคนถึงกับไม่อยากจบออกมา

เพราะยังอยากสนุกกับชีวิตในช่วงวัยนี้ต่อไปอีก แต่เมื่อถึงเวลาจบก็ต้องจบ อยู่ที่ว่าตอนจบของช่วงวัย จะจบออกมาดี หรือ จบออกมาแบบไม่ได้เรื่อง ซึ่งจะถูกนำไปพิสูจน์ต่อไป ในช่วงชีวิตวัยทำงาน

ประเด็นเรื่องการทำงาน

“การทำงานคือการพิสูจน์คุณภาพของคน ว่าคนคนนั้นมีคุณภาพแค่ไหน” คุณภาพมากแค่ไหนวัดกันอย่างไร ง่ายๆ เลย ก็แค่วัดว่า ผลของงานที่ทำสัมฤทธิ์ออกมา มันเกิดคุณค่าหรือประโยชน์แก่คนอื่นมากแค่ไหน นั่นแหละคือคุณภาพจะเห็นว่าตอนเรียนเราไม่วัดผลการเรียนแบบนี้เลย

การเรียนเป็นอะไรที่ง่ายสอบไม่ผ่านก็ลงเรียนใหม่ แต่ถ้าทำงานแล้วทำไม่ผ่าน จะเกิดอะไรขึ้นบ้าง เสียเวลา เสียเงิน เสียใจ ถูกเจ้านายด่า เพื่อนร่วมงานขาดความเชื่อถือ ทั้งหมดนี้คือโลกของความจริงโลกที่แสน เ จ็ บ ป ว ด เมื่อทำผิดพลาดขึ้นมาในขณะเดียวกัน

มันก็เป็นโลกที่หอมหวานเมื่อเราทำงานสำเร็จขึ้นมา เกิดคุณค่าต่อผู้อื่นในวงกว้าง สังเกตุดีๆ ชีวิตในช่วงกำลังเรียนคือช่วง “อยู่ในโลกของจินตนาการ” แต่ชีวิตในช่วงทำงานมันคือ “โลกแห่งความจริง”

คนที่ประสบความสำเร็จในชีวิตทั้งหลายเขาเชื่อว่า ถึงแม้เรียนจบจากช่วงชีวิตวัยเรียนแล้วเขาหาได้คิดว่าเขาต้องหยุดเรียนรู้อยู่แค่นั้นไม่ แต่กลับกลายเป็นว่าพอจบการเรียนในช่วงวัยเรียน จะต้องศึกษาแบบจริงๆ จังๆ

ต่อในระดับที่สูงขึ้นไปอีกคือระดับมหาวิทยาลัยชีวิต ซึ่งจะต้องเรียนรู้ทุกลมหายใจ เพราะมันจะมีผล ได้-เสีย ในทุกครั้ง ที่ลงมือทำอะไรก็ตาม และจะต้องศึกษาไปตลอดชีวิตในมหาวิทยาลัยชีวิตแห่งนี้

ส่วนคนที่ชีวิตล้มเหลวก็มีสาเหตุ เพียงสาเหตุเดียวก็คือ ไม่เรียนรู้ที่จะแก้ไขในสิ่งที่ผิดให้ถูกต้อง มันก็ผิดซ้ำๆ ซากๆ จนหาคุณภาพไม่ได้และสิ้นความน่าเชื่อถือในที่สุด และสุดท้ายก็คือล้มเหลว

ขอขอบคุณ b i t c o r e t e c h

Load More Related Articles
Load More By Songyim
Load More In ข้อคิด

Check Also

บางครั้ง..ชีวิตเราก็จำเป็นต้องเดินคนเดียว (อ่านแล้วได้แง่คิด)

ถึงแม้ว่าคุณ จะเป็นคนที่ชอบเข้าสังคม หรือมีโลกส่วนตัวสูงวันใดวันหนึ่ง หรือช่วงเวลาใดเวลาหน…