Home ข้อคิด รีบแก้ยังไม่สาย 6 นิสัยใช้ชีวิตเกินตัว ใช้เงินฟุ่มเฟือย

รีบแก้ยังไม่สาย 6 นิสัยใช้ชีวิตเกินตัว ใช้เงินฟุ่มเฟือย

10 second read
0
0

เชื่อว่าเหล่ามนุษย์เงินเดือน หลายๆ คนคงเคยเจอปัญหาเงินไม่พอใช้ถึงสิ้นเดือนหรือมีเงินใช้แบบเดือนชนเดือน ลำบากเหลือเกิน ไม่มีเงินเก็บเลยก็รู้สึกว่าเงินที่ได้มามันก็ไม่น้อยนะ แต่พอเลยต้นเดือนมาแล้วเงินหายไปไหนหมดนะ

อุ๊ย! นั่นของ S A L E นี่นา ไม่ได้แล้วต้องรีบไปซื้ออันนี้ก็ เ ซ ล ล์ อันนู้นก็ เ ซ ล ล์ ช้อปๆๆ กระจาย มีความสุขมากเลย พอมารู้ตัวอีกทีอ้าว เงินในกระเป๋าหายไปไหนหมดถ้าคุณกำลังเจอปัญหาแบบนี้ เป็นไปได้ว่าคุณอาจกำลังเป็นคนที่ “ใช้เงินเกินตัว”อยู่ก็ได้ เป็นแบบนี้ต่อไปไม่ดีแน่ๆ

เพราะอาจจะต้องไปกู้หนี้ยืมสินและลำบากในอนาคตมากขึ้นไปอีก คนที่เหนื่อยก็ไม่ใช่ใครที่ไหนแต่เป็นตัวคุณเองก่อนที่จะใช้เงินเกินตัวไปมากกว่านี้มาดูเคล็ดลับการแก้นิสัยใช้เงินเกินตัวกันหน่อยดีกว่า

1.ปรับเปลี่ยนนิสัยการใช้เงิน

พูดน่ะมันง่าย แต่ทำมันยากเหลือเกินค่ะ แต่ก็ต้องพยายามนะคะ ให้คุณนึกไว้เสมอว่าหากเราไม่ยับยั้งชั่งใจที่จะใช้เงินเสียตั้งแต่ตอนนี้ก็อาจทำให้เราต้องเหนื่อยในอนาคตข้างหน้า ดังนั้น คุณควรฝึกจิตใจให้แข็งแกร่งและตระหนักถึงความจำเป็นก่อนที่จะควักกระเป๋าจ่ายเงินให้กับสิ่งใดสิ่งหนึ่ง

2.ใช้เงินสดซื้อของ

บัตรเดบิตไม่เท่าไหร่ แต่บัตรเครดิตนี่สิคะ ง่ายในการจับจ่ายใช้สอย ทำให้คุณเผลอลืมตัวไปว่าใช้เงินไปมากแค่ไหนแล้ว จริงอยู่ที่การใช้ บัตรเครดิตสะดวกตรงที่ไม่ต้องพกเงินสดเยอะๆ หนักๆ เอาไว้ในกระเป๋า

แต่การพกเงินสดนั้นก็ดีตรง ที่เราจะไปรู้ว่าเราใช้เงินไปเท่าไหร่และเราเหลือเงินที่สามารถใช้ได้อีกเท่าไร พูดง่ายๆก็คือเราจะสามารถจัดระเบียบการใช้เงินได้ง่ายกว่านั่นเองค่ะ

3.เลิกใช้ชีวิตฟุ้งเฟ้อ หรูหรา

หากคุณเป็นคนที่คุ้นเคยกับการใช้ชีวิต แบบสะดวกสบาย หรือชีวิตแบบสโลว์ไลฟ์ซื้อของราคาแพง จริงๆ แล้วมันก็ไม่ได้ผิดอะไรถ้าเรามีเงินมากพอ แต่ถ้าการใช้ชีวิตแบบนั้นมันทำให้เราเสียเงินที่มีอยู่น้อยนิดไปโดยใช่เหตุ ก็ควรต้องเพลาๆ ลงบ้าง

แล้วลองพิจารณาดูว่าหากเราลดค่าใช้จ่ายตรงนี้ลงได้เราก็จะมีเงินเพิ่มขึ้นนะอาจจะไม่สะดวกสบายเหมือนเมื่อก่อน แต่ก็ไม่ต้องลำบากในอนาคต

4.เลือกคบเพื่อนที่ไม่พากันไปเสียเงิน

การเลือกคบเพื่อนก็มีอิทธิพล ต่อการใช้เงินอยู่เหมือนกันค่ะ ยิ่งขาช็อปแล้วด้วยก็คงจะพากันซื้อของช็อปกันสนุกสนานเลย ไม่มีใครห้ามใคร เผลออีกทีก็เงินหมดทั้งคู่แล้ว

แต่จริงๆ แล้วข้อนี้ไม่ใช่ทุกคนที่จะเกิดเหตุการณ์แบบนี้ น้อยส่วนนักที่จะเกิดเหตุการณ์แบบนี้ ถ้าเรามีสติในการใช้เงินซะอย่าง

เพื่อนช็อปเราก็ห้ามเพื่อนเราช็อปเพื่อนก็ห้าม ผลัดกันเตือนสติน่าจะเป็นอะไรทีดีที่สุดเลยล่ะค่ะ

5.วางแผนการเงินให้ชัดเจน

หากคุณไม่มีความหนักแน่น หรือไม่มีเป้าหมายทางการเงิน ทั้งแบบระยะสั้น- ระยะยาวจะทำให้คุณสูญเสียประสิทธิภาพในการจัดลำดับความสำคัญทางการเงิน ว่าเรื่องใดที่สำคัญมากเรื่องใดที่สำคัญน้อย

สุดท้ายแล้วก็จะพ่ายแพ้ต่อกิเลสและใช้เงินไปจนหมดทางที่ดีก็คือต้องวางแผนการใช้เงิน ในแต่ละเดือน ว่าจะใช้จ่ายไปกับอะไรเป็นจำนวนเท่าไรเดือนนี้จะเก็บเงินเท่าไร

หรือวางแผนจะซื้อของสักชิ้น ต้องเก็บเงินนานแค่ไหน และทำตามเป้าหมายนั้นให้ได้ หากคุณไม่สันทัดเรื่องการวางแผนก็ลองปรึกษาคนใกล้ตัวที่เก่งเรื่องบริหารเงินดูนะคะ

6.ตั้งสติก่อนจ่าย

เวลาที่คนเรามีเงินเยอะๆ อยู่ในครอบครอง ก็ไม่แปลกที่เราจะอยากนำไปใช้เพื่อตอบสนอง ความต้องการของตัวเองบ้างแต่เงินที่ว่าเยอะนั้นก็มีวันที่จะหมดไปได้ ถ้าใช้อย่างไม่รู้จักยับยั้งชั่งใจ

ดังนั้น ก่อนที่จะควักเงินจ่ายไปกับอะไรสักอย่างอยากให้ตั้งสติให้ดีเสียก่อนว่าเราอยากได้ของสิ่งนี้จริงๆ หรือไม่ และมันจำเป็นต้องซื้อในตอนนี้เลยหรือไม่ลองใช้เวลาในการชั่งใจก่อนหยิบเงินออกมาจ่าย

เพราะเงินก็เหมือนสายน้ำจ่ายไปแล้วไม่หวนคืนนะคะ ในช่วงที่เศรษฐกิจไม่ค่อยดีอย่างเช่นตอนนี้ เราควรเก็บเงินเอาไว้บ้างเพราะหากเกิดเหตุการณ์ฉุกเฉินหรือมีเหตุจำเป็นให้ต้องใช้เงินขึ้นมา

เราจะได้มีเงินสำรองเอาไว้ใช้จ่ายในอนาคตค่ะเงินไม่ใช่ทุกอย่าง แต่เงินเป็นสิ่งจำเป็นสำหรับการใช้ชีวิต เพราะฉะนั้นอย่าลืมตั้งสติก่อนควักกระเป๋าจ่ายเงินนะคะ จะได้มีเงินเก็บเยอะๆ

ขอขอบคุณ t o d a y . l i n e . m e

Load More Related Articles
Load More By Songyim
Load More In ข้อคิด

Check Also

อย่าเพิ่งติดหรู ถ้ายังเก็บเงินไม่เป็น

กับพนักงานบางคน เพราะอะไรคนที่มีเงินเดือนเท่ากันเขาถึงมีเงินใช้อย่างไม่ขัดสนเลย เขาทำยังไง…