Home ข้อคิด ลักษณะของหัวหน้า เป็นตัวอย่างให้ลูกน้องได้ แบบนี้ถึงเรียกว่าหัวหน้าเก่ง

ลักษณะของหัวหน้า เป็นตัวอย่างให้ลูกน้องได้ แบบนี้ถึงเรียกว่าหัวหน้าเก่ง

9 second read
0
0

1. หัวหน้างานที่ดีต้องมีความคิดที่ดีทั้งเรื่องงาน เรื่องคน

ทั้ง ต่อหน้าและลับหลังเริ่มต้นจาก “หัว” นั่นคือต้องมีความคิดที่ดีต่อคนรอบข้างและรู้จัก คิดก่อนพูดก่อนทำ หากเรามีหัวที่คิดดี พูดดี ทำดี พฤติกรร ม เราย่อมสะท้อนด้านดี

เช่น การพูดชมหรือตำหนิ ก็ต้องคิดเพื่อใช้คำพูดให้เหมาะสม กับคนนั้น ๆ การพูดชมก็ควรพูดต่อหน้า ลูกน้องคนอื่นๆ เพื่อให้เขาเห็นว่า หากเราทำดีหัวหน้าพร้อมชมเชยเสมอ

แต่หากเป็นการตำหนิ ก็ควรเรียกมาคุยเป็นการส่วนตัว มากกว่าตำหนิต่อหน้าคนอื่น ๆ ให้เขาเสียหน้า เป็นต้น

2. หัวหน้างานที่ดีรู้จักคิดก่อนพูด พูดในสิ่งที่ดี

สร้างสรรค์คนทุกคนมีปาก ที่จะพูดอะไรก็ได้ตามใจเรา แต่หากเราเป็นผู้นำแล้วนั้น การใช้ปากตามใจเราย่อมทำไม่ได้ครับเพราะ หากตอนนั้นเรากำลังโมโหอยู่

แต่นำสิ่งที่ไม่ดีไปลงกับลูกน้องแบบนี้ลูกน้องที่ไหน ก็คงไม่อยากทำงานกับเรา จริงไหมครับ !! ดังนั้น การใช้ปาก ต้องใช้ในทางที่ดี สร้างสรรค์ ใช้ในการบอกเล่าประสบการณ์ในการแนะนำสอนงานต่อลูกน้อง

หากลูกน้องคนนั้นไม่สามารถทำงานนั้นได้ ใช้ในการชื่นชมลูกน้องขอบคุณลูกน้อง ให้กำลังใจลูกน้องและให้คำแนะนำในการปรับปรุงตนเองเป็นต้น แบบนี้ดีกว่าเยอะครับ

3. หน้างานที่ดีต้องรู้จักยิ้มแย้มแจ่มใส ต่อหน้าลูกน้องและคนอื่นๆ ที่ร่วมงาน

คนบางคน อาจเป็นเสือยิ้มยาก โดยพฤติกรร ม แต่พฤติกรรม ก็ย่อมสามารถเปลี่ยนแปลงได้เสมอ หากเราเข้าใจในบทบาทของการเป็นผู้นำเพราะการเป็นผู้นำ ต้องเป็นคนที่สามารถเข้าถึงได้ในทุก ๆ คนทุก ๆ ระดับ ไม่มีอีโก้ ดังนั้น สิ่งที่จะลดอีโก้ตนเองได้นั้น ต้องรู้จักเป็นคนที่สดชื่นยิ้มแย้มแจ่มใส

อาจไม่ต้องถึงกับ เป็นคนที่ตลก แต่ต้องทำให้ลูกน้องสบายใจที่จะเข้ามาพูดคุย ปรึกษาทั้งเรื่องงานและเรื่องส่วนตัวเพราะเมื่อไหร่ ที่ลูกน้องกล้าที่จะเดินเข้ามาหาผมเชื่อว่า ปัญหาย่อมคลี่คลาย ไม่ทำให้ปัญหามีผลกระทบต่อคน ๆ นั้น ในระยะยาว

ซึ่งหน้าที่ของคนเป็นหัวหน้า ก็ต้องพร้อมแก้ไข ปัญหาร่วมกันดังคำว่า มีสุข คูณ สอง แต่มีทุกข์ต้อง หาร สอง ครับ

4. หัวหน้างานที่ดีต้องรักในงานที่ทำ

พร้อมต่อสู้กับปัญหาและอุปสรรค ที่เข้ามาคนที่เป็นหัวหน้างานต้องมีใจรักในงานที่ทำ ซึ่งเป็นสิ่งที่สำคัญมาก ๆเพราะหากเรารักในงานที่ทำใจ เราพร้อมยืดหยัดต่อสู้ให้งานนั้นประสบความสำเร็จ

ซึ่งเราย่อมต้องถ่ายทอดความคิดนี้ สู่ลูกน้องเราเพราะหากลูกน้องเรามีใจรักในงานที่ทำทุกคนเขาย่อมเข้าใจและพร้อมต่อสู้ฝ่าฟั น ปัญหาไปด้วยกัน

5. หัวหน้างานที่ดีต้องหัดเป็นคนที่เปิดใจรับฟังสิ่งต่าง ๆ รอบตัว

การคิดคนเดียวย่อมได้ เพียงมุมเดียว แต่หากเรายอมเปิดใจฟัง คนละเล็กละน้อย ข้อมูลในหัวเราย่อมมีมากขึ้นและนั่นย่อมทำให้เราได้ข้อมูลในการ คิด วิเคราะห์แยกแยะ ก่อนตัดสินใจคนที่เป็นหัวหน้างานต้องกล้าเปิดใจฟังสิ่งต่าง ๆ จากคนรอบข้างเพื่อนำมาปรับใช้ให้งานเดินหน้าต่อไป

ถึงแม้บางครั้งฟังแล้วไม่ใช้ในตอนนี้ แต่ใครจะรู้ว่าอนาคตอาจมีโอกาสหยิบมาใช้ ก็ย่อมเป็นไปได้ อย่างน้องการฟังก็ทำให้เรามีความรู้ที่มาก หากความรู้นั้นเป็นประโยชน์ ยกเว้น ความรู้ที่ไม่เป็นประโยชน์ต้องพร้อมดีดทิ้งในทันที

6. หัวหน้างานที่ดีต้องรู้จักเดินเข้าหาลูกน้อง เดินตรวจสอบการทำงาน

เดินหน้าแก้ไขปัญหา และพาทีมไปสู่เป้าหมาย เดียวกัน การทำงาน หากหัวหน้านั่งอยู่บน หอคอยอันส่งเกียรติอย่างเดียวแล้วจะรู้ได้อย่างไรว่างานนั้นเกิดปัญหาจากส่วนไหน อ วั ย ว ะ ใน ร่ าง ก าย ส่วนที่อยู่ต่ำที่สุด นั่นคือ ขาแต่ขาก็ทำให้เราสามารถโยกย้ายจากจุดหนึ่งไปยังอีกจุดหนึ่ง

หากเราใช้ขาในการก้าวเดินเสมือนทำงานย่อมต้องมีเป้าหมายครับการย่ำอยู่กับที่ไม่สามารถขับเคลื่อน ทีมงานไปสู่เป้าหมายได้ ซึ่งการจะไปสู่เป้าหมายได้ ก็ต้องกล้าเดิน แต่หากเดินแล้วผิดทาง ย่อมสามารถถอยหลังกลับ มาตั้งหลักได้เสมอ

คนเป็นหัวหน้างานต้องรู้จักเดินเข้าหาลูกน้อง รู้จักเดินดูหน้างานสังเกตสิ่งต่าง ๆ รอบตัวหากเจอปัญหาก็นำมาแก้ไข ไม่ปล่อยปัญหานั้นให้บานปลายอีกทั้งยังทำให้ลูกน้องสามารถสอบถาม หรือขอคำแนะนำจากหัวหน้าได้ในทันที รู้แล้วก็เดินบ้ างนะครับ จะได้แข็งแรง

7. หัวหน้างานที่ดีต้องเป็นคนที่ซื่อสัตย์สุจริตต่องานที่ทำ

ซื่อกินไม่หมด คดกินไม่นานเป็นคำกล่าว ที่ผมเห็นด้วยมาก ๆ เพราะคนเราหากไม่ซื่อสัตย์แล้วอยู่ที่ไหนก็ไม่เจริญ กลับกัน หากเราเป็นคนที่ซื่อสัตย์สุจริตอยู่ที่ไหน ใคร ๆก็อยากร่วมงาน

ดังนั้น หัวหน้างานที่ดี ต้องมีความซื่อสัตย์ สุจริตในทุกๆ ด้าน ทั้งเรื่องตนเองเรื่องงาน เรื่องครอบครัว และเรื่องสังคมเพื่อเป็นแบบอย่างที่ดีให้ลูกน้องต่อไป

8. หัวหน้างานที่ดีต้องสามารถลงมือทำให้ลูกน้องเห็นเป็นแบบอย่าง

ว่าเราสามารถทำได้ หากพูดอย่างเดียวแต่ไม่ทำ ใครเขาจะเชื่อครับ เหมือนสุภาษิตที่กล่าวไว้ว่า 100 คำพูดไม่เท่ากับ 1 การกระทำ ผมว่าจริงนะครับพูด แล้ว ทำ ย่อมทำให้ลูกน้องเห็นเป็นตัวอย่าง

เช่น หากเราเป็นคนที่มาทำงานสายเป็นนิจแบบนี้ จะกล่าวตักเตือนลูกน้องที่มาสายก็ย่อมยากครับที่ลูกน้องจะเชื่อเรามันเข้าตัวแต่หากเรามาเช้าทุกวันแบบนี้ลูกน้อง ก็คงเกรงใจ และไม่กล้ามาสายหรือหากมาสายเราจะเรียกมาคุยเพื่อปรับพฤติกรรมลูกน้องคนนั้นก็ไม่ใช่เรื่องที่ตะขิดตะขวงใจ

เพราะเป็นหน้าที่ของเราซึ่งลูกน้องคนนั้น คงไม่กล้าเถียงเพราะลูกพี่เป็นตัวอย่างที่ดี ในเรื่องที่ลูกน้องทำผิด พูด + ทำ ย่อมมีคุณค่าเสมอครับ

9. หัวหน้างานที่ดีต้องรู้จักใช้ภาษากาย ควบคู่กับคำพูด และน้ำเสียง

ในการทักทายการสื่อส ารแบ่งออกเป็น 3 แบบ คือ ภาษาพูด ภาษากาย และน้ำเสียงซึ่งหัวหน้างานที่ดีควรนำทั้ง 3 แบบนั้นไปใช้พร้อม ๆ กัน เช่นหากมีลูกน้องที่อายุมากกว่า ก็ใช้การทักทาย โดยยกมือไหว้สวัสดีเมื่อลูกน้องคนนั้นเห็น เขาจะเกรงใจเราเนื่องจากเราให้เกียรติ ต่อเขาก่อน เป็นต้น

หรือหากเรามีลูกน้องที่อายุน้อยกว่า การไหว้ก็ไม่ใช่เรื่องผิด เพราะประเทศไทยเราขึ้นชื่อว่า ยิ้มสวย และไหว้ สวยการรักษ าขนบธรรมเนียมประเพณีไทย ไม่ใช่เรื่องผิดครับ แต่คนที่เห็นเขาจะนำไปยกย่อง และชื่นชมนะครับ เรื่องดี ๆ ทำไปเถอะ !!

10. หัวหน้างานที่ดีต้องเป็นคนตรงต่อเวลา มาเช้า กลับทีหลัง

เรื่องเวลาในการทำงาน นับว่าเป็นเรื่องวินัยของตนเอง ที่ต้องพึงกระทำเพราะทุกองค์กรย่อมมีเวลาเข้าเวลาออก ที่ชัดเจน โดยเฉพาะเวลาเข้าก็ควรมาล่วงหน้าอย่างน้อยสัก 30 นาที ก่อนเริ่มงานเพื่อเตรียมตัวเตรียมใจวางแผนในการทำงานเพื่อนำข้อมูลมาประชุมลูกน้องก่อนเริ่มงานจะได้เข้าใจตรงกัน

ใครมีข้อสงสัย มีปัญหาก็ควรกันให้เรียบร้อยก่อนเริ่มงาน หากหัวหน้าทำแบบนี้ได้ทุก ๆ วันรับรองปัญหาจะน้อยลงและทำให้หัวหน้า มีเวลาไปคิดเรื่องงานให้มากขึ้น ดีกว่ามานั่ง ป วด หัวกับปัญหาคนในทุก ๆ วันครับส่วนการกลับทีหลัง

อันนี้ก็สำคัญเพราะเรามีความรับผิดชอบ ที่สูงกว่าลูกน้องก่อนกลับก็ตรวจสอบความเรียบร้อยของงาน จดบันทึกข้อมูล ความผิดพลาดความสำเร็จของงานในแต่ละวันเพื่อนำมาประกอบในการพูดคุยกับลูกน้องในเช้าวันถัดไป ครับ

11. หัวหน้างานที่ดีต้องมีความเชื่อมั่นต่อลูกน้อง

และเชื่อมั่นต่อปัญหาว่า ทุกปัญหาย่อมมีทางออกความเชื่อ นับเป็นจุดเริ่มต้น ในการสร้างสรรค์สิ่งต่างๆ โดยเฉพาะหากรับนโยบายจากผู้บริหารมาแล้วไม่มีความเชื่อการทำงานย่อมทำไปวัน ๆ ทำอย่างไร้เรี่ยวแรง

และทำอย่างไม่มีความสุขเพราะ ส ม อ ง ถูก ปิ ด กั้ น เรียบร้อยจากความเชื่อที่คิดว่า ทำไม่ได้และหากหัวหน้าท้อซะแล้ว ลูกน้องย่อมท้อตามและสุดท้าย ผลงานไม่ได้ก็ถูกผู้บริหารตำหนิอีก คราวนี้ไปกันใหญ่เลยครับ ดังนั้น ความเชื่อนับว่าเป็นสิ่งสำคัญ ที่เชื่อมทุกอย่าง

แค่เราเปลี่ยนจากคำว่าทำไม่ได้ เป็นเชื่อว่าเป็นไปได้และพร้อมคิดค้นหาวิธีการเชื่อมโยงเพื่อให้งานบรรลุเป้าหมาย หากว่าผิดพลาดผมเชื่อว่าเราจะไม่เสียใจ เพราะทำเต็มที่ และพร้อมปรับเปลี่ยนแก้ไขผู้บริหารย่อมเข้าใจเสมอ แต่อย่าผิดพลาดในเรื่องเดิม ๆ นะครับ แบบนั้นตัวใครตัวมันครับ

12. หัวหน้างานที่ดีต้องเป็นคนอ่อนน้อมถ่อมตน

ไม่ยกตนข่มท่านคนที่อ่อนน้อม ถ่อมตน ใคร ๆ ก็รัก ใคร ๆ ก็เอ็นดู คนที่เป็นหัวหน้างานเมื่อมีลูกน้องแล้วก็ต้องเป็นคนที่เข้าถึงง่าย ไม่โอ้อวดว่าเราใหญ่เราเป็นหัวหน้างานอีกทั้ง การประพฤติตนเอง ต่อผู้บังคับบัญชาของเราก็ต้องให้เกียรติท่านเสมือนเราเล่นบทบาทของผู้ตาม

เพื่อสร้างความไว้ เ นื้ อ เชื่อใจสร้างคุณค่า แต่ไม่ใช่ประจบสอพอนะครับใช้ผลงานเป็นเครื่องพิสูจน์ + พฤติกรร ม ที่ดีเหนือฟ้ายังมีฟ้านะครับ การอ่อนน้อมถ่อมตน เป็นสิ่งที่ควรทำต่อคนรอบข้างทำให้เหมือนกัน ในทุกๆ วัน แบบนี้ ย่อมได้ใจ

ทั้งต่อผู้บังคับบัญชาเราและ ผู้ใต้บังคับบัญชาและหากวันหนึ่ง ผู้บังคับบัญชาเรา ชื่นชมมาเราต้องให้เกียรตินั้นต่อ ลูกน้องของเรา มากกว่าตัวเราเพราะงานจะเกิดขึ้นได้ ต้องมีคนปฏิบัติให้เครดิตต่อลูกน้อง ลูกน้องจะมีกำลังใจทำงานต่อไป

กลับกันหากผู้บังคับบัญชาตำหนิ ในผลงานลงมา หัวหน้างานที่ดี ต้องพร้อมรับแทนลูกน้องและ นำข้อผิดพลาดนั้นมาประชุมกับลูกน้องเพื่อหาแนวทางแก้ไขต่อไปในอนาคต

13. หัวหน้างานที่ดีต้องรู้จักคิดในเชิงป้องกันก่อนลงมือทำ

เหรียญย่อมมี 2 ด้านให้คิด การคิดก็มี 2 ด้านทั้งการคิดบวกและคิดลบซึ่งการคิดบวกเป็นสิ่งที่ดี ทำให้เราหมดทุกข์แต่หากไม่อยากทุกข์ ก็ต้องคิดลบ แต่เป็นการคิดลบในเชิงของการป้องกัน วางแผน ก่อนลงมือทำหัวหน้างานที่ดีนอกจากการเปิดใจรับฟังแล้วก็ต้องนำมาข้อมูลมาคิดมาวางแผน

ซึ่งการวางแผนก็ต้องมีการประชุมเพื่อหาข้อมูลก่อนตัดสินใจเพราะหากเราไม่อยากเสียเวลาแก้ไข ก็ต้องวางแผนให้รอบคอบ รอบด้านแต่การวางแผนเยอะเกินไปก็ทำให้เราไม่กล้าลงมือทำผมยังเชื่อเสมอ คิด วางแผน สำคัญแต่ไม่เท่า ลงมือทำ สำคัญกว่า

แต่หาก ไม่คิด ไม่วางแผน แล้วทำอย่างเดียว แบบนี้เสียเวลาแก้ไขนานโข ครับคิด + วางแผน + ลงมือทำ + กล้ายอมรับผลกับสิ่งที่ทำ = ประสบการณ์และเมื่อมีประสบการณ์แล้ว เราจะเห็นทางสว่างในอนาคตครับ

สรุป

ทำดี = ให้เครดิตลูกน้อง ทำผิดพลาด = รับหน้าแทนลูกน้องเสมอครับ

14. หัวหน้างานที่ดีต้องมีคุณธรรมเป็นเครื่องยึดเหนี่ยวจิตใจ

เพื่อใช้ในการปกครองคนคุณธรรม คือ สิ่งที่ยึดเหนี่ยวจิตใจเรา หากเรามีคุณธรรมในใจเยอะทำสิ่งใดเราจะคิดก่อนทำ ผมฝากหัวหน้างานทุกคนให้มีคุณธรรม คือ ธรรมมะในการครองตนเอง เช่นการถือศีล5 การยึดหลักพรหมวิหาร 4 (เมตตา กรุณา มุทิตา และอุเบกขา)

คิดดี พูดดี ทำดี

มีความรู้ผิดชอบชั่ วดี

มีความกตัญญูกตเวทีต่อผู้มีพระคุณ

ฯลฯ

15. หัวหน้างานที่ดีต้องคิดเสมือนเราเป็นเจ้าขององค์กร

รู้จักทำงานเชิงรุก และมีเป้าหมายที่ชัดเจน ในการทำงานการที่องค์กรแต่งตั้ง เราขึ้นมานำคนอื่น ๆ นั้น เขาย่อมเห็นคุณค่าในตัวเราและคาดหวังให้เราช่วยคิด วางแผนในการขับเคลื่อนคน เพื่อให้เกิดผลของงานบรรลุตามเป้าหมายขององค์กร

ดังนั้น คนที่เป็นหัวหน้างาน จำต้องเข้าใจในบทบาท เข้าใจในสิ่งที่องค์กรกำลังก้าวเดิน เข้าใจวิสัยทัศน์พันธะกิจ ขององค์กรและสามารถนำมาเป็นแผนงานที่สามารถเดินหน้าตามแผนได้ในทุก ๆ วันทุกเรื่องที่กล่าวมา ล้วนเป็น สิ่งที่คนเป็นหัว ต้องนำไปใช้ในการบริหารงานบริหารคน

เพราะหากคนที่เป็นหัวหน้างานสามารถปฏิบัติได้ครบทุกข้อ คนที่เห็นย่อมเชื่อมั่น เชื่อถือและปฏิบัติตาม โดยเฉพาะคนที่เป็นลูกน้องเพราะหากเขามีหัวหน้างาน ที่ดีลูกน้องย่อมโชคดีในการทำงานเพราะเขาสามารถเก็บเกี่ยว ความรู้ ประสบการณ์

และคุณธรรมในการนำไปใช้เพื่อวันข้างหน้าหากเขาได้ขึ้นเป็นหัวหน้า ย่อมสามารถการันตี ว่าเขาย่อมเป็นหัวหน้างานที่ดีได้เช่นกัน จากแบบอย่างที่เคยเจอมาผมเชื่อเสมอครับ หากเราจะเปลี่ยนแปลงคนอื่นได้นั้น เราต้องเปลี่ยนแปลงที่ตัวเราก่อนใช้ทั้งคำพูด + การกระทำในการทำให้คนรอบข้างเห็น และนำไปใช้วันนี้ถามตนเองนะครับ

เราเป็นสุดยอด หัวหน้างานที่ เก่งคิด เก่งงาน เก่งคน เก่งคุณธรรม หรือยังเชื่อผมเถอะ !!

ขอขอบคุณ d r f i s h.t r a i n i n g

Load More Related Articles
Load More By Songyim
Load More In ข้อคิด

Check Also

อย่าเพิ่งติดหรู ถ้ายังเก็บเงินไม่เป็น

กับพนักงานบางคน เพราะอะไรคนที่มีเงินเดือนเท่ากันเขาถึงมีเงินใช้อย่างไม่ขัดสนเลย เขาทำยังไง…