Home ข้อคิด สาเหตุที่ลูกน้อง “หมดศรัทธา” กับคนที่เป็นหัวหน้า

สาเหตุที่ลูกน้อง “หมดศรัทธา” กับคนที่เป็นหัวหน้า

12 second read
0
0

ไม่เคยสนใจใส่ใจความความสำเร็จของลูกน้องตนเอง พนักงานทุกคนที่มาทำงานก็ย่อมที่จะอยากจะสร้างผลงานที่ดีให้นายตนเองได้เห็น และเมื่อไหร่ที่มีผลงานที่ดีออกมา

ก็อยากให้นายชื่นชม แต่นายบางคนกลับไม่เคยคิดที่จะชื่นชมความสำเร็จของลูกน้องตนเองเลย นิ่งๆ เหมือนไม่รู้เรื่อง ทั้งๆ ที่ก็เอาผลงานของลูกน้องไปเสนอนายใหญ่แล้ว

ไม่เคยให้แนวทางที่ชัดเจนแก่ลูกน้อง พฤติกรรมของหัวหน้าที่ลูกน้องไม่ค่อยชอบใจเรื่องที่สองก็คือ หัวหน้าที่ไม่เคยบอกถึงเป้าหมาย และแนวทางในการทำงานที่ชัดเจน มีแต่

ภาพเบลอๆ ถามอะไรก็บอกยังไม่รู้ หรือยังไม่ได้ตัดสินใจ ลูกน้องก็เลยทำอะไรไม่ถูก ไม่รู้ว่าจะเดินทางไหนดี ไม่เคยคิดที่จะคุยกับลูกน้อง โดยเฉพาะการให้ Feedback

ทางด้านผลงานแก่ลูกน้องตนเอง ปัจจุบันนี้เรื่องของ Feedback ทางด้านผลงานนั้นเป็นอีกเรื่องที่พนักงานอยากได้จากนาย และมีงานวิจัยเยอะมากที่ยืนยันว่า การที่พนักงาน

ไม่อยากทำงาน และไม่มีความรู้สึกรักงานที่ตนทำเลย ก็มีสาเหตุมาจากการที่หัวหน้าไม่เคยพูดคุยและบอกพนักงานเกี่ยวกับผลงานของตนเองเลย

แอบอ้างผลงานของลูกน้องตนเอง นายแบบนี้ก็เป็นนายที่ลูกน้องไม่อยากทำงานด้วยเช่นกัน เป็นประเภทใช้งานลูกน้องแล้ว ลูกน้องทำงานให้แล้ว สุดท้ายนายก็

แอบอ้างผลงานของลูกน้องตนเอง บอกว่าเป็นผลงานของตนเอง ตนเป็นคนคิด และลงมือทำมันด้วยความเหนื่อยยาก

ด่าลูกน้องเสียๆ หายๆ เวลาที่ทำงานไม่ดี โดยปกติแล้วการทำงานของลูกน้องก็ย่อมจะต้องมีทั้งผลงานที่ดี และไม่ดี เวลาที่ลูกน้องทำงานได้ไม่ดี นายไม่ชอบใจ ก็ ด่ า ก ร า ด

โดยไม่ไว้หน้าลูกน้องตนเอง แทนที่จะใช้วิธีการพูดคุยที่เรียกกว่า Constructive criticism ก็คือ การวิพากษ์กันอย่างสร้างสรรค์ เพื่อทำให้ผลงานได้รับการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง

ด่ า ก ร า ด อย่างเดียวพนักงานก็หมดกำลังใจในการทำงานให้ดีขึ้นอย่างแน่นอนครับ

จำชื่อลูกน้องตัวเองไม่ได้ สิ่งที่พนักงานรับไม่ได้อีกเรื่องก็คือ คนเป็นนายจำชื่อตนเองในฐานะลูกน้องไม่ได้เลย เรียกที่ไรก็ต้องถามทุกทีว่าชื่ออะไร แสดงให้เห็นว่าไม่เคยใส่ใจ

หรือสนใจในตัวลูกน้องเลย แบบนี้ใครจะอยากทำงานด้วยล่ะครับ

ไม่เคยสอบถามถึงชีวิตความเป็นอยู่ของพนักงานเลย นายประเภทสุดท้ายที่ลูกน้องบอกว่าไม่อยากทำงานด้วยก็คือ นายที่ไม่เคยสอบถามถึงทุกข์สุขในเรื่องที่ไม่เกี่ยวกับงาน ไม่ว่าจะเป็น

เรื่องราวชีวิตส่วนตัว ครอบครัว สุขภาพ ความเป็นอยู่ด้านต่างๆ ฯลฯ ทั้ง 7 รูปแบบนี้ เป็นเหตุผลที่พนักงานได้เรียงลำดับความสำคัญมาให้ด้วย ว่าแบบไหนที่รับไม่ได้มากที่สุด

ก็ตามข้อที่ผมเขียนไว้ข้างต้น ลูกน้องทุกคน เวลาที่มาทำงานให้กับบริษัท และมีนายที่ดูแลเขาอยู่นั้น ที่พึ่งคนแรกในการทำงานของตนเองก็คือนายที่เขาขึ้นตรงด้วย เวลาที่ทำงานได้ดี

ก็อยากให้นายได้เห็น และอยากได้รับการชื่นชมจากนายของตนเอง เพราะถ้านายไม่รู้ไม่ชี้ ไม่เคยใส่ใจ ไม่สนใจอะไรเลยในตัวลูกน้อง อีกทั้งยังเอารัดเอาเปรียบในเรื่องของการทำงาน ฯลฯ

ทำงานกับนายแบบนี้ ผมคิดว่าไม่ต้องมีนายเลยยังจะดีกว่า และนี่ก็คือสาเหตุหลักที่พนักงานส่วนใหญ่ที่ไม่ผูกพัน (Not Engage) กับการทำงานในองค์กร ซึ่งก็คือ สาเหตุมาจาก

หัวหน้าของตนเองเป็นส่วนใหญ่ครับ คำถามก็คือ แล้วถ้าองค์กรเรามีหัวหน้าที่มีพฤติกรรมเหล่านี้ จะทำอย่างไรดี นี่คือสิ่งที่ท้าทายมากๆ ในการพัฒนาหัวหน้างาน

ให้เปลี่ยนพฤติกรรมจากไม่ดี ไปสู่พฤติกรรมที่ดีซึ่งอาศัยการฝึกอบรมเพียงอย่างเดียวไม่มีทางจะได้ผลเลย ต้องอาศัยผู้บริหารระดับสูงที่ต้องคอยดูแล Feedback และ

เอามาเป็นส่วนหนึ่งของการประเมินผลงานของคนที่เป็นหัวหน้าด้วยและนำไปเชื่อมโยงกับระบบการให้รางวัลที่เหมาะสมด้วย ใครที่เปลี่ยนแปลงตนเองจนกลายเป็นหัวหน้างานที่ดี

ก็จะมีรางวัลในแง่ผลงานให้ด้วย ก็ต้องอาศัยวิธีการ แนวทางที่ชัดเจน และที่สำคัญก็คือ ต้องอาศัยเวลาพอสมควรในการที่จะเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมของคนที่เป็นหัวหน้า

อีกประเด็นที่ไม่ควรจะลืมเลยก็คือ อย่ามัวแต่มุ่งเน้นการพัฒนาหัวหน้างานให้เป็นหัวหน้าที่ดีจนลืมการพัฒนาพนักงานให้เป็นพนักงานที่ดีด้วยนะครับ เพราะสองคนนี้

จะต้องทำงานด้วยกันทุกวันดังนั้น การพัฒนาก็ต้องทำทั้งหัวหน้าและลูกน้องด้วยครับ เมื่อลูกน้องดี หัวหน้าก็ดีและเมื่อหัวหน้าดี ลูกน้องก็ดีด้วย

ขอบคุณที่มา : b l o g g a n g . c o m

Load More Related Articles
Load More By sabailey99
Load More In ข้อคิด

Check Also

ฝึกชีวิตให้สบายๆ อย่างคนฉลาด (สอนใจดีมาก)

ให้โอกาสชีวิต ได้เรียนรู้สิ่งเหล่านี้ แล้วชีวิตคุณจะง่ายขึ้น 1. ทำชีวิตให้เรียบง่าย รู้จัก…