Home ข้อคิด อย่าถือคนบ้า อย่าว่าคนนินทา อย่าเอามันมาเก็บให้หนักใจเลย

อย่าถือคนบ้า อย่าว่าคนนินทา อย่าเอามันมาเก็บให้หนักใจเลย

0 second read
0
0
52

อย่าถือไป ทุกเรื่อง ให้เคืองขุ่น

คนบ้าวุ่น วายไป ใยถือสา

อย่าว่าใคร ไม่ดี ที่ระอา

คนเมามา อย่ายุ่ง มุ่งทำลาย

ใครนินทา ว่าร้ าย หมาย อ า ฆ า ต

เราอย่าขาด สติพา ปัญญาหาย

อย่าเอามา เป็นทุกข์ สุขกลับกลาย

ใส่ใจหมาย มุงมั่น ไม่หวั่นใจ

การนินทาว่าร้ าย การใส่ร้ ายป้ายสี การสร้างเรื่องไม่ดี สิ่งเหล่านี้ไม่ควรกระทำ

อย่าเอาคำพูดของเรา ไปทำร้ ายคนอื่นเขา ทำให้เขาเป็นทุกข์ ตัวเราก็ไม่สุขเช่นกัน

คำพูดก่อนจะพูดเราเป็นนายมัน แต่เมื่อพูดไปแล้วคำพูดนั้นมันคือนายเรา

เมื่อถูกนินทาให้คิดเสียว่า ใครๆ ก็ถูกนินทาได้ทั้งนั้น ดีไม่ดีตัวเรารู้ดีกว่าใครๆ อย่าสนใจกับคำนินทา

พระพุทธเจ้าตรัสว่า คนไม่ถูกนินทาในโลกนั้นไม่มี เราจะรู้หรือไม่รู้ก็ตาม จะมีคนพูดถึงเราในทางไม่ดีเสมอ

เพราะว่าคนเราเห็นอะไรต่างกัน ถ้าหากว่ามุมมองที่ต่างกันนั้น ประกอบอยู่ด้วยความรู้สึกที่ไม่ดี

ความรู้สึกที่จะเอาเข้าตัว หรือว่า ความรู้สึกอย ากแข่งได้ชิงดีอะไรก็ตาม

มันจะทำให้เกิดความรู้สึกอย ากนินทา อย ากพูดถึงในทางไม่ดีขึ้นมาเสมอนะครับ

มนุษย์เป็นสัตว์สังคมประเภทชอบนินทา อันนี้เป็นการทำความเข้าใจอันดับแรก ซึ่งรู้ๆ กันอยู่ แต่ว่ามันเข้าไม่ถึงใจ

สิ่งที่เราอย ากหลบจริงๆ ไม่ใช่เสียงภายนอก แทนที่จะมองว่าจะแก้ปัญหาข้างนอกอย่างไร

ขอให้มองว่าสิ่งที่เราอย ากหลบจริงๆ เนี่ย คือ ความรู้สึกไม่ดีที่มันเกิดขึ้นในใจเราเอง

เสียงภายนอก เราไม่สามารถจะควบคุมได้ ไม่สามารถจะตามทำความเข้าใจได้หมดได้ แต่สิ่งที่เกิดขึ้นในใจของเรา คือ ความ

ขัดเคือง ความรู้สึกไม่ดี ความรู้สึกแย่ๆ อันนี้เป็นสิ่งที่เราสามารถจะตามรู้ได้ ตามทำความเข้าใจกับมันได้

โทสะที่เกิดขึ้น ไม่ว่าจะร้อนขนาดไหน ไม่ว่าจะเกิดยืดย าวขนาดไหน ในที่สุดมันจะแสดงความไม่เที่ยงออกมา

แผ่เมตตาให้เขาหยุดนินทาได้ไหม ถ้าในตอนแผ่เมตตา เราเต็มไปด้วยความรู้สึกกระวนกระวาย บางทีมันก็เหมือนกับแผ่ความร้อน

หรือว่าแผ่ความกระวนกระวายไป เหมือนเอาตัวกระตุ้น หรือว่ายั่วยุ ให้เขาอย ากจะกลับมาทิ่มแ ทงเราอีกได้

วิธีเจริญสติรับมือเสียงนินทา

ณ เวลาที่เขานินทาเรา แล้วเราเกิดความทุกข์ อย่าพย าย ามฝืนไม่ให้เกิดความทุกข์

ให้ยอมรับตามจริงว่ามันเกิดความทุกข์ขึ้นมา แล้วให้ฝึกจนกว่าจะชิน ให้ฝึกจนกว่ามันจะได้

ถามตัวเอง ลมหายใจนี้ทุกข์ขนาดไหน แล้วก็ค่อยสังเกตเอาว่า ลมหายใจเข้าใหม่ ลมหายใจออกใหม่ ยังทุกข์เท่าเดิมอยู่ไหม?

ยอมรับไปทีละลมหายใจว่าเกิดอะไรขึ้นกับใจของเรา เอาความทุกข์ที่เกิดขึ้นมาใช้ประโยชน์ว่า มันแสดงความไม่เที่ยงให้ดูอย่างไร

ในแต่ละลมหายใจ ความทุกข์จะสอนให้เรามีความสุขอย่างแท้จริง

ตอนที่เข้าใจความจริงได้ว่า ลักษณะความทุกข์มันต่างไปเรื่อยๆ นะครับ

ความสุขอันเกิดจาก การที่เราเห็นความไม่เที่ยงของสิ่งใด แล้วเราไม่ยึดสิ่งนั้น มันเป็นความสุขที่แท้จริง มันทำให้จิตของเราสงบ

อย่างแท้จริง ความสุขสามารถละลายพฤติกรร มคนได้ ความสุขความเบานั้นเป็นมิตรกับคนทั่วไป มันสามารถละลายพฤติกรร มบาง

อย่างของคนได้ เวลาที่ใจของเราเบา ไม่ยึดเอาโทสะเป็นที่ตั้ง เป็นที่โฟกัส แม้ว่าจะถูกนินทา แม้ว่าจะถูกกลั่นแกล้ง

พอนานๆ ไป คนที่เขาจงใจนินทาจงใจกลั่นแกล้งเรา เกิดความรู้สึกว่าเอาชนะเราไม่ได้ ในที่สุดเขาจะยอมแพ้ไปเอง

จิตคนโดยธรรมชาติดั้งเดิมเลย มีความอ่อนแอ มีความปวกเปียก เมื่อพย าย ามอะไรมากๆ เข้า

แล้วประสบความล้มเหลวตลอด ในที่สุดมันจะแพ้ภัยตัวเอง พย าย ามจะไปทำเขา

เสร็จแล้วเขายิ่งดูนับวันยิ่งมีความสุขขึ้นทุกที มันถอยไปเอง มันหมดแรง หมดกำลังนะครับ

ถ้าเขาร้ ายมากๆ จริงๆ โอเคเราอาจจะไม่เห็นผลต่างภายในวันสองวัน

แต่เชื่อเถอะว่าหลายเดือนผ่านไปหรือว่าเป็นปีนะ ในที่สุดเขาจะอ่อนกำลัง

สรุป คำแนะนำก็คือ ถ้าเราทำความเข้าใจกับกลไกภายในของเราได้

มันมีอิทธิพลให้พฤติกรร มของเขาแตกต่างไปได้ด้วย คือ เรามีความสุขก่อน

แล้วเขาอาจจะได้ทำบาปน้อยลง หรือไม่ต้องได้ทำบาปอีกเลย

Load More Related Articles
Load More By songyim songyim
Load More In ข้อคิด

Check Also

6 สิ่งที่บอกว่าผู้ชายเขาเปลี่ยนไป

รู้สึกบ้างไหมว่า ทำไมเดี๋ยวนี้ คนรักของคุณเขาดูแปลกไปเหมือนไม่ใช่คนเดิมที่คุณเคยคบ ไม่ใช่ค…