Home ข้อคิด เริ่มเบื่อชีวิตลูกจ้าง วันนี้อยากเปลี่ยนชีวิตเป็น “นายตัวเอง” เริ่มจากตรงไหนก่อน

เริ่มเบื่อชีวิตลูกจ้าง วันนี้อยากเปลี่ยนชีวิตเป็น “นายตัวเอง” เริ่มจากตรงไหนก่อน

18 second read
0
0

เชื่อว่าหลายๆ คน อาจจะเบื่องานประจำที่กำลังอยู่ อยากจะลาออกไปทำธุรกิจของตัวเอง ซึ่งก็มีอยู่ 2 ขั้นตอนทีคนส่วนใหญ่ทำกัน คือ ลาออกงานเลย แล้วไปสร้างธุรกิจของตัวเองและยังไม่ลาออกจากงาน

แต่วางแผนไปเรื่อยๆ ในการสร้างธุรกิจให้เป็นรูปเป็นร่าง แล้วค่อยลาออกโดยอันหลังจะเป็นหลักประกันความ เ สี่ ย งได้ดีกว่าเพราะยังมีเงินประจำอยู่

วันนี้เราจะนำเสนอ 12 ขั้นตอน ก้าวจากการเป็นลูกจ้างสู่ การเป็นผู้ประกอบการธุรกิจเพื่อเป็นแนวทางให้กับบรรดาพนักงานประจำ ที่ต้องการอยากเป็นนายตัวเองหรือเจ้าของธุรกิจในอนาคตครับ

1. มองโอกาสของธุรกิจ

ถือว่าสำคัญมาก แม้ว่าเราชอบหรืออยากจะทำอะไร แต่ถ้าทำไปแล้วไม่มีลูกค้า ไม่มีคนซื้อก็ไม่คุ้มค่า กับการลงทุน ดังนั้นการที่คิดจะทำธุรกิจอะไร ต้องวิเคราะห์ตลาดและพฤติกรรมผู้บริโภคด้วย

ว่าลงทุนวันนี้ แล้วพรุ่งนี้ลูกค้ายังจะซื้อเราอีกไหมหรือธุรกิจที่เราชอบในวันนี้ อีก 1- 2 ปีข้างหน้า ยังจะได้รับความนิยม อยู่หรือไม่เราต้องมองโอกาสของธุรกิจด้วย

2. กำหนดสิ่งที่อยากทำ

เมื่อเราอยากเป็นเจ้าของธุรกิจ เราต้องค้นหาหรือถามตัวเองว่า อยากทำอะไรหรือ ชอบอะไรเป็นพิเศษ

ยิ่งถ้าเรารักในสิ่งที่อยากทำด้วยแล้วก็จะทำให้ธุรกิจ ที่จะทำประสบความสำเร็จได้ง่ายขึ้น เพราะเราจะตั้งใจทำอย่างเต็มความสามารถ

3. เริ่มต้นจากธุรกิจขนาดเล็กๆ

เป็นการทดลอง การทำธุรกิจว่าจะไปได้ หรือไม่ได้ เหมือนเป็นการลองผิดลองถูก ถ้าเจ๊งก็ไม่ต้องเสียเงินงบประมาณจำนวนมาก แต่ถ้าไปรอดหรือได้รับการตอบรับที่ดีจากตลาดและลูกค้า

ก็ค่อยๆ ขยับขยายธุรกิจให้มีขนาดใหญ่ขึ้นที่สำคัญ เหมาะสำหรับช่วง ที่เรายังทำงานประจำอยู่ ยังปลีกตัวไปทำเต็มตัวไม่ได้ ต้องทำขนาดเล็กๆ ไปก่อน

4. สอบถามลูกค้าเพื่อหาไอเดีย

เชื่อมโยงกับข้อ 2 เพราะก่อนจะลงทุน ทำธุรกิจอะไรให้ประสบความสำเร็จอยากแรกต้องดูเทรนด์ตลาด และความต้องการของผู้บริโภคด้วย อาจทำแบบสอบถามหรือพูคุยกับลูกค้าในพื้นที่นั้นๆ โดยตรงหรือสอบถามทางช่องทางออนไลน์ก็ได้

ว่าลูกค้าชอบสินค้าหรือบริการ ที่เราอยากจะทำหรือไม่ เพื่อเป็นการแนวร่วมเดียวกัน ถ้าสอบถามหลายๆ คนบอกว่าไม่ชอบเรา ก็ยังสามารถปรับเปลี่ยน ธุรกิจก่อนที่จะลงทุนจริงๆ จังๆ ได้ทันเวลา

5. วางแผนการตลาดและแผนธุรกิจ

การตลาด ที่ได้รับความนิยม ในวันนี้ คือการใช้ช่องทางสื่อสารผ่านทางออนไลน์ โดยเฉพาะ S o c i a l M e d i a ต่างๆ เพราะสาสามารถเจ้าถึงกลุ่มลูกค้าเป้าหมายได้ดีที่สุด

ขณะเดียวกันเราต้องจัดทำแผนธุรกิจ ระบุรายละเอียดต่างๆ ว่าเป้าหมายของธุรกิจคืออะไรเราต้องทำงานอะไรบ้าง ให้ประสบความสำเร็จ แผนธุรกิจจะครอบคลุมโครงสร้างส่วนต่างๆ ของธุรกิจ

6. วางโครงสร้างบริษัท

ในเวลาเดียวกัน ถ้าเราจะเดินหน้า ธุรกิจจริงๆ ต้องมองด้วยว่าจะจัด ตั้งบริษัทในรูปแบบไหน เช่น บริษัทคนเดียว หรือหุ้นส่วน

หรือจัดตั้งเป็นห้างหุ้นส่วน นิติบุคคล เป็นต้น เพื่อที่จะได้รับการดูแลตามกฎหม าย อย่างถูกต้อง

7. ประเมินธุรกิจ และปรับเปลี่ยน

หลังจากที่เราได้ทดลอง เริ่มต้น ธุรกิจไปแล้วพอผ่านไปได้ประมาณเดือนกว่าๆ ก็ลองมาวิเคราะห์ธุรกิจดูว่า ผลกาตอบรับจากตลาดและลูกค้าเป็นอย่างไร

ยอดขายเพิ่มขึ้นทุกวันหรือไม่หรือคงที่ หรือยอดขายตกเมื่อเราเห็นภาพก็จะสามารถนำไปปรับปรุงแก้ไขได้ทันท่วงที โดยนำเอาข้อเสนอแนะจากลูกค้ามาปรับปรุงให้ตอบโจทย์ลูกค้า จะดีที่สุดครับ

8. ลาออกจากงานประจำ

เมื่อธุรกิจ พร้อมแล้วให้ลาออก จากงานประจำวัน เพื่อทำงานของตัวเอง อย่างเต็มที่ แต่อย่าลืมว่าในการออกมาทำธุรกิจของตัวเองนั้น

ในวันข้างหน้าเราอาจจะต้องได้พบเจอกับหัวหน้าเก่าเจ้านายเก่าหรือเพื่อนร่วมงานเก่าๆ ดังนั้น ก่อนการลาออกต้องบอกเจ้านาย

และเพื่อนร่วมงานให้ดี ไม่บาดหมางใจกันเพราะอนาคตธุรกิจอาจต้องพึ่งพาช่วยเหลือกัน

9. ตั้งงบประมาณในการทำงาน

ช่วงเวลา ที่เราทำงานประจำ อาจจะไม่สามารถจัดสรร เรื่องงบประมาณในการทำธุรกิจได้อย่างเต็มที่ แต่เมื่อเราออกจากงานประจำมาบริหารกิจการของเราอย่างเต็มที่แล้ว

อยากแรกเราต้องบริหารงบประมาณ ในการทำธุรกิจแยกออก เป็นแต่ละส่วน ไม่ว่าจะเป็นการผลิต การตลาด การจำหน่าย การขนส่ง รวมเงินทุนหมุนเวียนในบริษัท เป็นต้น

10. รวบรวมทีมงาน

มาถึงตรงนี้ ถ้าความคิดในการทำธุรกิจของเรา จะเป็นไปได้มากที่สุด ผลการตอบรับจากช่วงทดลองทำการตลาด ได้รับผลการตอบรับดี

ต่อไปเราต้องคิดว่าถ้าเราออกจากงานเพื่อมาทำธุรกิจของเราเต็มเวลา เราจำเป็นต้องทีมงาน เพื่อการขยายธุรกิจให้มีขนาดใหญ่ขึ้นกว่าเดิม

ไม่ว่าจะเป็นทีมงานการตาด การเงิน การผลิต การบริการลูกค้า เป็นต้น

11. การหาแหล่งเงินทุน

ถ้าเราคิดจะทำธุรกิจขาดเล็ก เราอาจใช้เงินเก็บ จากการทำงานประจำ มาใช้จ่ายช่วง 1- 2 เดือนแรกก่อนก็ได้ ถ้าหากมีเงินเก็บจำนวนมาก

แต่ถ้าอยากทำธุรกิจที่มันใหญ่ขึ้นเพราะมีตลาด และลูกค้ารองรับอยู่แล้ว ก็อาจจำเป็นต้องหาแหล่งเงินทุนที่ปลอดภัย

ไม่ว่าจะเป็นการขอสินเชื่อจากสถาบันการเงินต่างๆ รวมถึงแหล่งเงินทุนจากญาติพี่น้อง

12. ปรับขนาดธุรกิจตามแผนการตลาด

สุดท้ายคือ การทำธุรกิจ ให้เป็นไปตามแผนงาน หรือแผนธุรกิจที่เราได้เขียนเอาไว้ตั้งแต่เริ่มต้น ถ้าออกจากงานแล้วธุรกิจไปได้สวย

แต่ตอนแรกแผนธุรกิจเขียนเล็กๆ เราก็ต้องมาปรับขนาดธุรกิจให้เท่ากับแผนการตลาดในปัจจุบัน

เช่น ถ้าสินค้าเป็นที่ต้องการของตลาดต่างประเทศ เราก็ต้องปรับขนาดธุรกิจให้ใหญ่ขึ้นเพื่อรองรับตลาดต่างประเทศ เช่น อาจต้องเพิ่มทีมงานด้าน ต่างประเทศ โดยเฉพาะ

รวมถึงเพิ่มกำลังการผลิตที่มากขึ้นด้วยทั้งหมดเป็นขั้นตอน ในการก้าวไปสู่ในการเป็นเจ้าของกิจการหรือการเป็นนายตัวเอง ในขณะที่เรายังเป็นลูกจ้างอยู่

ซึ่งถือเป็นแนวทางที่คนส่วนใหญ่นิยมใช้กันมากเพราะการวางแผนเป็นเจ้าของธุรกิจ

ตั้งแต่เรายังทำงานประจำจะมีความ เ สี่ ย ง น้อยกว่าการลาออกจากงานมาเริ่มต้น ธุรกิจเลย อย่างน้อยเราก็มีเงินทุนหมุนเวียนในขณะที่เราเริ่มต้นธุรกิจเล็กๆ อยู่

ขอขอบคุณ t h a i s m e s c e n t e r

Load More Related Articles
Load More By Songyim
Load More In ข้อคิด

Check Also

คน 8 แบบ ที่อยู่เป็นในที่ทำงาน คนแบบนี้ “ไม่เคยถูกเอาเปรียบ”

1. คนที่มองออกทุกๆ เรื่อง คนประเภทนี้ มักจะมีความรู้ทันและรู้อะไรได้ไวกว่าคนอื่นๆ จึงสามาร…