Home ข้อคิด เลี้ยงดูตัวเองได้ จะจบอะไรมาก็ไม่สำคัญ อย่าไปยึดติดกับงานตรงสาย

เลี้ยงดูตัวเองได้ จะจบอะไรมาก็ไม่สำคัญ อย่าไปยึดติดกับงานตรงสาย

5 second read
0
0

“จะเรียนไปทำไม ถ้าสุดท้าย ก็ได้งานที่ไม่ตรงสาย งานที่น้อยคนจะรู้จัก เงินเดือนที่ไม่ได้มากมายอะไร” คำถามนี้จะได้คำตอบที่ทำให้กลุ้มใจมากเลย เพราะมันเต็มไปด้วยความคาดหวังที่คิดว่า “เรามีทางเลือกอยู่ไม่กี่อย่างในชีวิต”

แต่ถ้าลองเปลี่ยนเป็นความคิด “ฉันทำงานอะไรก็ได้ ไม่ว่าจะตรงสายหรือไม่ก็ตาม” มันอาจดูเป็นประโยคของคนแพ้ในสายตาบางคน แต่ถ้าคิดดูแล้วมันได้ความสบายใจเยอะกว่า การตั้งคำถามแบบแรก เพราะความเป็นจริงของชีวิตคือ

1. มนุษย์ทุกคนมีความสามารถในตัวเอง “แตกต่าง” กันไป เราไม่จำเป็นต้องเก่งเหมือนกันหมด

2. แม้แต่ในคนคนเดียว ยังมีความสามารถที่หลากหลาย เช่น เป็น ห ม อ แต่ก็เล่นดนตรีเก่ง ทำอาหารเก่งเป็นศิลปิน

แต่ก็คำนวณเก่ง ขับรถเก่ง ในครั้งหนึ่งที่เราไม่เห็นประโยชน์ว่าจะใช้อะไรได้จริงพอโตขึ้นอีกหน่อย มันก็ต้องมีบ้างที่เรานึกอะไรขึ้นมา

จนต้องไปหาอ่านปัดฝุ่นตำราอีกครั้งทุกความรู้ที่เราได้รับ ไม่เคยสูญเปล่า แค่เรามองไม่เห็นค่ามันเองลองนึกดูให้ดีสิ

3. สิ่งที่เราเรียนมาเป็นสิบเป็นร้อย มันคือ “การหล่อหลอม” หลายวิชาไม่ได้สอนเราทางตรงแต่ให้เราค่อยๆ

ซึมซับข้อดีแต่ละอย่างไปเอง เช่น ฝึกความอดทน ฝึกความประณีต ฝึกทักษะการเข้าสังคม

4. สิ่งที่เรา “เก่ง” ไม่จำเป็นต้องออกมาในรูปแบบวิชาชีพ เช่น ห ม อ วิศวกร พ ย า บ า ล มันอาจเป็นพรสวร รค์ก็ได้

เป็นความรู้อะไรก็ได้ที่เราเอาจริงกับมัน เช่น การทำอาหาร การจัดสวน การออกแบบไม่อย่างงั้น

เราคงไม่เห็นนักธุรกิจหน้าใหม่หลายคน ผุดขึ้นเป็นดอกเห็ดหรอก

5. มันเป็นเรื่องธร รมดาที่มนุษย์เรา จะต้องวิ่งตามหาสิ่งที่ “ใช่” ค่อย ๆ เรียนรู้ ค่อย ๆ ปรับตัวไปสิ่งที่เรากำลังสนุกในตอนนี้

บางทีอาจจะยังไม่ใช่ที่สุด สิ่งที่เราเก่งในตอนนี้ ในวันข้างหน้ามันอาจเป็นเพียงแค่ความทรงจำเพราะอาจมีหลายปัจจัยให้คิดมากขึ้น

เช่น จำเป็นต้องพับโครงการเรียนต่อเอาไว้ เพราะเงินไม่พอจำเป็นต้องทำงานหาเงินก่อน แล้วค่อยไปเรียนศิลปะที่เราชอบ

เราต้องดูจังหวะของชีวิตด้วย(ความจำเป็นของชีวิตแต่ละช่วง)

6. มนุษย์เราควรมีทางเลือกให้กับชีวิตไว้หลายด้าน หรือ “มีแผนสำรอง”เพื่อไม่เป็นการปิ ดกั้ นตัวเองจนเกินไป

เช่น ถ้าวุฒิที่เราเรียนมามันหางานยาก จะยอมรึเปล่าที่เอาวุฒิต่ำกว่านี้หางานไปก่อนถ้าเราไม่ได้อาชีพนี้

เรายอมได้รึเปล่าที่จะทำอาชี พอื่นไปพลางๆ ก่อน ความฝัน สิ่งที่ใช่ มันไม่ควรเป็นสิ่งที่ได้ดั่งใจในทันที

7. ในรั้วโรงเรียน ต่อให้เราได้เรียนกับอาจารย์ที่เก่งแค่ไหน ขอบเขตความรู้มันก็เป็นเพียงความรู้ในรั้วเท่านั้นโลกของวัยผู้ใหญ่ที่โตขึ้น

เรายังต้องรู้เห็นอีกมาก เรียนรู้กันอีกยาว ลองผิดลองถูกกันอีกเยอะดังนั้น จะมาฟั นธงว่าเรียนมาสายวิทย์ต้องทำงานสายวิทย์

เรียนสายภาษาต้องทำงานสายภาษา มันก็ไม่ถูกเสมอไปมันเป็นเรื่องธรรมดามาก ที่ต้องแลกกับความเหนื่อย

ความพยายามหลายเท่าตัวจึงไม่ใช่เรื่องแปลก หากจะพบว่า ห ม อ บางคนแต่งเพลงได้ บางคนเรียนวิชาชีพแต่มาเป็นศิลปิน

บางคนเรียนไม่จบแต่ประสบความสำเร็จ ถ้ายังไม่เข้าใจในข้อนี้ ลองย้อนกลับไปอ่านข้อ 6 อีกรอบขึ้นชื่อว่า “ความรู้”

เราได้รับมาถึงจะไม่ได้ใช้ในทันที ก็ไม่ควรเสียดาย ขึ้นชื่อว่า “ความฝัน” ถึงจะยังไม่ใช่ในวันนี้ ใช่ว่าวันหน้าจะเป็นไปไม่ได้

มันอยู่ที่ตัวเราล้วนๆ ว่า “รู้ตัวดีหรือไม่ ว่าทำอะไรอยู่” และ “พร้อมจะยืดหยุ่นกับทุกสถ านการณ์ชีวิตรึเปล่า”

อย่าลืมว่าโลกเรากลมและมีหลายมิติ ใช่ว่าจะต้องมองเพียงด้ านเดียว

ขอขอบคุณ k h a m s u k s

Load More Related Articles
Load More By Songyim
Load More In ข้อคิด

Check Also

เขียนไว้ดีมาก สิ่งที่พ่อกับแม่ อยากบอกให้ลูกรู้..อยากให้ลูกเข้าใจ

1.ไม่มีเงินใด สุขใจใช้จ่าย เท่ากับเงินของเราเอง 2.ไม่มีความรักจากชายใด จะเติมเต็มชีวิตของห…