Home ข้อคิด เหตุุผล 8 อย่าง ทำไมคนเรียนไม่เก่ง พอจบไปจึงมีหน้าที่การงานดี

เหตุุผล 8 อย่าง ทำไมคนเรียนไม่เก่ง พอจบไปจึงมีหน้าที่การงานดี

6 second read
0
0

หากเราลองมองย้อนกลับไปในวัยเรียน เห็นตัวเองเป็นอย่างไรครับ ? บ้างอาจเกเร ไม่ค่อยชอบเข้าเรียน หนีไปเล่นเกม

บ้างอาจตั้งใจเรียนเพื่อเตรียมสอบเข้ามหาวิทย า ลัยที่ตัวเองหวัง แต่เชื่อแน่ว่าเด็กตั้งใจเรียนนั่งอยู่หน้าห้องคงเป็นส่วนน้อยแน่นอน ส่วนเด็กหลังห้องแบบเราๆ แล้ว เรื่องเรียงถือเป็นปัจจัยรองอย่างช่วยไม่ได้

ซึ่งมีคำเฉพาะสำหรับใช้เรียกนักเรียนกลุ่มนี้ว่า “คนเรียนไม่เก่ง” นี่เองเป็นเหตุผลที่ในวันนี้ เราได้หยิบ 8 เหตุผลว่าทำไมเด็กเรียนไม่เก่งมักประสบความสำเร็จหลังเรียนจบ มาฝากกัน

เราไม่ได้หมายความว่าการตั้งใจเรียนเป็นสิ่งไม่ดีนะครับ การตั้งใจเรียนถือเป็นสิ่งดีมาก แต่เราเพียงแค่อย า กหยิบยกอีกแง่มุมหนึ่งของคำถามที่ว่า ทำไมเด็กเรียนไม่เก่ง

ถึงมักจะมีชีวิตที่ค่อนข้างดี ขัดจากคำดูถูกที่อาจารย์ได้พร่ำบอกเขามาให้ดู ก็เท่านั้นเองครับ ตามมาดูกันเลยดีกว่า

1. พวกเขามักจะเรียนรู้โดยตรงมากกว่า

คนเรียนไม่เก่ง มีความคิดว่า การที่หากจะต้องเรียนรู้อะไรสักเรื่องหนึ่ง การที่พาตัวเองไปเรียนรู้กับมัน “โดยตรง”

ถือเป็นสิ่งสำคัญ นี่เองเป็นเหตุผลว่าเมื่อเด็กเหล่านี้สนใจอะไร พวกเขาก็จะทุ่มเทตัวเขาต่อการเรียนรู้สิ่งนั้นสุดตัว

อีกทั้งพวกเขามักกำหนดทิศทางการเรียนรู้ในแบบของพวกเขาเอง โดยไม่ต้องการคำตอบสูตรสำเร็จจากผู้อื่น แต่พวกเขาจะมีวิธีการเรียนรู้ในแบบของตัวเอง

2. พวกเขามักเป็นคนช่างฝัน

ในบรรย า กาศห้องเรียน ขณะที่เหล่าเด็กเรียนทั้งหลายตั้งใจเรียนอยู่ คนเรียนไม่เก่งมักมองออกไปนอกหน้าต่าง มองดูท้องฟ้า และเมฆ และจินตนาการสิ่งต่างๆ ไปเรื่อยเปื่อย

เด็กเหล่านี้มักเป็นเด็กที่ช่างฝัน ชอบจินตนาการนอกกรอบ พวกเขามักจะจินตนาการไปถึงการทำงานในชีวิตจริง ดังนั้นเมื่อพวกเขาเรียนแล้ว และมีอิสระ ทำให้พวกเขาทุ่มเททุกอย่างเพื่อสร้างความฝันที่เขามักวาดไว้ให้เป็นจริงนั่นเอง

3. พวกเขามักมีเรื่องใหญ่กว่าที่ต้องกังวล

น่าแปลกที่มีผลการยืนยันที่น่าสนใจว่า หากเราตั้งใจเรียนมากเกินไป จะทำให้เราไม่มีเวลาคิดถึงอนาคตอย่างจริงจัง นี่เองเป็นหนึ่งในเหตุผลที่

ทำให้คนเรียนไม่เก่ง มักประสบความสำเร็จในชีวิตหลังการเรียนจบ เพราะเด็กเหล่านี้คอยเฝ้ารอ และคิดมาตลอดถึงชีวิตหลังการเรียนจบ ว่าเป็นจุดเริ่มต้นที่พวกเขาจะได้ใช้ชีวิตที่แท้จริง

4. พวกเขามักไม่พย า ย า มประจบประแจงผู้บังคับบัญชา

คนเรียนไม่เก่ง มักไม่เคยมีพฤติกรรมประจบประแจงหรือคอยเอาใจอาจารย์ของพวกเขา พวกเขาจะเคารพรักครูของพวกเขา

แต่จะไม่ได้ต้องทำตาม หรือเชื่อในทุกสิ่งที่ครูของพวกเขาพูด เพราะเด็กเหล่านี้ไม่เชื่อว่าการที่ทำทุกสิ่งตามที่ครูสั่งจะเป็นหนทางเดียว

ที่จะนำพาเขาไปสู่ความสำเร็จในการดำเนินชีวิตในอนาคต  โดยพวกเขามักมีความคิดว่าความก้าวหน้าในอนาคตคือสิ่งที่พวกเขาจำเป็นต้องสร้างขึ้นเอง

5. พวกเขาตั้งคำถามเกี่ยวกับระบบการศึกษา

คนเรียนไม่เก่ง จะไม่ค่อยเชื่อมั่นในระบบการศึกษาที่ตีกรอบอยู่ภายในห้องเรียน พวกเขาเชื่อในการเรียนรู้ที่อยู่ภายนอกมากกว่า

เพราะรู้ว่าการเรียนรู้สามารถเกิดขึ้นได้ในทุกสถานการณ์ อีกทั้งยังไม่กลัวที่จะท้าทายตัวเอง แม้การท้าทายไปสู่หนทางนั้นอาจอึดอัดจากการค้านสายตาของบุคคลอื่น

แต่คนเรียนไม่เก่ง รู้ว่ามันก็อึดอัดน้อยกว่าที่จะต้องเดินไปในหนทางที่ผิดพลาดและไม่ใช่ตัวเอง

6. พวกเขารู้วิธีจะยกระดับความสามารถของผู้อื่น

ในขณะที่เหล่าบรรดาเด็กเรียนกำลังตั้งใจเรียนและเคร่งเ ค รี ย ด กับการสอบ เหล่าคนเรียนไม่เก่ง

ใช้เวลาเหล่านั้นไปกับการสร้าง”กองทัพ”ของพวกเขาเอง โดยเขาจะใช้เวลาในช่วงเวลานี้ในการสร้างคอนเน็คชั่นให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้

เพราะพวกเขารู้ว่า ชีวิตหลังการเรียนจบ เจ้าตัวความสัมพันธ์ระหว่างบุคคลอื่นนี้แหละ ที่จะเป็นใบเบิกทางให้เขาสามารถมีลู่ทางต่างๆ ได้

7. พวกเขาไม่ยอมเป็นผู้ติดตามใคร

พวกเขามักไม่ค่อยชอบเดินตามเส้นทางของใคร โดยเด็กเหล่านี้ไม่เชื่อว่าการที่ชีวิตของพวกเขาต้องไปคอยเดินตามบุคคลที่คนอื่นต่างคิดว่าเป็นแบบแผน จะเป็นหนทางที่ถูกต้อง อีกทั้งพวกเขา

ยังไม่ชอบให้ใครมาบอกว่าพวกเขาต้องใช้ชีวิตอย่างไร เพราะคนเรียนไม่เก่ง จะมีวิธีการดำเนินชีวิตในแบบของพวกเขาเอง

8. พวกเขามีคำจำกัดความของคำว่า”ความสำเร็จ” เป็นของตัวเอง

คนเรียนไม่เก่ง มักรู้ว่าความสำเร็จของพวกเขา ไม่ได้มาจากการที่ได้เกรดเอในห้องเรียน เพราะเด็กเหล่านี้รู้ว่าความสำเร็จ

มักเกิดมาจากการสั่งสมประสบการณ์ที่เกิดขึ้นภายนอกมากกว่า และพวกเขาไม่สนใจว่าคนอื่นจะคิดอย่างไร เพราะพวกเขามีหนทางที่เขาได้เลือกไว้ในใจอยู่แล้ว

อ่ า น แล้วเป็นอย่างไรกันบ้างครับ

มีใครเป็น “คนเรียนไม่เก่ง” กันบ้างรึเปล่าครับผม เชื่อว่าคงมีอีกหลายคนที่จบการศึกษามาแล้วตอนนี้

และกำลังพย า ย า มสุดวิถีทางในการไล่ล่าความฝันให้เป็นจริงอยู่

เราเชื่อเหลือเกินว่าความทุ่มเทถือเป็นสิ่งสำคัญที่สุดที่จะช่วยให้คุณไปถึงฝั่งฝันได้ ดังนั้นอย่าท้อครับ

จงสู้ไปเพื่อความฝัน เพราะเมื่อไหร่ที่เราหยุดแล้วล้มเหลว นั่นคือวิธีเดียวที่จะยอมให้คำพูดของเหล่าครูบาอาจารย์ที่เคยดูถูกไว้เป็นจริง แบบนั้นเราจะยอมเหรอครับ

 

ขอขอบคุณ u n l o c k m e n

Load More Related Articles
Load More By adminsabailey
Load More In ข้อคิด

Check Also

ข้อคิดทำให้ชีวิตก้าวหน้า “อยากบินขึ้นที่สูง อย่าสุงสิงกับฝูงไก่”

อย่าพูดเรื่องบินสูงในฝูงนกเล็ก คิดจะไปให้ไกลกว่าเดิมต้องอ่ า น มีนิทานเรื่อง นกอินทรีย์ กั…