Home ข้อคิด 10 วิธีวิจารณ์ลูกน้องยังไง ลูกน้องรับฟัง เชื่อในสิ่งที่เราตัดสินใจ

10 วิธีวิจารณ์ลูกน้องยังไง ลูกน้องรับฟัง เชื่อในสิ่งที่เราตัดสินใจ

10 second read
0
0

1. แสดงความจริงใจ

ความสัมพันธ์อันดี นอกสำนักงาน จะไม่มีทางพังลงเพราะเรื่องงานได้แน่ หากถึงคราวที่คุณจะต้องบอก กับเพื่อนร่วมงาน หรือลูกน้อง

ถึงปัญหาของงานแบบตรงไปตรงมา คุณอาจจะบอกเขาไปด้วยว่า สิ่งที่คุณพูดออกไปนั้น เป็นเพราะคุณใส่ใจในตัวเขา และความสัมพันธ์ระหว่างคุณ และเขา

2. เลือกช่วงเวลา

คนเราเรียนรู้จากความผิดพลาด เพราะฉะนั้นจะเรียนรู้ได้ ต้องทำสิ่งนั้นให้สำเร็จออกมาก่อน ถึงจะรู้ว่ามันผิดพลาดตรงไหน และเมื่อมันผิดพลาด

ก็ถึงเวลาของการวิจารณ์ และรับฟังผลตอบรับ โดยรอให้เหตุการณ์ที่ว่านี้ผ่านไปก่อน แล้วค่อยวิจารณ์ เพราะการวิจารณ์ในขณะที่งานกำลังอยู่ในขั้นปฏิบัติอยู่นั้น

อาจทำให้แผนงานต้องหยุดชะงัก และยังไม่เห็นผลตอบรับที่แท้จริง และทำให้คนที่ทำงานชิ้นนั้นไม่กล้าที่จะทำอะไรต่อไปได้

3. วิจารณ์เป็นการส่วนตัว

ไม่ว่างานนั้น จะมีระดับความผิดพลาดที่ ร้ า ย แ ร ง มากแค่ไหน ควรค่าแก่การโดนตำหนิ ตักเตือนมากแค่ไหน การกล่าวคำวิจารณ์ก็ควรเกิดขึ้นเป็นการส่วนตัวเสมอ

ไม่ควรให้ผู้อื่นได้ยิน และรับรู้ด้วย เพราะไม่เช่นนั้น จะดูเหมือนว่าคุณไม่มีความเป็นมืออาชีพ และพฤติกรรมอื่นๆ ดูได้จาก 5 นิสัย ที่ทำให้คุณดูไร้ความเป็นมืออาชีพ

4. ใช้คำสุภาพ

น้ำเสียงในการพูด สามารถบ่งบอกได้ถึงอารมณ์ และย่อมส่งผลต่อผู้ฟังอย่างแน่นอนอยู่แล้ว โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับการว่ากล่าวตักเตือนใครสักคน

ควรจะเป็นคำที่สุภาพ และไม่ผสมด้วยอารมณ์ รวมไปถึงคำพูดที่อาจทำให้เข้าใจผิดได้

5. ไม่อคติ

แน่นอนว่าคนเราไม่มีอะไรที่สมบูรณ์แบบตั้งแต่แรก เพราะฉะนั้น ก่อนที่จะเริ่มว่ากล่าวตักเตือน

ให้พูดถึงข้อดี จุดเด่น ของเขาก่อน เพื่อก่อให้เกิดการรับฟัง และไม่เอาเรื่องตำแหน่งเข้ามาเกี่ยวข้อง

6. ปัญหาเป็นเรื่องธรรมดา

ในกรณีที่ต้องวิจารณ์เพื่อนร่วมงาน โดยที่ตัวเราเองก็มีตำแหน่งอยู่ในระดับเดียวกัน ทำให้จะเกิดปัญหาที่ว่า เราไม่มีหน้าที่

และอำนาจมากพอที่จะทำให้เขายอมแก้ไขงานส่วนนั้นได้ ลองใช้วิธีโดยการบอกให้เขารับรู้ว่า ความผิดพลาดเป็นเรื่องธรรมดา

สามารถเกิดขึ้นได้กับทุกคน ไม่ใช่เขาคนเดียวที่ทำเรื่องผิดพลาด จะช่วยละลายความตึง เ ค รี ย ด และเรื่องของศักดิ์ศรีลงได้

7. วิจารณ์ที่ ‘งาน’ ไม่ใช่ที่ ‘คน’

แสดงให้เห็นว่าสิ่งที่คุณตำหนิคือ ‘งาน’ ไม่ใช่ตัวบุคคล อย่างเช่นจากตัวอย่าง 2 ประโยคนี้ ‘คุณเป็นคนที่ไม่ดีเอาเสียเลย’ กับ ‘คุณเป็นคนดี แต่สิ่งที่คุณทำมันไม่เข้าท่าเท่าไหร่ ผมว่ามันน่าจะดีมากกว่านี้’

ทั้งสองประโยคมีความแตกต่างอย่างชัดเจน แต่ก็ใกล้เคียงกัน อยู่ไม่น้อย หลายคนจึงมักใช้ทั้งสองคำในความหมายเดียวกัน ทำให้สถานการณ์กลายเป็น เ ล ว ร้ า ย ลง แทนที่จะเข้าใจกันมากขึ้น

8. หาทางออก เพื่อเป็นทางออก

จุดประสงค์หลัก ของการว่ากล่าวตักเตือน และวิจารณ์ ก็คือ การหาทางออกให้กับปัญหา แต่ถ้าคุณเองก็ยังไม่มีแนว ทางแก้ไขปัญหานั้น ก็ยังไม่ควรที่จะพูดถึงเรื่องนี้

9. ไม่มีใครตั้งใจ ‘ทำผิด’

ร้อยทั้งร้อยของคนทำงาน คงไม่มีใครอยากให้ ความผิดพลาดเกิดขึ้น เพราะฉะนั้น ความผิดพลาดที่เกิดขึ้น ไม่ได้มาจากความตั้งใจของพนักงานคนนั้นอย่างแน่นอน

‘พยายามไม่ใช้คำพูดที่สื่อสารว่า สิ่งผิดพลาดนั้น คือสิ่งที่เขาตั้งใจ หรือรู้อยู่แก่ใจ’ แต่ให้เริ่มต้นด้วย ‘ความรู้เท่าไม่ถึงการณ์ และสิ่งที่ผิดพลาดนั้น เกิดขึ้นโดยไม่ได้ตั้งใจ’

10 . รับผิดชอบร่วมกัน

ไม่ เ ล ว เลยล่ะ หากคุณตกลง ที่จะร่วมรับผิดชอบบางส่วนของเรื่องผิดพลาดกับเขาด้วย เพื่อแสดงให้เห็นว่าภาระทั้งหมด ไม่ได้อยู่ที่เขาเพียงคนเดียว

นับว่าเป็นสิ่งสำคัญที่ละเลยไม่ได้เลย สำหรับการทำงาน ให้ดำเนินต่อไปได้ โดยไม่ ทำ ร้ า ย จิตใจของผู้อื่น เพราะมิเช่นนั้น ปัญหาที่ตามมาอาจจะใหญ่กว่าปัญหาที่กำลังแก้อยู่ก็เป็นได้

หรือลองนึกสลับดูกันดู หากคุณเป็นผู้ถูกต่อว่า คุณเองก็ต้องการ 10 วิธีนี้เช่นกัน ซึ่งทั้งหมดทั้งมวลก็ต้องเกิด จากการตั้งใจทำงานอย่างเต็มที่แล้ว ไม่ใช่มีนิสัย แ ย่ ๆ ในการทำงาน ถ้าแบบนั้นก็สมควรโดนล่ะเนอะ

ขอขอบคุณ s c h o l a r s h i p.i n.t h

Load More Related Articles
Load More By Songyim
Load More In ข้อคิด

Check Also

เขียนไว้ดีมาก สิ่งที่พ่อกับแม่ อยากบอกให้ลูกรู้..อยากให้ลูกเข้าใจ

1.ไม่มีเงินใด สุขใจใช้จ่าย เท่ากับเงินของเราเอง 2.ไม่มีความรักจากชายใด จะเติมเต็มชีวิตของห…