Home ข้อคิด 11 พฤติกรรมที่ควรเลิก ทั้งคนเป็นหัวหน้า คนเป็นพนักงาน

11 พฤติกรรมที่ควรเลิก ทั้งคนเป็นหัวหน้า คนเป็นพนักงาน

12 second read
0
0

1. โมโห ร้ า ย ความฉลาดทางอารมณ์ต่ำ

ต่อให้คุณมี IQ ฉลาดระดับไอน์สไตน์ก็อาจไม่สามารถอยู่รอด ในสนามธุรกิจได้ถ้าขาด EQ หรือ Emotional Quotient ซึ่งถือเป็นเรื่องสำคัญมากเพราะจะช่วยให้ความสัมพันธ์กับคนรอบข้างเป็นไป อย่างราบรื่นผลเสียของการมีความฉลาดทางอารมณ์ต่ำ

เป็นได้ตั้งแต่การสอบตกเรื่องทักษะการสื่อสาร ทำ ล า ย ความน่าเชื่อถือของตัวคุณเอง ทำให้คนอื่นๆ รู้สึกไม่เชื่อมั่นในตัวคุณ ไปจนถึงเป็นพิษต่อธุรกิจ ส่งผลกระทบต่อทุกคน ที่คุณติดต่อด้วยคนที่มี EQ ดีจะสามารถเข้าอกเข้าใจคนอื่น รู้ทันอารมณ์ของตัวเอง

รวมถึงรับรู้ถึงอารมณ์และความต้องการ ของคนรอบข้างได้อย่างดี ทำให้คุณรู้วิธีที่จะสร้างแรงจูงใจให้เพื่อนร่วมงานหรือพนักงานทำในสิ่งที่คุณต้องการ..ยิ่งมี EQ ดีมากเท่าไหร่ ก็จะยิ่งสามารถสร้างทีมเวิร์กในฝันให้เกิดขึ้นได้เท่านั้น

2. มาจากดาว “ช่างแซะ”

เบื่อไหม เวลามีเพื่อนร่วมงานช่างแซะ แขวะมันซะทุกเรื่อง! แม้ว่า การจิกกัดเล็กๆ น้อยๆ อาจดูเป็นเรื่องสนุก เป็นความบันเทิงชนิดหนึ่งในออฟฟิศ แต่ถ้ามากเกินไปหรือล้ำเส้น คุณก็อาจกลายเป็นตัว น่ า รั ง เ กี ย จ ของคนอื่นๆ ได้ถ้าคิดว่า การเหน็บแนม จิกกัด

หรือสร้างเรื่องตลกจากข้อด้อยของคนอื่น จะทำให้คุณดูฉลาดแล้วล่ะก็ บอกได้เลยว่า คุณคิดผิด โดยเฉพาะคำพูดเชิงดูถูก เสียดสีให้คนอื่นดู แ ย่ นั้น ขอให้เลิกเลยจะดีที่สุด!คนฉลาดๆ เขาไม่ทำกันแบบนี้ เพราะยิ่งว่าคนอื่นมากเท่าไหร่ คุณก็ดู แ ย่ มากขึ้นเท่านั้นเลิกนิสัยนี้เสีย

แล้วลองดูใหม่ปฏิบัติต่อทุกคนด้วยดี มีมารยาท เคารพคนอื่น และบังคับใจตัวเองที่คันปาก อยากจะแซะคนอื่นให้ได้ เอาความครีเอทีฟในการช่างแซะไปหาวิธีพูดจาให้สร้างสรรค์จะดีกว่า

3. ไม่รู้จัก “ยืดหยุ่น”

การรู้จักคิดวิเคราะห์อะไรๆ ได้ด้วยตัวเอง รวมถึงการเปิดรับคำแนะนำ ติชมจากคนอื่นๆ ถือเป็นสิ่งสำคัญที่จะช่วยให้คุณสามารถปรับตัวเข้ากับการเปลี่ยนแปลง ที่ไม่คาดคิดได้แม้ว่าการทำตามแผนที่วางไว้จะเป็นสิ่งจำเป็นต่อธุรกิจ

แต่ถ้าคุณเข้มงวดหรือเถรตรงจนเกินไป ไม่ว่าจะเป็นความคิด ความเชื่อ จนถึงการตัดสินใจใดๆ มันก็จะทำให้ “ตัวเลือก” ของคุณมีน้อยเกินกว่าจะปรับเปลี่ยนได้ทันสถานการณ์

แน่นอนว่า มันย่อมส่งผลเสียต่อธุรกิจของคุณองค์กร ที่ประสบความสำเร็จในบางครั้งก็ต้องมีความยืดหยุ่น โดยเฉพาะในสถานการณ์ที่ไม่คาดฝันในวิกฤติก็อาจพลิกเป็นโอกาสได้ ถ้าคุณสามารถสร้างสรรค์โซลูชั่นใหม่ๆ ขึ้นมาได้

4. สัญญาไม่เป็นสัญญา

ใครที่รู้ตัว ว่าเป็นคนเรื่อยเฉื่อยชอบผัดวันประกันพรุ่ง หรือรับปากอะไรแล้วทำไม่ค่อยจะได้ตามนั้น ขอให้รู้ว่า คุณกำลังดิสเครดิตตัวเองลงมาเรื่อยๆ โดยเฉพาะถ้าคุณเป็นผู้นำองค์กรด้วยแล้ว พฤติกรรมแบบนี้จะทำให้ใครๆ ต่างก็ไม่เชื่อถือคุณถ้าอยากจะให้ทุกๆ คนยอมรับหรือเชื่อถือในตัวคุณ

สิ่งพื้นฐานสุดๆ ก็คือ สัญญาอะไรไว้ก็ต้องทำตามที่พูด เมื่อนั้นคนรอบข้างไม่ว่าจะเป็นลูกน้อง เพื่อนร่วมงาน จนถึงลูกค้าก็จะเชื่อมั่นในตัวคุณ

5. ไม่รู้จักอดทนเอาเสียเลย

หนึ่งในตัวแปรที่จะส่งผลให้ธุรกิจ ประสบความสำเร็จหรือล้มเหลวนั้น หัวใจสำคัญก็คือ การรู้ว่าตอนไหนควรจะกระโดดหรือตอนไหน ควรจะตั้งหลักให้มั่นถึงแม้ว่า ความแอ็คทีฟ กระตือรือร้นจะเป็นเรื่องดี แต่ก็ต้องรู้หรือเลือกจังหวะให้ถูกกับสถานการณ์ได้ด้วย

โดยเฉพาะถ้าจะต้องตัดสินใจอะไรสักอย่าง คุณก็ควรตั้งสติ วิเคราะห์และเข้าใจเงื่อนไขต่างๆ ที่เกี่ยวข้องเพื่อตัดสินได้อย่างเหมาะสมทริคก็คือ ให้ลองถอยกลับมาตั้งหลักแล้วทบทวนอย่างรอบคอบ

มีความอดทนในการพิจารณาภาพรวมที่ใหญ่กว่า ซึ่งถ้าคุณใจร้อนหรือด่วนตัดสินใจ โดยไม่คิดให้ถี่ถ้วน ก็อาจส่งผลเสียใหญ่หลวงตามมาได้

6. มนุษย์เพอร์เฟคชั่นนิสต์ ยอมไม่ได้ ถ้าเห็นอะไรไม่เป็นอย่างที่คิด

สำหรับมนุษย์เงินเดือนทั้งหลาย ที่บ่นโอดโอยว่างานหนัก ลองนึงถึงหน้าบอสสุดที่รัก แล้วคิดถึงข้อดีอื่นๆ ของเขาดู ถ้าบอสของคุณไม่ใช่ประเภท บ้ า อำนาจ ต้องการคอนโทรลทุกสรรพสิ่งให้เป็นไปอย่างที่ใจคิด ก็ต้องบอกเลยว่า คุณยังโชคดีกว่าอีกหลายคนมากนักในทางกลับกัน

คุณบอสทั้งหลาย ก็ขอให้ลองทบทวนตัวเองดูสักหน่อยว่า คุณเป็นนายประเภทไหน คุณยอมรับได้หรือไม่ ถ้าเห็นอะไรๆ ไม่ได้เป็นอย่างที่คิด หรือไม่เพอร์เฟคต์อย่างที่ใจอยากให้เป็น

ถ้าคุณเห็นแล้วรับไม่ได้ จนถึงขั้นหงุดหงิดสุดๆ แล้วล่ะก็..คงจะถึงเวลาที่คุณต้องปรับเปลี่ยนตัวเอง ทำใจยอมรับกับอะไรๆ ที่ไม่ได้เป็นไปตามแผนดูบ้าง

7. ใจเขาใจเราคืออะไร.. ไม่รู้จัก!

สำหรับใครที่ชอบนึกดูถูก มองไม่เห็นหัวใครหรือพูดถากถางคนอื่นบ่อยๆ จนติดเป็นนิสัย ขอบอกให้รู้เลยว่า คุณกำลังทำสิ่งที่ แ ย่ และน่ารังเกียจมากในความเห็นของคนอื่น หนำซ้ำพฤติกรรมแบบนี้ยังอาจส่งผลไปถึงการบ่อน ทำ ล า ย องค์กรเลยก็ได้นะ!

นิสัยปากเสียทำให้คุณดู เป็นคนเกรี้ยวกราดไม่น่าเข้าใกล้ ในทางกลับกัน การรู้จักเอาใจเขามาใส่ใจเรา รู้จักเข้าอกเข้าใจคนอื่นก็จะดึงดูดให้ใครๆ ก็อยากเข้าหาคุณ เพราะมันทำให้พวกเขารู้สึกดี รู้สึกว่าตัวเองมีคุณค่าถ้าเป็นลูกน้อง เขาจะยอมทำงานถวายหัวให้กับคุณ

หรือถ้าเป็นลูกค้า เขาก็จะรู้สึกดีที่คุณใส่ใจ และอยากกลับมาใช้บริการบ่อยๆ จนกลายเป็นท็อปแฟนของคุณได้อย่างไม่ยาก

8. ใจแคบเท่าพุงมด

ในสถานการณ์ที่เกิด “ความผิดพลาด” คุณมักจะได้เห็นตัวตนที่แท้จริง ของใครบางคนเสมอคนบางคนก็มักจะชี้นิ้วใส่คนอื่นเวลามีอะไรผิด แล้วเขาก็มักจะมีคำตอบให้กับทุกเรื่อง

ที่สำคัญคือ เชื่อแบบผิดๆ ว่าความคิดของตัวเองถูกเสมอ และไม่ค่อยจะยอมฟังใครซึ่งมันน่าจะดีกว่า ถ้าคุณจะยอมเปิดใจรับฟังคนอื่นบ้าง

เพราะการได้ถกเถียงรับฟังความเห็นกัน มันสามารถสร้างทีมเวิร์กที่ดีได้ ถึงแม้ว่า บทสรุปในตอนท้ายไอเดียของคุณจะยังเป็นทางดีที่สุดก็ตาม

9. หงุดหงิด ขี้บ่น

ไม่มีใครชอบคนที่มองอะไรก็เห็นแต่เรื่อง แ ย่ ๆ โดยเฉพาะถ้าเห็นแล้วก็มีแต่บ่น ก็จะยิ่งทำให้คนรอบข้างรู้สึก แ ย่ ไม่อยากจะทำหรือพัฒนา แก้ไขให้อะไรๆ ดีขึ้น

ถ้าคุณมัวแต่หมดพลังงานไปกับการบ่นหรือคร่ำครวญ นั่นหมายถึง คุณเอาแต่เติมพลังลบให้กับตัวเอง และในขณะเดียวกัน คุณก็กำลังทำให้ไม่มีใครอยากเข้าใกล้คุณอีกด้วย

10. บ้ า อำนาจขั้นสุด!

สำหรับผู้บริหาร ขอให้ทบทวนตัวเอง สักหน่อยว่า.. คุณเป็นนายประเภท “ต้องทำตามที่บอกเท่านั้น” หรือไม่ ?..ถ้าใช่ ก็ขอให้รู้ไว้ตรงนี้เลยว่า คุณกำลังปล่อย พิ ษ ร้ า ย ขั้น รุ น แ ร ง แก่องค์กรเป็นที่เรียบร้อยแล้วเมื่อไหร่ที่องค์กรขับเคลื่อนด้วย “ความกลัว” ไม่ว่าจะกลัวมีความผิด

กลัวถูกตำหนิ กลัวถูกหักเงินเดือน กลัวโดนประจาน หรืออะไรก็ตามแต่ มันไม่ใช่เรื่องดีอย่างแน่อน โดยเฉพาะถ้าเทียบกับการขับเคลื่อนองค์กร ด้วยพลังบวก ที่ใครๆ ก็อยากแสดงความคิดเห็น อยากทดลองทำอะไรใหม่ๆ โดยไม่ต้องกลัวว่า ถ้าทำพลาดไปแล้วจะโดนด่า

ความกระตือรือร้นของพนักงานย่อมต่างกัน อย่างแน่นอนแม้ว่ามันจะง่าย เวลาจะสั่งหรือคอนโทรลอะไร ๆ โดยใช้ “ความกลัว” เป็นแรงขับ แต่คุณก็ต้องแลกกับการทำให้องค์กรไม่มีชีวิต ไร้ความคิดสร้างสรรค์

ทุกคนอยู่อย่าง ห ว า ด ร ะ แ ว ง กลัวว่าถ้าทำผิดแล้วจะโดนดุ..องค์กรประเภทนี้ ไม่มีทางสร้างอะไรดีๆ ขึ้นได้อย่างแน่นอน!

11. หลงตัวเองสุดขอบโลก

ทราบหรือไม่ว่า คนที่หลงตัวเองนั้นถือ เป็นภัยขั้นสุดต่อองค์กรเลยก็ว่าได้ เพราะอีโก้ที่คับอกจะทำให้คุณ “มั่น” ในตัวเองจนไม่ยอมฟังความเห็นต่างจากใครหน้าไหน

การเอาตัวเองเป็นศูนย์กลางของจักรวาล ไม่เพียงทำให้เสียโอกาสที่จะได้สร้างสรรค์สิ่งใหม่แล้ว คุณยังขยี้ “ใจ” ที่อยากจะทำงานของคนอื่นๆ ลงจนป่นปี้ !

อ่านมาถีงตรงนี้ ถ้าใครทบทวนตัวเองแล้วคิดว่า ตรงกับตัวเองอยู่บ้างก็ขอให้เลิกนิสัยเสียๆ เหล่านี้ให้ได้ ก่อนที่อะไรๆ จะ แ ย่ จนเกินแก้ยิ่งโดยเฉพาะผู้ประกอบการ เจ้าของกิจการทั้งหลาย

อย่าคิดว่าเป็นเจ้าของแล้วจะทำอะไรก็ได้ ลองทบทวนตัวเอง และเปลี่ยนเสียก่อนที่ธุรกิจพังคามือเพราะไม่ยอมเลิกพฤติกรรม แ ย่ ๆ เดี๋ยวจะหาว่าไม่เตือน!

ขอขอบคุณ m a r k e t i n g o o p s

Load More Related Articles
Load More By Songyim
Load More In ข้อคิด

Check Also

เขียนไว้ดีมาก สิ่งที่พ่อกับแม่ อยากบอกให้ลูกรู้..อยากให้ลูกเข้าใจ

1.ไม่มีเงินใด สุขใจใช้จ่าย เท่ากับเงินของเราเอง 2.ไม่มีความรักจากชายใด จะเติมเต็มชีวิตของห…