Home ข้อคิด 11 วิธี ทำยังไงให้เลิกขี้เกียจ แบบเห็นผล

11 วิธี ทำยังไงให้เลิกขี้เกียจ แบบเห็นผล

10 second read
0
0

11 วิธีในการเอาชนะ “ความขี้เกียจ”

1. ย่อยงานใหญ่งานยาก ให้เล็กลง

โดยส่วนใหญ่ คุณมักจะหลีกเลี่ยงงานยากๆ เพราะว่าคุณมักจะคิดว่ามันใหญ่และซับซ้อนเกินไป คุณจึงรู้สึกกลัว ที่จะทำหรือกลัวว่าจะทำไม่สำเร็จ ดังนั้น เมื่อคุณเริ่มทำงานที่ทั้งใหญ่และยาก ลองแยกย่อยมันลงให้เล็กลง คือแทนที่จะทำงานชิ้นโตๆ ทีเดียวเลย

คุณอาจจะครีเอทโดยแยกย่อยมันลงมา เป็นงานที่จำเป็นทีละส่วนทีละส่วนจนมันค่อยๆ คอมพลีทเสร็จทุกส่วนไป ซึ่งวิธีแบบนี้จะช่วยแก้ปัญหาความ ขี้ เ กี ย จ ได้เพราะการแตกงานให้เล็กๆ ลง จะทำให้ความรู้สึกว่างานไม่ยากและทำเสร็จในเวลาไม่มาก

2. ค้นหาต้นเหตุแห่งความขี้เกียจ

เมื่อคุณเริ่มรู้สึกขี้เกียจ ลองนั่งทบทวนความรู้สึก และทำความเข้าใจกับตัวเองให้ดีๆ ว่าจริงๆ แล้วมันเกิดอะไรกับความรู้สึกนั้น เพราะบางทีความขี้เกียจอาจจะมีเหตุผลบางอย่างอยู่เบื้องหลังก็ได้ คุณอาจจะต้องนั่งหาเหตุผลถึงสาเหตุที่มันเกิดขึ้น เช่น คุณรู้สึกเหนื่อยล้า รู้สึกไม่มีแรงบันดาลใจ

รู้สึกว่างานมันล้นมือเกินไป หรือว่ากลัวที่จะทำงานนั้นๆ และบางครั้งเหตุผลของความขี้เกียจก็อาจจะมาจากปัญหาเล็กๆ ที่คุณอาจจะนึกไม่ถึง และก็แก้ไม่ยากก็ได้ ดังนั้น เมื่อคุณทราบถึงสาเหตุของความขี้เกียจแล้ว คุณก็จะสามารถแก้ปัญหาได้ตรงจุดและจัดการกับมันได้อย่างมีประสิทธิภาพนั่นเอง

3. การตั้งเป้าหมาย

เมื่อคุณได้ตั้งเป้าหมาย หรือตั้งเป้าความสำเร็จเอาไว้ ก็จะทำให้คุณมีบางสิ่งบางอย่างที่มุ่งไปสู่จุดหมายได้ เพราะถ้าคุณใช้ชีวิตหรือทำงานไปโดยปราศจากเป้าหมายหรือไม่ได้ตั้งเป้าอะไรเลย ก็จะกลายเป็น เ ห ยื่ อ ของความขี้เกียจได้

แต่การ set goal เอาไว้ ก็จะทำให้คุณมีจุดหมายและมีแรงบันดาลใจที่ก้าวไป ที่สำคัญคืออาจจะเป็นเรื่องที่ดีที่คุณจะเซ็ตเป้าหมายไว้ ตลอดการทำงาน รวมไปถึงตั้งเป้าความฝันของคุณ ซึ่งหากทำเป็นกิจวัตรก็จะทำให้ลดความรู้สึกขี้เกียจน้อยลงไปทีละน้อยได้

4. มีแรง ก ร ะ ตุ้ น อยู่ตลอดเวลา

บางครั้งความขี้เกียจ จะมาจากการที่คุณไม่มีแรง ก ร ะ ตุ้ น ที่ดีพอในการทำงาน ดังนั้น อีกวิธีหนึ่งคือคุณต้องหาแรง ก ร ะ ตุ้ น ในการทำงานให้เจอ เพื่อให้มีแรงบันดาลใจลุกขึ้นมาทำงาน แน่นอนว่าในเบื้องต้นมันสุดแสนจะยากที่จะเอาชนะความเฉื่อยชาของตัวเอง

แต่หากว่าคุณได้ก้าวข้ามมันไปได้แล้วคุณก็จะสามารถทำทุกอย่างให้ง่ายขึ้นได้ และเมื่อเอาชนะได้แล้วคุณก็สามารถมุ่งไปสู่เป้าหมายที่วางไว้ได้

ทิปส์: หากคุณรู้สึกว่า หมดแรง ก ร ะ ตุ้ น การทำงาน ลองลับตาตั้งสมาธิสัก 5 วินาที แล้วจินตาการว่าถ้างานของคุณเสร็จคุณจะได้ประโยชน์อะไรบ้าง มันจะช่วยให้คุณเข้าใจถึงงานและไปสู่เป้าหมายได้เร็วขึ้น

5. คิดถึงอนาคต

ไม่แปลกที่จะบางเวลาที่เรารู้สึกขี้เกียจ แต่ก็อย่าให้นานนักอาจจะพักเล็กน้อยคิดทบทวนตัวเองสัก 5 นาที เพื่อมองว่าอะไรคืออนาคตที่สำคัญของคุณ และเมื่อคุณมองเห็นแล้วประโยชน์ที่จะได้รับ

หากทำงานสำเร็จและถ้าได้ขจัดความขี้เกียจออกไป คุณก็จะมีแรงที่จะโฟกัสในการทำงานต่อไปได้ จะช่วยทำให้คุณมีแรง ก ร ะ ตุ้ น ที่จะทำงานและหลีกเลี่ยงที่จะติดกับดักแห่งความขี้เกียจนั้น

6. ทำทีละอย่าง

เวลาที่คุณรับงานมาหนักๆ ก็อาจะเป็นไปได้ที่จะทำให้คุณ ไม่สามารถเคลียร์งานได้เสร็จ การรับงานมากจนเกินไปมีส่วน ทำ ล า ย ขวัญและกำลังใจในการทำงาน ซึ่งเป็นสาเหตุให้คุณอยากจะหลีกหนีจากงานและรู้สึกขี้เกียจ

ดังนั้น ถ้าคุณพยายามรับงานทีละน้อยและโฟกัสทีละอย่าง ก็จะทำให้สามารถทำงานได้ลุล่วงเพราะมันง่าย ที่จะจัดการ ที่สำคัญคือ แรง ก ร ะ ตุ้ น ลักษณะนี้จะทำห้คุณมีสติและความขี้เกียจจะไม่มีผลใดๆ กับคุณ

7. พักผ่อนนอนหลับอย่างพอเพียง

บ่อยครั้งที่เวลาเรารู้สึกขี้เกียจ จะทำให้รู้สึกว่าอยากพักหรือหยุดบ่อยๆ ซึ่งท้าย สุดจะนำมาสู่อาการขี้เกียจ หรือขาดพลังงาน แรงกดดันหรือความเหนื่อยล้าจะทำให้ไฟในการทำงานค่อยๆ มอดทีละน้อย ดังนั้น การพักผ่อนจึงเป็นสิ่งจำเป็นสำหรับตัวเอง

อาจจะเป็นการพักทีละน้อยระหว่างทำงานเพื่อทำให้ไม่ เ ค รี ย ด หรือกดดันจนเกินไป การพักเบรกระหว่างทางคุณจะรู้สึกรีแล็กซ์และผ่อนคลาย และงานที่ออกมาก็จะประณีตมากขึ้นด้วย มากไปกวานั้น คุณจะรู้สึกเหมือนได้เติมเต็มพลังงานและมีแรง ก ร ะ ตุ้ น ให้ทำต่อไปจนเสร็จสิ้น

หรือจบงานในแต่ละวันได้อย่างมีประสิทธิภาพ รวมไปถึงการนอนหลับพักผ่อนอย่างเต็มที่ก็มีส่วนเติมเต็มพลัง ให้แก่การทำงานเช่นกัน จะทำให้คุณรู้สึกขี้เกียจได้ในตอนเช้ามีผลต่อพลังในการทำงาน ดังนั้น ทั้งการพักผ่อนและการนอนหลับอย่างเต็มประสิทธิภาพจะมีส่วนช่วยให้ลดความรู้สึกขี้เกียจได้

8. ออกกำลังกาย

ประโยชน์ของการออกกำลังกายมีมากมายนับไม่ถ้วน และหนึ่งในนั้นก็คือการที่ทำให้คงพลังงานเอเนอร์จี้ไว้ 24 ชั่ ว โมงในทุกๆ วัน ยิ่งถ้าคุณออกกำลังทุกวันเป็นประจำ จะช่วยการไหลเวียนโลหิตและการเจริญเติบโตของเมตาบอลิซึม

นอกจากนี้ การศึกษายังพบว่า การออกกำลังสม่ำเสมอจะช่วยขจัดอาการขี้เกียจอีกด้วย แม้ว่าจะเกิดขึ้นกับคนวัย กลางคนแล้วก็ตาม การออกกำลังกายจะช่วยให้คงพลังงานเอาไว้ได้ตลอดทั้งวัน สามารถเอาชนะความขี้เกียจได้ระหว่างวันของการทาน

ซึ่งถ้าตอนนี้ใครที่ยังลังเลเรื่องการออกกำลังกาย ไอเดียของการลดความขี้เกียจก็น่าจะเป็นแรงผลักดันให้ลุกขึ้นมาออกกำลังกายวันนี้ได้แล้วนะ

9. หนีจากสิ่งยั่วยุที่ทำให้สมาธิไขว้เขว

ระหว่างการทำงานอาจจะมีสิ่งยั่วยุเย้ายวนใจให้คุณหลุดจากโฟกัสการทำงานได้ เช่น การไถมือถือเล่น หรือลงไปคลุกกับน้องแมวที่บ้าน พูดคุยกับสัตว์เลี้ยงเป็นต้น ซึ่งสิ่งยั่วยุเหล่านี้จะทำให้คุณเสียเวลาทำงานไปมากทีเดียว

ดังนั้น จึงควรที่จะหลีกเลี่ยงเส้นทางหรือโอกาสที่จะทำให้ไปพบกับสิ่งยั่วยุดังกล่าว เพราะจะทำให้คุณเสียสมาธิได้ง่ายและสูญเสียเวลาที่จะได้ทำงาน ตามเป้าหมายหรือทำงานที่อยู่ตรงหน้า ดังนั้น หลักพื้นฐานเลยก็คือหนีออกจากสิ่งยั่วยวนที่ก่อให้เกิดความรู้สึกขี้เกียจนั่นเอง

10. ทำงานน่าเบื่อให้สนุก

หลายครั้งคุณยอมจำนนต่อความขี้เกียจเพราะงานมันน่าเบื่อ หรืองานที่หมักหมมจนพอกพูนใช้เวลามากกว่าจะทำให้เสร็จ ดังนั้น เพื่อไม่ให้รู้สึกเบื่อหน่ายกับงานที่ทำตรงหน้า ก็อาจจะต้องหาวิธีหรือคนหนทางที่จะสร้างสรรค์ไม่ให้มันน่าเบื่อก็ได้

เช่น การเปิดเพลงระหว่างฟัง หรือการสร้างแรง ก ร ะ ตุ้ น แรงบันดาลใจด้วยการฟังพ็อดแคสต์ดีๆ วิธีนี้ก็จะจะช่วยสปาร์กเอเนอจี้ให้กลับมาสะสางงานต่างๆ ได้ดี

11. การให้รางวัลกับตัวเอง

การให้รางวัลกับตัวเองเล็กๆ น้อยจะช่วยทำให้รู้สึก ก ร ะ ตุ้ น ให้อยากทำงานให้สำเร็จ เพราะคุณจะตั้งหน้าตั้งใจรอที่จะได้อิ่มเอมกับรางวัล ที่จะได้รับ ซึ่งรางวัลนั้นก็ไม่จำเป็นต้องเป็นของใหญ่หรือของแพง อาจจะเป็นเพียงแค่ เค้กหนึ่งชิ้น ไอศกรีมรสช็อกโกแล็ต

หรือแม้แต่การดูซีรีส์ดีๆ สักตอนหนึ่งก็ได้ การให้รางวัลกับตัวเองจะสร้างแรง ก ร ะ ตุ้ น ให้คุณก้าวข้ามความขี้เกียจ และสามารถจัดการกับงานตรงหน้าได้ง่ายขึ้น แล้วยังเป็นวิธีที่จะทำให้คุณไม่ต้องทำงานแบบผัดวันประกันพรุ่งอีกต่อไปด้วย

ขอขอบคุณ m a r k e t i n g o o p s

Load More Related Articles
Load More By Songyim
Load More In ข้อคิด

Check Also

ลูกน้อง 4 แบบ “เก่งกว่าหัวหน้า” จะบริหารอย่างไร?

การมีลูกน้องที่เก่ง นั้นถือเป็นความโชคดีของหัวหน้างาน แต่ถ้าเจอลูกน้องที่เก่งแบบแปลกๆ เราม…