Home ข้อคิด 15 ทักษะ ของคนเป็นหัวหน้าเก่ง..เก่งทั้งบริหารงาน เก่งทั้งบริหารคน

15 ทักษะ ของคนเป็นหัวหน้าเก่ง..เก่งทั้งบริหารงาน เก่งทั้งบริหารคน

1 second read
0
0

1.หัวหน้างานที่ดีต้องเป็นคนอ่อนน้อมถ่อมตน ไม่ยกตนข่มท่าน

คนที่อ่อนน้อมถ่อมตน ใคร ๆ ก็รัก ใคร ๆ ก็เอ็นดู คนที่เป็นหัวหน้างาน เมื่อมีลูกน้องแล้วก็ต้องเป็นคนที่เข้าถึงง่าย ไม่โอ้อวดว่าเราใหญ่ เราเป็นหัวหน้างาน อีกทั้งการ

ประพฤติตนเองต่อผู้บังคับบัญชาของเรา ก็ต้องให้เกียรติท่าน เสมือนเราเล่นบทบาทของผู้ตามเพื่อสร้างความ ไ ว้ เ นื้ อ เ ชื่ อ ใ จ สร้างคุณค่า แต่ไม่ใช่ประจบสอพอนะครับ

ใช้ผลงานเป็นเครื่องพิสูจน์ + พฤติกรรมที่ดีเหนือฟ้า ยังมีฟ้านะครับ การอ่อนน้อมถ่อมตน เป็นสิ่งที่ควรทำต่อคนรอบข้างทำให้เหมือนกัน ในทุก ๆ วัน แบบนี้ ย่อมได้ใจ

ทั้งต่อผู้บังคับบัญชาเรา และ ผู้ใต้บังคับบัญชาและหากวันหนึ่งผู้บังคับบัญชาเรา ชื่นชมมา เราต้องให้เกียรตินั้นต่อ ลูกน้องของเรา มากกว่าตัวเราเพราะงานจะเกิดขึ้นได้

ต้องมีคนปฏิบัติ ให้เครดิตต่อลูกน้อง ลูกน้องจะมีกำลังใจทำงานต่อไปกลับกัน หากผู้บังคับบัญชา ตำหนิในผลงานลงมา หัวหน้างานที่ดี ต้องพร้อมรับแทนลูกน้องและ

นำข้อผิดพลาดนั้นมาประชุมกับลูกน้องเพื่อหาแนวทางแก้ไขต่อไปในอนาคต

สรุป

ทำดี = ให้เครดิตลูกน้อง

ทำผิดพลาด = รับหน้าแทนลูกน้องเสมอครับ

2.หัวหน้างานที่ดีต้องมีคุณธรรมเป็นเครื่องยึดเหนี่ยวจิตใจ เพื่อใช้ในการปกครองคน

คุณธรรม คือ สิ่งที่ยึดเหนี่ยวจิตใจเรา หากเรามีคุณธรรมในใจเยอะ ทำสิ่งใดเราจะคิดก่อนทำข้อสุดท้ายนี้ ผมฝากหัวหน้างานทุกคนให้มีคุณธรรม คือ ธรรมมะ ในการครองตนเอง เช่น

การถือศีล5

การยึดหลักพรหมวิหาร 4 (เมตตา กรุณา มุทิตา และอุเบกขา)

คิดดี พูดดี ทำดี

มีความรู้ผิดชอบ ชั่ ว ดี

มีความกตัญญูกตเวทีต่อผู้มีพระคุณ

ฯลฯ

3.หัวหน้างานที่ดีต้องเป็นคนตรงต่อเวลา มาเช้า กลับทีหลัง

เรื่องเวลาในการทำงาน นับว่าเป็นเรื่องวินัยของตนเองที่ต้องพึงกระทำเพราะทุกองค์กรย่อมมีเวลาเข้า เวลาออก ที่ชัดเจน โดยเฉพาะเวลาเข้าก็ควรมาล่วงหน้าอย่างน้อยสัก 30 นาที

ก่อนเริ่มงาน เพื่อเตรียมตัวเตรียมใจวางแผนในการทำงาน เพื่อนำข้อมูลมาประชุมลูกน้องก่อนเริ่มงาน จะได้เข้าใจตรงกันใครมีข้อสงสัย มีปัญหา ก็ควรกันให้เรียบร้อย

ก่อนเริ่มงาน หากหัวหน้าทำแบบนี้ได้ทุก ๆ วันรับรองปัญหาจะน้อยลง และทำให้หัวหน้ามีเวลาไปคิดเรื่องงานให้มากขึ้น ดีกว่ามานั่ง
ป ว ด หั ว กับปัญหาคนในทุก ๆ วันครับ

ส่วนการกลับทีหลัง อันนี้ก็สำคัญ เพราะเรามีความรับผิดชอบที่สูงกว่าลูกน้องก่อนกลับก็ตรวจสอบความเรียบร้อยของงาน จดบันทึกข้อมูล ความผิดพลาด ความสำเร็จ

ของงานในแต่ละวันเพื่อนำมาประกอบในการพูดคุยกับลูกน้องในเช้าวันถัดไป ครับ

4.หัวหน้างานที่ดีต้องรู้จักคิดในเชิงป้องกันก่อนลงมือทำ

เหรียญย่อมมี 2 ด้านให้คิด การคิดก็มี 2 ด้าน ทั้งการคิดบวก และคิดลบซึ่งการคิดบวกเป็นสิ่งที่ดี ทำให้เราหมดทุกข์ แต่หากไม่อยากทุกข์ก็ต้องคิดลบ แต่ เป็นการคิดลบ

ในเชิงของการป้องกัน วางแผน ก่อนลงมือทำหัวหน้างานที่ดี นอกจากการเปิดใจรับฟังแล้ว ก็ต้องนำมาข้อมูลมาคิด มาวางแผน ซึ่งการวางแผนก็ต้องมีการประชุม

เพื่อหาข้อมูลก่อนตัดสินใจ เพราะหากเราไม่อยากเสียเวลาแก้ไขก็ต้องวางแผนให้รอบคอบ รอบด้าน แต่การวางแผนเยอะเกินไปก็ทำให้เราไม่กล้าลงมือทำผมยังเชื่อเสมอ

คิด วางแผน สำคัญ แต่ไม่เท่า ลงมือทำ สำคัญกว่าแต่หาก ไม่คิด ไม่วางแผน แล้วทำอย่างเดียว แบบนี้ เสียเวลาแก้ไขนานโข ครับคิด + วางแผน + ลงมือทำ + กล้ายอมรับ

ผลกับสิ่งที่ทำ = ประสบการณ์และเมื่อมีประสบการณ์แล้ว เราจะเห็นทางสว่างในอนาคตครับ

5.หัวหน้างานที่ดีต้องมีความเชื่อมั่นต่อลูกน้อง และเชื่อมั่นต่อปัญหาว่า ทุกปัญหาย่อมมีทางออก

ความเชื่อ นับเป็นจุดเริ่มต้นในการสร้างสรรค์สิ่งต่าง ๆ โดยเฉพาะหากรับนโยบายจากผู้บริหารมาแล้วไม่มีความเชื่อ การทำงานย่อมทำไปวัน ๆ ทำอย่างไร้เรี่ยวแรง

และทำอย่างไม่มีความสุขเพราะ ส ม อ ง ถูกปิดกั้นเรียบร้อย จากความเชื่อที่คิดว่า ทำไม่ได้ และหากหัวหน้าท้อซะแล้วลูกน้องย่อมท้อตาม และสุดท้ายผลงานไม่ได้

ก็ถูกผู้บริหารตำหนิอีก คราวนี้ไปกันใหญ่เลยครับดังนั้น ความเชื่อนับว่าเป็นสิ่งสำคัญ ที่เชื่อมทุกอย่าง แค่เราเปลี่ยนจากคำว่า ทำไม่ได้ เป็นเชื่อว่า เป็นไปได้ และ

พร้อมคิดค้นหาวิธีการเชื่อมโยงเพื่อให้งานบรรลุเป้าหมายหากว่าผิดพลาด ผมเชื่อว่าเราจะไม่เสียใจ เพราะทำเต็มที่ และพร้อมปรับเปลี่ยนแก้ไขผู้บริหารย่อมเข้าใจเสมอ

แต่อย่าผิดพลาดในเรื่องเดิม ๆ นะครับ แบบนั้นตัวใครตัวมันครับ

6.หัวหน้างานที่ดีต้องเป็นคนที่ซื่อสัตย์สุจริตต่องานที่ทำ

ซื่อกินไม่หมด คดกินไม่นาน เป็นคำกล่าวที่ผมเห็นด้วยมาก ๆเพราะคนเราหากไม่ซื่อสัตย์แล้ว อยู่ที่ไหนก็ไม่เจริญ กลับกัน หากเราเป็นคนที่ซื่อสัตย์สุจริตอยู่ที่ไหน ใคร ๆ

ก็อยากร่วมงาน ดังนั้น หัวหน้างานที่ดี ต้องมีความซื่อสัตย์สุจริตในทุก ๆ ด้านทั้งเรื่องตนเอง เรื่องงาน เรื่องครอบครัว และเรื่องสังคม เพื่อเป็นแบบอย่างที่ดีให้ลูกน้องต่อไป

7.หัวหน้างานที่ดีต้องรู้จักใช้ภาษากาย ควบคู่กับคำพูด และน้ำเสียง ในการทักทาย

การ สื่ อ ส า ร แบ่งออกเป็น 3 แบบ คือ ภาษาพูด ภาษากาย และน้ำเสียงซึ่งหัวหน้างานที่ดี ควรนำทั้ง 3 แบบนั้นไปใช้พร้อม ๆ กัน เช่นหากมีลูกน้องที่อายุมากกว่า

ก็ใช้การทักทาย โดยยกมือไหว้สวัสดีเมื่อลูกน้องคนนั้นเห็น เขาจะเกรงใจเรา เนื่องจากเราให้เกียรติต่อเขาก่อน เป็นต้นหรือ หากเรามีลูกน้องที่อายุน้อยกว่า การไหว้ก็

ไม่ใช่เรื่องผิดเพราะประเทศไทยเราขึ้นชื่อว่า ยิ้มสวย และไหว้ สวยการรักษาขนบธรรมเนียมประเพณีไทย ไม่ใช่เรื่องผิดครับ แต่คนที่เห็นเขาจะนำไปยกย่อง และชื่นชม นะครับ

เรื่องดี ๆ ทำไปเถอะ !!

8.หัวหน้างานที่ดีต้องรู้จักเดินเข้าหาลูกน้อง เดินตรวจสอบการทำงาน เดินหน้าแก้ไขปัญหา และพาทีมไปสู่เป้าหมายเดียวกัน

การทำงาน หากหัวหน้านั่งอยู่บนหอคอยอันส่งเกียรติอย่างเดียว แล้วจะรู้ได้อย่างไรว่างานนั้นเกิดปัญหาจากส่วนไหน อ วั ย ว ะ
ใ น ร่ า ง ก า ย ส่วนที่อยู่ต่ำที่สุด นั่นคือ

ขา แต่ขาก็ทำให้เราสามารถ โ ย ก ย้ า ย จากจุดหนึ่งไปยังอีกจุดหนึ่งหากเราใช้ขาในการก้าวเดิน เสมือนทำงานย่อมต้องมีเป้าหมายครับ การย่ำอยู่กับที่ไม่สามารถ

ขับเคลื่อนทีมงานไปสู่เป้าหมายได้ ซึ่งการจะไปสู่เป้าหมายได้ ก็ต้องกล้าเดิน แต่หากเดินแล้วผิดทาง ย่อมสามารถถอยหลังกลับมาตั้งหลักได้เสมอ คนเป็นหัวหน้างาน

ต้องรู้จักเดินเข้าหาลูกน้อง รู้จักเดินดูหน้างาน สังเกตสิ่งต่าง ๆ รอบตัว หากเจอปัญหาก็นำมาแก้ไข ไม่ปล่อยปัญหานั้นให้บานปลาย อีกทั้งยังทำให้ลูกน้องสามารถสอบถาม

หรือขอคำแนะนำจากหัวหน้าได้ในทันที รู้แล้วก็เดินบ้างนะครับ จะได้แข็งแรง

9.หัวหน้างานที่ดีต้องรักในงานที่ทำ พร้อมต่อสู้กับปัญหาและอุปสรรคที่เข้ามา

คนที่เป็นหัวหน้างานต้องมีใจรักในงานที่ทำ ซึ่งเป็นสิ่งที่สำคัญมาก ๆ เพราะหากเรารักในงานที่ทำใจเราพร้อมยืดหยัดต่อสู้ให้งานนั้นประสบความสำเร็จ ซึ่งเราย่อม

ต้องถ่ายทอดความคิดนี้สู่ลูกน้องเราเพราะหากลูกน้องเรามีใจรักในงานที่ทำทุกคน เขาย่อมเข้าใจและพร้อมต่อสู้ฝ่า ฟั น ปัญหาไปด้วยกัน

10.หัวหน้างานที่ดีต้องสามารถลงมือทำให้ลูกน้องเห็นเป็นแบบอย่าง ว่าเราสามารถทำได้

หากพูดอย่างเดียว แต่ไม่ทำ ใครเขาจะเชื่อครับเหมือนสุภาษิตที่กล่าวไว้ว่า 100 คำพูด ไม่เท่ากับ 1 การกระทำ ผมว่าจริงนะครับพูด แล้ว ทำ ย่อมทำให้ลูกน้องเห็น

เป็นตัวอย่างเช่น หากเราเป็นคนที่มาทำงานสายเป็นนิจแบบนี้จะกล่าวตักเตือนลูกน้องที่มาสาย ก็ย่อมยากครับที่ลูกน้องจะเชื่อเรามันเข้าตัว แต่หากเรามาเช้าทุกวัน

แบบนี้ลูกน้องก็คงเกรงใจ และไม่ ก ล้ า ม าสาย หรือหากมาสายเราจะเรียกมาคุยเพื่อปรับพฤติกรรมลูกน้องคนนั้นก็ไม่ใช่เรื่องที่ตะขิดตะขวงใจ เพราะเป็นหน้าที่ของเรา

ซึ่งลูกน้องคนนั้น คงไม่กล้าเถียง เพราะลูกพี่เป็นตัวอย่างที่ดีในเรื่องที่ลูกน้องทำผิดพูด + ทำ ย่อมมีคุณค่าเสมอครับ

11.หัวหน้างานที่ดีต้องหัดเป็นคนที่เปิดใจรับฟังสิ่งต่าง ๆ รอบตัว

การคิดคนเดียวย่อมได้เพียงมุมเดียว แต่หากเรายอมเปิดใจฟังคนละเล็กละน้อย ข้อมูลในหัวเราย่อมมีมากขึ้นและนั่นย่อมทำให้เราได้ข้อมูลในการ คิด วิเคราะห์ แยกแยะ

ก่อนตัดสินใจ คนที่เป็นหัวหน้างานต้องกล้าเปิดใจฟังสิ่งต่าง ๆ จากคนรอบข้าง เพื่อนำมาปรับใช้ให้งานเดินหน้าต่อไป ถึงแม้บางครั้งฟังแล้วไม่ใช้ในตอนนี้แต่ใครจะรู้ว่า

อนาคตอาจมีโอกาสหยิบมาใช้ก็ย่อมเป็นไปได้ อย่างน้องการฟังก็ทำให้เรามีความรู้ที่มากหากความรู้นั้นเป็นประโยชน์ ยกเว้น ความรู้ที่ไม่เป็นประโยชน์ต้องพร้อมดีดทิ้งในทันที

12.หัวหน้างานที่ดีรู้จักคิดก่อนพูด พูดในสิ่งที่ดี สร้างสรรค์

คนทุกคนมีปาก ที่จะพูดอะไรก็ได้ตามใจเรา แต่หากเราเป็นผู้นำแล้วนั้น การใช้ปากตามใจเราย่อมทำไม่ได้ครับเพราะหากตอนนั้นเรากำลังโมโหอยู่ แต่นำสิ่งที่ไม่ดี

ไปลงกับลูกน้อง แบบนี้ลูกน้องที่ไหนก็คงไม่อยากทำงานกับเราจริงไหมครับ !! ดังนั้นการใช้ปาก ต้องใช้ในทางที่ดี สร้างสรรค์ ใช้ในการบอกเล่าประสบการณ์ในการแนะนำ

สอนงานต่อลูกน้องหากลูกน้องคนนั้นไม่สามารถทำงานนั้นได้ ใช้ในการชื่นชมลูกน้อง ขอบคุณลูกน้อง ให้กำลังใจลูกน้องและให้คำแนะนำในการปรับปรุงตนเอง เป็นต้น

แบบนี้ดีกว่าเยอะครับ

13.หัวหน้างานที่ดีต้องคิดเสมือนเราเป็นเจ้าขององค์กร รู้จักทำงานเชิงรุกและมีเป้าหมายที่ชัดเจนในการทำงาน

การที่องค์กรแต่งตั้งเราขึ้นมานำคนอื่น ๆ นั้น เขาย่อมเห็นคุณค่าในตัวเรา และคาดหวังให้เราช่วยคิด วางแผนในการขับเคลื่อนคน เพื่อให้เกิดผลของงานบรรลุตาม

เป้าหมายขององค์กร ดังนั้น คนที่เป็นหัวหน้างานจำต้องเข้าใจในบทบาท เข้าใจในสิ่งที่องค์กรกำลังก้าวเดิน เข้าใจวิสัยทัศน์ พันธะกิจ ขององค์กรและสามารถนำมา

เป็นแผนงานที่สามารถเดินหน้าตามแผนได้ในทุก ๆ วัน

14.หน้างานที่ดีต้องรู้จักยิ้มแย้มแจ่มใสต่อหน้าลูกน้องและคนอื่น ๆ ที่ร่วมงาน

คนบางคนอาจเป็นเสือยิ้มยากโดยพฤติกรรม แต่พฤติกรรมก็ย่อมสามารถเปลี่ยนแปลงได้เสมอหากเราเข้าใจในบทบาทของการเป็นผู้นำ เพราะการเป็นผู้นำ ต้องเป็นคนที่

สามารถเข้าถึงได้ในทุก ๆ คนทุก ๆ ระดับ ไม่มีอีโก้ ดังนั้นสิ่งที่จะลดอีโก้ตนเองได้นั้น ต้องรู้จักเป็นคนที่สดชื่น ยิ้มแย้มแจ่มใสอาจไม่ต้องถึงกับเป็นคนที่ตลก แต่ต้องทำให้

ลูกน้องสบายใจที่จะเข้ามาพูดคุย ปรึกษาทั้งเรื่องงานและเรื่องส่วนตัวเพราะเมื่อไหร่ ที่ลูกน้องกล้าที่จะเดินเข้ามาหา ผมเชื่อว่า ปัญหาย่อมคลี่คลาย ไม่ทำให้ปัญหา

มีผลกระทบต่อคน ๆ นั้น ใ น ร ะ ย ะ ย า ว ซึ่งหน้าที่ของคนเป็นหัวหน้าก็ต้องพร้อมแก้ไขปัญหาร่วมกันดังคำว่า มีสุข คูณ สอง แต่มีทุกข์ต้อง หาร สอง ครับ

15.หัวหน้างานที่ดีต้องมีความคิดที่ดีทั้งเรื่องงาน เรื่องคน ทั้ง ต่อหน้าและลับหลัง

เริ่มต้นจาก “หัว” นั่นคือต้องมีความคิดที่ดีต่อคนรอบข้างและรู้จักคิดก่อนพูด ก่อนทำหากเรามีหัวที่คิดดี พูดดี ทำดี พฤติกรรมเราย่อมสะท้อนด้านดี เช่น การพูดชม หรือ ตำหนิ

ก็ต้องคิดเพื่อใช้คำพูดให้เหมาะสมกับคนนั้น ๆ การพูดชม ก็ควรพูดต่อหน้าลูกน้องคนอื่น ๆเพื่อให้เขาเห็นว่า หากเราทำดี หัวหน้าพร้อมชมเชยเสมอแต่หากเป็นการตำหนิ

ก็ควรเรียกมาคุยเป็นการส่วนตัว มากกว่าตำหนิต่อหน้าคนอื่น ๆ ให้เขาเสียหน้า เป็นต้น

ที่มา : drfish.training

Load More Related Articles
Load More By sabailey99
Load More In ข้อคิด

Check Also

ฝึกชีวิตให้สบายๆ อย่างคนฉลาด (สอนใจดีมาก)

ให้โอกาสชีวิต ได้เรียนรู้สิ่งเหล่านี้ แล้วชีวิตคุณจะง่ายขึ้น 1. ทำชีวิตให้เรียบง่าย รู้จัก…