Home ข้อคิด 15 วิธีเอาชนะ คนชอบเอาชนะ

15 วิธีเอาชนะ คนชอบเอาชนะ

8 second read
0
0

1. ลองมองโลกในแง่ดีก่อน ให้คิดว่าคนที่ชอบเอาชนะอาจจะไม่รู้ว่าตัวเองเป็นแบบนั้นก็ได้

คนที่ชอบเอาชนะ คนอื่นๆ ในทุกเรื่องบางทีเขาก็อาจจะไม่ได้ตั้งใจทำให้คนอื่นๆ ไม่พอใจก็ได้ แต่เพียงแค่ตัวเขายังไม่รู้ตัวเองว่าได้แสดงพฤติกรรม ที่ไม่ค่อยดีนักไปโดยไม่รู้ตัวซึ่งพฤติกรรมแบบนี้ ก็ดันทำให้คนรอบข้างรู้สึกไม่ดี

และก็อาจจะสงสัยว่าทำไมหลายๆ คนถึงมักจะหลบหน้าเขาหรือพยายามเลี่ยง ที่จะคุยกับเขา ทั้งๆ ที่ตัวเองเชื่อว่าสิ่งที่ตัวเองทำ หรือพูดออกไปนั้นมันดีและตัวเองก็ทำถูกต้องแล้ว แต่คนอื่นๆ กลับไม่คิดแบบนั้นเพราะฉะนั้น หากเราต้องเผชิญหน้ากับเขาอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้จริงๆ

ก็ให้เราลองแสดงความเข้าอกเข้าใจแทน การไปตัดสินเขาทันที ไม่แน่ว่าคุณอาจจะเป็นคนที่ทำให้เขาเริ่มรู้ตัวและเข้าใจถึงสถานการณ์ของตัวเองมากขึ้นก็ได้

2. ลองพยายามทำความรู้จักเขาให้มากกว่านี้ก่อน

อาจจะเป็นเรื่องยากเกินไป ที่ต้องลองไปพยายามทำความรู้จักกับคนประเภทนี้ให้มากขึ้นกว่าเดิม ทั้งๆ ที่เรามีความรู้สึกที่ไม่ชอบเขาไปแล้ว

แต่ถ้าหากให้ลองมองเขาในฐานะที่เขาก็เป็นคนๆ หนึ่งที่มีชีวิตทั่วไปเหมือนๆ กับเราดูบ้าง มันก็จะทำให้เราสามารถที่จะแสดงความเห็นอกเห็นใจ ขึ้นมาได้บ้าง และสามารถทำให้เรามองข้ามบางเรื่องที่มักจะทำให้เรารู้สึกไม่ดีไปได้ในบางสถานการณ์

3. อย่าเพิ่งรีบไปตัดสิน/คัดค้านในสิ่งที่เขาพูด หรือกระทำออกมา

แน่นอนว่าคนประเภทนี้ พวกเขาจะมีความคิดว่า สิ่งที่ตัวเองพูดออกมานั้นเป็นสิ่งที่ถูกต้องแล้ว และมักจะคิดว่าดีเสมอ ซึ่งเมื่อมีคนว่าทักท้วง คัดค้าน หรือแม้แต่ตั้งข้อสงสัย ก็จะทำให้เกินความรู้สึกโกรธและไม่พอใจเนื่องจากถูกมองว่าความคิดของเขานั่นไม่ถูกต้อง หรือไม่ดีพอ

และพวกเขาก็จะพยายามตอบโต้ ด้วยความอยากเอาชนะที่รุ น แ ร ง กว่าเดิมจมกว่าคนที่ไม่เห็นด้วยจะยอมจำนนและยอมรับคำพูดของเขาในที่สุดเพื่อไม่ให้เกิดปัญหาที่จะบานปลายไปกันใหญ่ เราจึงต้องพยามทำความเข้าใจวิธีคิดของคนประเภทนี้

และอย่าให้เขาควบคุมเราได้ ด้วยการแสดงออกที่ทำให้เรารู้สึกไม่พอใจ ดังนั้น เราอย่าเพิ่งรีบไปคัดค้านในสิ่งที่ เราไม่เห็นด้วยกับเขาทันทีเพื่อป้องกันการตอบโต้ที่รุ น แ ร ง จากฝ่ายตรงข้าม

4. แกล้งทำเป็นเห็นด้วยกับเขา หรือทำเป็นให้ความสนใจไปก่อนในช่วงแรก

การที่คนประเภทพยายามเสนอตัว ทำโน่นทำนี่ หรือแสดงความคิดเห็นต่าง ก็เพราะมีความต้องการที่อยากจะเป็นที่ยอมรับในสังคม ทำให้รู้สึกว่าตัวเองนั้นเป็นคนเก่งกว่าคนอื่นๆ และความคิดแบบนี้ก็ได้กลายเป็นความเชื่อว่าสิ่งที่ตัวเองทำนี่แหละต้องดีที่สุดแล้วดังนั้น นอกจากจะไม่ไปคัดค้านเขาโดยตรงตั้งแต่แล้ว ให้เราแกล้งทำเป็นเห็นด้วย หรือให้ความสนใจไปก่อนในช่วงแรก เพื่อป้องกันการเกิดปัญหา และหาโอกาสพลิกสถานการณ์ให้เราเป็นฝ่ายคุมเกมต่อไป

5. พยายามหาจุดอ่อนของความคิดของเขา เพื่อยิงคำถามด้วยข้อจำกัดต่างๆ

หากเราสามารถที่จะไม่ไปคัดค้าน และเออออห่อหมกตามเขาไปแล้วในช่วงแรก หลังจากนี้ก็ถึงเวลาที่เราต้องลงมือทำอะไรบ้าง แล้วเนื่องจากว่าเราได้แกล้งทำเป็นเห็นด้วยกับความคิดของเขาแต่แรก ทำให้เขารู้สึกว่าเราไม่ได้กำลังต่อต้านความคิดของเขาอยู่

จึงสามารถเปิดโอกาสให้เรายิงคำถามที่แสดงให้เห็นถึงจุดอ่อนของความคิดของเขาด้วยข้อจำกัดต่างๆ ที่เราหาได้จากการเห็นด้วยกับเขาในช่วงแรก จุดสำคัญก็คือการควบคุมตัวเองไม่ให้ไปตัดสินความคิดของเขา แล้วให้เขาเป็นคนตัดสินใจด้วยตัวเอง ว่าถ้ามีข้อจำกัดแบบนี้

เขายังจะสามารถยอมรับได้เหมือนเดิมอยู่หรือไม่ และเมื่อข้อจำกัดนั้นมันมากพอ ก็จะทำให้เขายอมแพ้ไปเองในที่สุด โดยที่เราก็ไม่ไปมีปัญหากับเขา

6. เวลาคุยงาน หรือตัดสินใจอะไร ให้ทำกันเป็นกลุ่มไว้ก่อน

เนื่องจากว่าคนประเภทนี้ มักจะมีนิสัยที่อยากได้หน้าอยู่ในตัวอยู่แล้ว และคนประเภทนี้ไม่ว่าเราเสนออะไรไป เขาก็จะมีสิ่งที่ตัดสินใจอยู่ในใจไว้ก่อนแล้ว

สุดท้ายก็อาจจะต้องมาจบที่ไอเดียของเขาอยู่ดีไม่ว่าจะเป็น เพื่อนร่วมงาน หรือหัวหน้างานของคุณก็ตามดังนั้น เวลาที่เราต้องการจะนำเสนอไอเดีย ของตัวเอง เป็นไปได้ให้พยายามนำเสนอในที่ประชุม

หรือควรนำเสนอตอนอยู่กันเป็นกลุ่มดีกว่า และหลีกเลี่ยงการคุย หรือนำเสนอไอเดียกันแบบตัวต่อตัว เพื่อป้องกันการที่เขาจะคอยชักจูงความคิดเรา เพื่อให้ลงเอยกับไอเดียของเขา หรือการเอาไอเดียของเราไปแอบอ้างว่าเป็นของเขาเองได้

7. ไม่จำเป็นต้องเข้าร่วมวงสนทนา หรือถกประเด็นกันทุกครั้งที่ถูกชวน

เป็นการตัดปัญหาตั้งแต่แรก โดยหลีกเลี่ยงการร่วมวงสนทนา ถกประเด็นต่างๆ ที่ไม่เกี่ยวข้องกับเรา หรือเราไม่มีส่วนได้ส่วนเสียในการถกประเด็นในครั้งนั้นๆ ไม่ว่าจะมีคนชวนหรือไม่ก็ตาม เพราะส่วนใหญ่แล้วในวงสนทนาที่มีการถกประเด็นต่างๆ นั้น ก็มักจะมีคนประเภทที่มีนิสัยชอบเอาชนะคนอื่น

โดยเอาความคิดตัวเองเป็นใหญ่ปะปนอยู่ด้วยเสมอ และพวกเขาเหล่านั้น ก็มักจะยึดมั่นในความคิดของตัวเองที่คิดว่าถูกต้องที่สุดแล้วโดยไม่แม้แต่จะรับฟัง ความคิดเห็นของคนอื่นๆ ดังนั้นหากสามารถปล่อยผ่านไปได้ ก็ไม่เห็นจะเป็นอะไร ในเมื่อคุณก็ไม่ได้เสียอะไรอยู่แล้ว และไม่มีความจำเป็นต้องรับปัญหาเข้ามาเพิ่ม

8. ใช้ความเห็นอกเห็นใจเข้าช่วย ด้วยความใจเย็น

หากคนประเภทนี้ เป็นคนใกล้ตัวของคุณ อย่างเพื่อนสนิท คนรัก หรือแม้แต่ คนในครอบครัวเราเองก็ตาม ให้เราพยายามเข้าหาเขา ด้วยความเห็นอกเห็นใจที่อยากจะช่วยเหลือจากใจจริง และอย่าพยายามตอบโต้ด้วยวิธีการที่เหมือนจะไปสั่งสอนเขา

หรือพยายามจะชี้นำเขาเพราะถ้าคนประเภทนี้เป็นคนใกล้ตัวคุณอยู่แล้ว เมื่อเราแสดงการตอบโต้ในลักษณะที่ทำให้เขารู้สึกว่าเรากำลังต่อต้าน เขาก็จะโต้ตอบกลับมาอย่างไม่ลังเลเลย

ดังนั้นให้พยายามใจเย็นๆ ไว้ก่อน แล้วค่อยๆ คุยกับเขาดีๆ ถ้าความรู้สึกเห็นอกเห็นใจ ที่เราอยากจะช่วยมันมากพอ มันก็จะส่งไปถึงเขาเองในที่สุด

9. บอกให้อีกฝ่ายรู้ถึงความไม่สบายใจ แล้วเบี่ยงเบนประเด็น

ถ้าหากว่าคนที่ชอบอยากจะเอาชนะ คนอื่น เข้ายืนกรานจะพูดหรือทำอะไรก็ตามที่ทำให้เรารู้สึกไม่สบายใจ ให้เราพยายามพูดอย่างหนักแน่นเพื่อสื่อให้เขารู้ว่าเราไม่ชอบเรื่องพวกนี้เลย

ถ้าเป็นไปได้อยากจะให้เลี่ยงเรื่องพวกนี้ไปจะขอบคุณมาก ทั้งนี้ต้องสุภาพและไม่มีการใส่อารมณ์แล้ว

หลังจากนั้นให้เราลอง เ บี่ ย ง เ บ น ประเด็นหาเรื่องอื่นให้เขาสนใจแทน เช่น การถามเรื่องงานอดิเรกของเขา เป็นต้น

10. ทำความเข้าใจว่าเหตุผลไม่สามารถใช้กับคนประเภทนี้ได้ แล้วรีบจบการสนทนา

เนื่องจากว่าคนประเภทนี้ มักมีความเชื่อที่ว่า สิ่งที่ตัวเองคิด หรือทำนั้น มันถูกต้องที่สุดแล้ว และหลายครั้งการที่เราพยายามหาเหตุผลเพื่อมาคุยด้วยดีๆ ก็มักไม่ได้ช่วยทำให้ สถานการณ์นั้นดีขึ้นเลย แถมอาจจะทำให้เขาคิดว่าเราพยายามเอาชนะเขาอีก

เพราะฉะนั้น ทางที่ดีเราก็ควรรีบจบบทสนทนา นั้นเลยดีกว่า อย่างน้อยก็เพื่อที่จะไม่ต้องเสียเวลาและสิ้นเปลืองพ ลั งงานอย่างเปล่าประโยชน์ไปกับคนประเภทนี้ และยังสื่อให้เขารู้ด้วยว่า เราไม่ค่อยเห็นด้วยกับความคิดของเขาสักเท่าไหร่ เพราะยังไงเราก็ยังมีความเชื่อมั่นในความคิดของเราอยู่ด้วย

11. สร้างรูปแบบการสนทนาที่เราเป็นฝ่ายจำกัดประเด็น…ในมุมมองของเราเอง

หมายถึงกรอบสนทนา ที่ทำให้ทั้งสองฝ่ายสามารถรับฟังความคิดเห็นอีกฝ่ายได้ โดยที่ไม่ต้องตัดสินกันไปก่อน (ที่จะจบบทสนทนา) ก่อนที่จะเริ่มพูดคุยกับ เราสามารถเกริ่นไปก่อนได้เลยว่า อยากให้บทสนทนานี้มีความเป็นกลาง และให้ทุกคนสามารถแสดงความคิดเห็นได้อย่างเต็มที่

โดยที่ไม่มีใครตัดสิน หรืออย่างน้อยก็อยากให้ทุกคน ได้พูดในสิ่งที่ตัวเองพูดให้จบก่อน โดยที่ไม่ถูกพูดขัดภายหลังก่อนเกริ่นแบบนี้จะเป็นการดักคอไม่ให้อีกฝ่ายโต้เถียงเราได้ดี

แน่นอนว่าเราไม่ควรใช้คำว่า คุณ หรือ ชื่ออีกฝ่ายในช่วงการเกริ่นเพราะจะทำให้อีกฝ่าย รู้สึกว่าเรากำลังติหรือให้คำแนะนำอีกฝ่าย ให้ใช้คำว่า ‘ทุกคน’ แทน เช่น อยากให้ทุกคนสามารถรับฟังคำพูดให้จบก่อน

12. ให้มองว่าจริงๆ แล้วเขาเป็นคนที่น่าสงสารมาก

คนประเภทนี้จริงๆ แล้ว ข้างในลึกๆ เขากำลังต้อง ความช่วยเหลืออยู่ อยากเป็นที่ยอมรับ อยากมีปฏิสัมพันธ์กับคนอื่นๆ แต่พวกเขาแค่แสดงออกไม่เป็น ใจจริงแล้วอาจจะอยากทำตัวให้ดีกว่านี้ แต่ลองพยายามแล้ว ก็ไม่สามารถทำได้จริงๆ

เพราะเกิดมาเขาไม่เคยทำนั่นเองซึ่งมีคนแบบนี้อยู่ในสังคมอยู่ไม่น้อย อาจจะเป็นเพราะเติบโตมาในท่ามกลางครอบครัว หรือสภาวะแวดล้อมที่ไม่ดีได้รับการสอนแบบผิดๆ ส่งผลทำให้กลายเป็นนิสัยติดตัวที่แก้ได้ยาก เมื่อไม่รู้วิธีการแสดงออกที่เหมาะสม

จึงทำให้พวกเขาเลือกที่จะแสดงออกในรูปแบบที่ตัวเองเคยประสบพบเจอมา และเข้าใจผิดว่ามันเป็นสิ่งที่สามารถทำได้

13. ยิ้มสู้ด้วยพ ลั ง งานด้านบวก

เมื่อกำลังถูกคนประเภทนี้ เปรียบเทียบ หรือดูถูกทั้งคำพูด ความคิด หรือการกระทำก็แล้วแต่ การที่เราตอบโต้กลับไปด้วยวิธีที่รุ น แ ร งแบบเดียวกัน ก็เหมือนกับสาดน้ำมันลงบนกองไฟ ทำให้ปัญหายิ่งบานปลายไปกันใหญ่ และทำให้เกิดพ ลั ง งานด้านลบ เพิ่มมากขึ้นอีกด้วย

กลับกันถ้าหากเรามีสติไม่ไปตอบโต้ด้วยวิธีรุ น แ ร ง แบบนั้น ไม่ไปใส่ใจให้ค่ากับมัน แล้วยิ้มสู้ด้วยพ ลั งงานด้านบวก เมื่อเขารู้ตัวว่าต่อให้พยายามควบคุม เราหรือเอาชนะเราไป ก็ไม่ทำให้เรารู้สึกแพ้ หรือด้อยกว่า แถมยังยิ้มได้อีก เขาก็อาจจะเลิกทำไปเองในที่สุด และก็อาจจะได้รับพ ลั งงานด้านบวกจากเราไปด้วยก็ได้

14. แพ้อย่างฉลาด

เป็นวิธีที่แสดงให้คนที่ชอบเอาชนะ เห็นเลยว่า การแพ้ มันสำคัญแค่ไหน ถ้าการแพ้ของเรามันทำให้คนอื่นๆ หรือส่วนรวมสามารถชนะได้บ้าง นั่นก็เป็นเรื่องที่ดีในบางครั้งเราก็ต้องยอมแพ้เพื่อรั ก ษ ามิตรภาพ รั ก ษ าความสำพันธ์ไว้ การที่ยึดมั่นในสิ่งที่ตัวเองคิดว่าดีอยู่คนเดียว

สุดท้ายคนๆ นั้นก็จะได้อยู่คนเดียวจะดีตรงไหนถ้าชนะแล้วต้องเสียเพื่อน เสียคนรักหรือเสียงานไป การยอมแพ้บ้างก็ไม่ได้เสียหายอะไรขนาดนั้น แถมยังช่วยให้เรามีภูมิคุ้มกันกับ ความผิดหวังในระดับหนึ่งด้วย เพราะถ้าไม่เคยแพ้เลย และวันหนึ่งต้องแพ้ขึ้นมาจริงๆ ก็อาจจะยากที่จะรับไหว

15. ต้องรู้จักพูดให้เป็น

เมื่อคนประเภทนี้เขาพยายามที่จะให้คำแนะนำ หรือบอกกับเราว่า ให้ทำแบบนั้นแบบนี้ดีกว่า เราก็แค่ตอบเขากลับไปอย่างให้เกียรติว่าขอบคุณสำหรับคำแนะนำ หรือขอบคุณที่ช่วยเหลือ ซึ่งเกิดว่าเป็นสิ่งที่ดีจริงๆ เราก็จะอยากทำตามคำแนะนำเองอยู่แล้ว

แต่ถ้ามันขัดกับความรู้สึกของเรา ก็แค่ลืมๆ มันไป และเลือกทำในสิ่งที่ตัวเองคิดว่าดีก็แค่นั้นสำคัญคือเราต้องรู้จัก การพูดกับคนประเภทนี้ให้เป็น และต้องอย่าลืมที่จะให้เกียรติเขาด้วยทั้งนี้คนที่มีนิสัยชอบเอาชนะก็จะมักชอบเอาตัวเองเป็นใหญ่

และมีความหลงตัวเองอยู่พอสมควรซึ่งเขาจะไม่ยอมให้ตัวเองเสียหน้าอย่างเด็ดขาด หากใครที่ต้องเผชิญหน้า กับคนประเภทนี้อยู่บ่อยครั้งแล้วไม่รู้วิธีจัดการ หรือรับมือกับสถานการณ์ที่เกิดขึ้น

ให้ลองนำ 15 วิธีนี้ไปปรับใช้ดูครับ รับรองว่าจะทำให้คุณสามารถที่จะรับมือกับสถานการณ์ที่เกิดขึ้นได้ ในระดับหนึ่งเลย โดยไม่จำเป็นต้องตกเป็นฝ่ายที่โดนกระทำอยู่ฝ่ายเดียวอีกต่อไป

ขอขอบคุณ f a i t h a n d b a c o n

Load More Related Articles
Load More By Songyim
Load More In ข้อคิด

Check Also

คน 8 แบบ ที่อยู่เป็นในที่ทำงาน คนแบบนี้ “ไม่เคยถูกเอาเปรียบ”

1. คนที่มองออกทุกๆ เรื่อง คนประเภทนี้ มักจะมีความรู้ทันและรู้อะไรได้ไวกว่าคนอื่นๆ จึงสามาร…