Home ข้อคิด 3 ข้อที่ต้องรู้ ก่อนจะมีธุรกิจส่วนตัว

3 ข้อที่ต้องรู้ ก่อนจะมีธุรกิจส่วนตัว

7 second read
0
0

ช่วงหลังนี้เราจะเห็นว่านักธุรกิจรุ่นใหม่ไฟแรงเกิดขึ้นมามากมาย ทั้งเปิดร้านกาแฟ ขายของออนไลน์ หลายคนประสบความสำเร็จมากจนทำให้สินค้าขายดีเทน้ำเทท่า

แต่ก็ไม่วายที่อยู่ๆ ธุรกิจที่สร้างขึ้นจะเจ๊ง ไปต่อหน้าต่อตาได้ มาดูกันเถอะว่าสิ่งที่เราต้องรู้ในการทำธุรกิจนั้นมีอะไรบ้างก่อนที่เราจะขายดีจนเจ๊ง

1. ไม่แยกเงินส่วนตัวและเงินธุรกิจ

นี่คือสิ่งที่สำคัญที่สุดที่หลายๆคนพลาด นักธุรกิจมือใหม่นั้นเมื่อตั้งบริษัทขึ้นมาอาจจะมีความเข้าใจผิดหรือแยกไม่ออกในเรื่องเงินบริษัทและเงินส่วนตัวเมื่อขายของได้ก็นำเงินไปจับจ่ายใช้สอยเพราะคิดว่าได้เงินได้กำไรมาแล้วเอาไปสร้างความสุขให้กับตัวเองได้ทั้งหมด

แต่กลายเป็นว่านำเงินบริษัทไปซื้อของเที่ยวต่างประเทศ จ่ายค่าเทอมลูกและพอถึงจุดๆ หนึ่งก็จะพบว่าเงินทุนในกิจการนั้นหายไป และ อาจจะโชค ร้ า ย กว่านั้นเมื่อถูกสรรพากรตรวจสอบรายรับรายจ่าย ที่เกิดขึ้นของบริษัท เมื่อไม่สามารถแจ้งที่มาที่ไปของเงินบริษัทที่หายไปได้

การทำธุรกิจควรจะแยกกระเป๋าเงินของกิจการออกจากเงิน ส่วนตัวของเรา ธุรกิจมีรายรับรายจ่ายอะไรก็ควรบันทึกเอาไว้ว่าปัจจุบันมีเงินเหลือเท่าไหร่ และควรนำเงินไปทำอะไร เพื่อให้บรรลุความสำเร็จของธุรกิจในส่วนของเงินส่วนตัวนั้นเราจะได้มาในฐานะลูกจ้างของกิจการ

เช่น ค่าจ้างหรือเงิน ควรแยกทำบัญชีรายรับรายจ่ายเพื่อวางแผนสร้างความมั่งคั่งให้กับตัวเอง ให้ใช้จ่ายตามที่มี เหลือก็เก็บออมและนำไปลงทุนต่อเพื่อให้บรรลุความสำเร็จ ทางการเงินส่วนตัวได้ต่อให้ขายดีแค่ไหนถ้าแยกเงินส่วนตัวออกจากเงินของกิจการไม่ออกก็ทำให้เจ๊งได้เช่นกันครับ

เพราะฉะนั้นแล้วการสร้างระบบเพื่อตรวจสอบเงินทองทั้ง 2 กระเป๋าจึงเป็นเรื่องสำคัญที่นักธุรกิจไม่ควรพลาด

2. ขายดีแต่ไม่เคยมีกำไร

หลายคนทำธุรกิจแล้วอาจจะเกิดข้อสงสัยว่าทำไมยิ่งขายก็ยิ่งจน แม้ว่าเราจะขายสินค้าแพง กว่าราคาที่ซื้อมาแต่ไม่มีกำไรเลย เรื่องนี้นักธุรกิจมือใหม่ อาจจะพบปัญหานี้เยอะ เท่าที่สังเกตมาเป็นเพราะว่า เรามักจะคิดแค่ต้นทุนที่เกี่ยวข้องกับตัวสินค้าจนลืมต้นทุนที่เกี่ยวข้องกับการบริหารกิจการ

ตัวอย่างเช่น นักธุรกิจบางคนอาจจะคำนวณว่า หากเขาขายของที่ลูกค้าสั่งทำทั้งหมด จะได้กำไร 2,000 บาท แต่เขาอาจจะลืมไปว่า มันยังมีต้นทุนส่วนอื่นๆ อีกเช่น ค่าน้ำมันรถ ค่าทางด่วน ค่าแรงตัวเองและ ค่าใช้จ่ายระหว่างเดินทางนั้นก็เป็นต้นทุนเช่นกัน ไปๆ มาๆ ต้นทุนอื่นๆ

คำนวณออกมาที่ 3,000 ไป แบบนี้ต่อให้ขายดีแค่ไหนก็ไม่มีกำไรแน่ๆ เพราะฉะนั้นแล้วเราควรสนใจรายละเอียดของต้นทุนทุกอย่างที่เกิดขึ้นอย่างครบถ้วนและนำมาพิจารณาว่าเราควรจะขายสินค้าอย่างไรให้ได้กำไร

3. รวยดีแต่ไม่มีเงินหมุนเวียน

นักธุรกิจบางคนอาจจะขายของเก่งมาก มีลูกค้าสั่งหรือใช้บริการทุกวัน แต่พอสำรวจเงินสดในกิจการแล้วกลับไม่พบเงินในกระเป๋าอย่างที่คิด อาจจะเป็นเพราะว่ามีการทำธุรกิจ โดยให้มีเครดิตเทอมที่ยาวนานและลืมไปว่าตัวเขาเองก็มีหน้าที่จะต้องนำเงินไปชำระรายจ่ายเรื่องต่างๆ

เช่น ผู้ผลิตที่เราสั่งสินค้ามาขาย ค่าแรงคนงาน เงินเดือนลูกน้อง ค่าเช่าสถานที่ ฯลฯ หากเราขายของแล้วเก็บเงินไม่ได้ซักที แถมยังมีรายจ่ายจ่อคอหอยอยู่เรื่อยๆ นั่นก็เท่ากับว่าเราไม่สามารถหมุนเงินให้เกิดประโยชน์ได้ และเมื่อใดก็ตามเงินสดที่มีอยู่ในมือนั้นหมดไป

กลายเป็นว่าอาจต้องพึ่งพาเงินกู้จากที่ต่างๆ จนทำให้ยิ่งทำธุรกิจเรายิ่งจนลง เพราะดอกเบี้ย จากการยืมเงินมาหมุนในกิจการ แถมเป็นการสร้างผลกำไรให้กับเจ้าหนี้แทนอีกต่างหากการบริหารกระแสเงินสด

จึงเป็นเรื่องสำคัญ เงินสดควรเก็บจากลูกค้าให้ได้เร็วที่สุด เท่าที่จะทำได้และนำไปใช้ให้เกิดประโยชน์ได้สูงที่ในระหว่างการนำไปชำระเงินให้กับเจ้าหนี้และจ่ายค่าใช้จ่ายต่างๆ

ขอขอบคุณ b i t c o r e t e c h

Load More Related Articles
Load More By Songyim
Load More In ข้อคิด

Check Also

คน 8 แบบ ที่อยู่เป็นในที่ทำงาน คนแบบนี้ “ไม่เคยถูกเอาเปรียบ”

1. คนที่มองออกทุกๆ เรื่อง คนประเภทนี้ มักจะมีความรู้ทันและรู้อะไรได้ไวกว่าคนอื่นๆ จึงสามาร…