Home ข้อคิด 4 วิธีคิด แม้ชีวิตจะมีหนี้ แต่ก็มีความสุขได้

4 วิธีคิด แม้ชีวิตจะมีหนี้ แต่ก็มีความสุขได้

6 second read
0
0

ขึ้นชื่อว่า “หนี้” คงมีใครอยากจะมี ด้วยกันทั้งนั้น แต่ในยุคบริโภคนิยมเช่นปัจจุบันนี้ การไม่มีหนี้สินใด ๆ เลยอาจหมายถึงการไม่มีอะไรเป็นชิ้นเป็นอัน ด้วยเช่นกัน ก็เพราะทุกคนไม่ได้เกิดมามีความพร้อมในด้านเงินทอง ทำให้ต้องกู้หนี้ยืมสินมาเพื่อตอบสนองความต้องการ เช่น ความต้องการขั้นพื้นฐานของมนุษย์ อย่างที่อยู่อาศัย เป็นต้น

แม้ว่าการเป็นหนี้จะทำให้เรามีความทุกข์กังวลใจและไม่สบายใจ ตลอดเวลาที่เป็นหนี้ บางคนเป็นทุกข์จนไม่เป็นอันทำอะไรสุดท้ายกลายเป็นมีหนี้สินก้อนโตมากขึ้น กว่าเดิม บางคนอาจใช้เวลาไม่กี่ปีก็สามารถผ่อนหมดแล้วสำหรับของชิ้นเล็ก ๆ เช่น เครื่องใช้ไฟฟ้า โทรศัพท์มือถือ

แต่สำหรับการ ติดหนี้ ก้อนใหญ่อย่างรถยนต์ บ้าน คอนโด จำนวนเงินก็มากตามไปด้วยอาจต้องใช้เวลาห้าปี สิบปี ก็เป็นได้กว่าจะปลดหนี้สินให้หมดลง การกู้เงินและการขอสินเชื่อ เป็นหนึ่งในวิธีนำเงินในอนาคตมาหมุนเวียนใช้จ่ายซึ่งเป็นพฤติกรรมการใช้เงินที่นิยมมากขึ้นในปัจจุบัน

สำหรับผู้ที่มีเงินเดือนและต้องการแหล่งเงินทุน มาจับจ่ายใช้สอยหรือต้องการลงทุนอะไรสักอย่าง แม้ว่าจะเป็นอีกทางเลือกที่ช่วยให้คุณมีชีวิต ที่สบายขึ้นได้ แต่ก็ทำให้คุณเป็นทุกข์ได้มากเช่นกันแต่ทว่าประโยชน์ของบัตรเครดิตนั้นขึ้นอยู่กับมุมมองแต่ละบุคคล

หากคุณต้องการนำเงินจากบัตรเครดิต เพื่อทำธุรกิจ อาจจะต้องการยอมเป็นหนี้ในตอนแรกแล้วกลายเป็นนักธุรกิจใหญ่ในภายหลังก็เป็นอีกแนวคิด ที่พลิกชีวิตบางคนไปเลยก็ได้สิ่งที่สำคัญที่สุดก่อนที่เราจะตัดสินใจเป็นหนี้ จำเป็นต้องศึกษาให้ดีเสียก่อนว่ามีข้อกำหนดอย่างไร

มีการจ่ายดอกเบี้ยอย่างไรในอัตราเท่าไหร่ รวมไปถึงต้องแน่ใจแล้วว่าเราสามารถผ่อนจ่ายหนี้ ก้อนนี้ได้ ต้องรู้ถึงความรับผิดชอบของตัวเองและต้องมีความซื่อสัตย์ ที่จะจ่ายหนี้คืนให้กับเจ้าหนี้ซึ่งเป็นสิ่งที่สำคัญมาก

หากเราไม่แน่ใจว่าจะจ่ายคืนได้หรือไม่ ก็ไม่ควรเกิดความโลภใช้จ่ายเกินตัว จนก่อหนี้ก่อสินเป็นภาระให้ตัวเอง และครอบครัวในที่สุด ในที่นี้จะกล่าวถึงกรณีที่คุณเป็นหนี้ขึ้นมาแล้วจะมีวิธีการอย่างไรเพื่อให้ตัวเองเข้มแข็งและผ่านพ้น วิ ก ฤ ต การณ์ชีวิตครั้งนี้ไปได้

4 วิธีคิด สุขได้เต็มร้อยแม้ชีวิตยังติดหนี้

1. ต้องกล้าที่จะยอมรับความความจริง

เหนือสิ่งอื่นใดเมื่อชีวิตเกิดปัญหา เราต้องตั้งสติให้ได้เสียก่อนไม่คิดโทษตัวเอง จนเกินเหตุเพราะการจมอยู่กับปัญหาด้วยความคิดเดิม ๆ นอกจากเราจะมองไม่เห็นทางออกแล้วยังจะพาลทำให้จิตใจห่อเหี่ยว เ ศ ร้ า ห ม อ ง จิ ต ต ก จนไม่เป็นอันทำอะไรทั้งสิ้น

การเผชิญหน้ายอมรับความจริงที่เกิดขึ้น คือสิ่งที่ดีที่สุดที่เราจะทำได้ เพราะหากไม่ยอมรับถึงการกระทำของตัวเองให้ได้เสียก่อนก็เป็นการยาก ที่เราจะผ่านพ้นปัญหานั้นไปได้ การมีชีวิตอยู่กับปัจจุบันรู้ว่าเราทำอะไรอยู่และจะต้องทำอะไรต่อไปในอนาคตคือจุดเริ่มต้นของทางออกแห่งปัญหา

เมื่อมีสติแล้วการหาทางแก้ไข คงไม่ใช่เรื่องที่ยากจนเกินไปนัก ขอเพียงคุณมีกำลังใจที่ดี มีภูมิคุ้มกันและใช้สตินำทางอยู่เสมอ

2. ทบทวนถึงเหตุผลของการเป็นหนี้

เมื่อเรายอมรับความจริงได้แล้ว ว่ามีหนี้สินมากน้อยเพียงไร จากนั้นจึงควรทบทวนถึงต้นเหตุแห่ง การเป็นหนี้ว่าทำไมเราจึงมีหนี้ก้อนนี้ขึ้นมา อาจเป็นการกู้ซื้อบ้านหลังใหญ่เพื่อสร้างครอบครัว ซื้อรถยนต์เพื่อใช้ในครอบครัวหรือการซื้ออสังหาริมทรัพย์เพื่อการลงทุน เหล่านี้ล้วนเป็น “หนี้สิน” ที่ถือเป็นการสร้าง “ทรัพย์สิน” ให้กับชีวิต

แม้ว่าจะต้องแบกรับภาระก้อนโตและใช้เวลาหลายสิบปี กว่าจะผ่อนหมดได้ แต่ถือว่าเป็นการลงทุนที่คุ้มค่าเพราะในอนาคตสิ่งเหล่านั้นจะกลายเป็นสมบัติของเรา และสามารถเป็นมรดกตกทอดไปยังลูกหลานได้อีกด้วย หากคุณมีหนี้ในลักษณะนี้ขอให้คุณทำใจให้สบายและปรับทัศนคติเสียใหม่

จงเห็นคุณค่าในตัวเองให้มากขึ้น อย่านึกเสียใจในการตัดสินใจซื้อเพราะ มันคือหนี้สินที่คุณได้คิดไตร่ตรองมาแล้วเป็นอย่างดี

3. เรามีความสามารถที่ยังไม่ได้ใช้

ในยามที่หนี้สินท่วมหัวหันไปทางไหน ก็ไม่มีใครยื่นมือมาช่วย อาจเพราะได้ขอความช่วยเหลือจากผู้อื่น รอบตัวเสียหมดแล้ว ภาระที่มีช่างมากเหลือเกินทำงานแสนเหน็ดเหนื่อย เงินที่ได้มาในแต่ละเดือน ลำพังจะใช้สอยกับเรื่องจำเป็นแทบไม่พอแล้วยังต้องเจียดบางส่วนมาใช้หนี้อีก

ทุกอย่างดูมืดแปดด้านไปเสียหมด อยากให้คุณทบทวนถึงความสามารถของตัวเอง ว่าทำอะไรได้บ้าง อาจเป็นความชอบส่วนตัวหรืองานอดิเรก เช่น ยามว่างคุณชอบปลูกต้นบอนไซ ไว้ที่บ้าน

อาจลองเพาะพันธุ์ต้นบอนไซเพิ่มให้มีจำนวนมากขึ้นและนำไปขายในอินเตอร์เน็ทหรือขายตลาดนัดวันหยุด วิธีนี้อาจทำให้คุณมีรายได้เพิ่มขึ้น จากเดิมจนพัฒนาเป็นอีกชีพหลักได้ในที่สุด

4. ปล่อยวางแล้วมุ่งมั่นกับเป้าหมาย

เมื่อคุณคิดทบทวนจนสามารถ ยอมรับกับปัญหาได้แล้วคงจะผ่อนคลายความทุกข์ลงได้บ้างไม่มากก็น้อย หลังจากนั้น ขอให้คุณปล่อยวางปัญหาลง เราไม่จำเป็นต้องแบกภาระทุกอย่างไว้บนบ่าตลอดเวลา ไม่เช่นนั้นจะเอากำลังเรี่ยวแรงที่ไหนก้าวเดินต่อไปข้างหน้าได้

จากนี้ขอเพียงมุ่งมั่นที่จะปลดหนี้สิน แล้วใช้ชีวิตอย่างเข้มแข็ง จงมอบความเชื่อมั่นให้แก่ตัวเองอย่างเต็ม ที่ให้กำลังใจตัวเองว่าตัวเรายังทำอะไรได้อีกมากมาย ขอเพียงไม่เกียจคร้านและมีวินัยในการใช้เงินก็จะทำให้เราสามารถบริหารรายรับ-รายจ่ายได้อย่างสมดุล

และเหลือเงินไปผ่อนชำระหนี้ หากคุณยึดเอาสติปัญญาเป็นที่ตั้งแล้ว เชื่อว่าต้องเอาตัวรอดให้ผ่านพ้น วิ ก ฤ ต ชีวิตครั้งนี้ได้อย่างแน่นอน

ขอขอบคุณ m o n e y h u b

Load More Related Articles
Load More By Songyim
Load More In ข้อคิด

Check Also

คน 8 แบบ ที่อยู่เป็นในที่ทำงาน คนแบบนี้ “ไม่เคยถูกเอาเปรียบ”

1. คนที่มองออกทุกๆ เรื่อง คนประเภทนี้ มักจะมีความรู้ทันและรู้อะไรได้ไวกว่าคนอื่นๆ จึงสามาร…