Home ข้อคิด 5 ข้อคิด ทำไมบางคน..เขาถึงรวยได้ เขาต่างจากเราอย่างไร?

5 ข้อคิด ทำไมบางคน..เขาถึงรวยได้ เขาต่างจากเราอย่างไร?

8 second read
0
0

1. เขารู้ว่าตัวเองถนัดอะไร

เพราะคนส่วนใหญ่ ตามหาไปเท่าไหร่ ก็หาไม่เจอว่าชีวิตตัวเองต้องการอะไร ทำให้ไม่สามารถเลือกทางเดินชีวิตได้เอง ต่างจากนักลงทุน ที่ผมดูแลเงินของเขา ซึ่งพบจุดร่วมที่สำคัญคือ เขาเอาเงินมาให้เราดูแล ก็เพราะเขารู้ว่าเขาถนัดอะไร และเราถนัดอะไร เขาจะใช้เวลาให้มากกับสิ่งที่เขารักและถนัด

ในขณะที่สิ่งที่เขาไม่ถนัด แต่คิดว่าจำเป็น เขาก็ให้คนที่ไว้ใจ เชื่อในความสามารถเป็นคนดูให้แทนปัญหาคือ กระบวนการค้นหาสิ่งที่ตัวเองถนัด ของคนรวยแต่ละคนนั้น ค่อนข้างแตกต่างกันครับ ไม่มีกฎ ต า ย ตัว บางก็ก็จับพลัดจับพลูได้ทำธุรกิจที่ไม่เคยทำ แล้วกลับหลงรักมันขึ้นมา

ในขณะที่บางคน รักที่จะค้นหาสิ่งใหม่ๆ ทำไปเรื่อยๆ ถึงผิดบ้าง ขาดทุนบ้าง ก็ไม่ท้อแท้อะไร โดยคิดว่าประสบการณ์ที่ได้ไป ยังไงก็ไม่สูญเปล่า ซึ่งมันก็จริง ย้อนกลับมาดูตัวเราครับ ถ้าวันนี้เรายังไม่เจอสิ่งที่ตัวเองถนัด เราทำให้ตัวเองเข้าใกล้คำๆนี้มากขึ้นด้วยวิธีไหน? น่าคิดนะ

2. เขาอ่านเยอะมากกกกก

มนุษย์เงินเดือน อาจจะวัดความสำเร็จของตัวเองด้วย ขนาดของทีวีที่บ้าน แต่สำหรับคนรวย ผมเห็นบ้านเขามีห้องหนังสือใหญ่ๆหนึ่งห้องเลย บางคนอาจบอกว่า จะมีเวลาอ่านได้ยังไง เวลาส่วนใหญ่ก็น่าจะยุ่งมากอยู่แล้ว แต่จากที่ได้พูดคุยได้สนทนากันทั้งในเรื่องภาพรวมเศรษฐกิจ

และการลงทุนต่างๆ รวมถึงความเป็นไปรอบตัวผมกลับพบว่า มันไม่ใช่การไปอัพเดทข่าวสาร แต่เป็นการแลกเปลี่ยนมุมมองระหว่างกันมากกว่า เลยทำให้ผมมั่นใจว่า เขาต้องอ่าน และหาทาง เ ส พ ข่าว

รวมถึงเติมความรู้ให้กับตัวเองอยู่ตลอดเวลาแน่นอน แล้วเราละ นอกจากเปิดอ่านชีวิตและความเป็นไปของเพื่อนๆใน Facebook ติดตามข่าวดราม่าดาราแบบวินาทีต่อวินาที เราเพิ่มเติมความรู้ยังไงครับ?

3. เขาฟังเยอะ พูดน้อย

นอกจากเรื่องอ่านเยอะแล้ว สิ่งที่ผมได้ จากคนรวยอีกเรื่องก็คือ เกือบทุกคนเลือกที่จะฟังก่อนที่จะพูด สิ่งนี้เป็นเหตุเป็นผลนะครับ เมื่อฟังก่อนก็จะได้ข้อมูลใหม่ๆ ได้ใช้ความคิดให้รอบคอบก่อนจะตัดสินใจอะไรไป มันอาจจะขัดกับสิ่งที่เด็กสมัยนี้คิด

นั้นก็คือ ต้องกล้าแสดงออก ต้องกล้าแสดงความคิดเห็นแต่กลายเป็นว่า คนรวยส่วนใหญ่กลับเลือกที่จะไม่แสดงความคิดเห็นบ่อยนัก จริงๆ มันไม่ขัดกันนะครับ เพราะเขาอยู่ในระดับที่ต้องเก็บข้อมูลและตัดสินใจในสิ่งสำคัญๆ แต่สำหรับเหล่าพนักงานนั้น การโยนความคิดเห็นเข้าไปกลางวงประชุม

คือการแสดงความเห็นให้คนอื่นๆทราบ ทำให้เรามีตัวตนในองค์กร อย่าลืมนะครับ สมัยนี้ เก่งแล้วต้องให้คนอื่นรู้ เก่งเงียบๆ นายเค้าไม่เห็นหรอก

4. เขาลำบากมากกว่าที่เราเห็น และล้มเหลวมาเยอะกว่าที่เราคิด

ฉากหน้าของความสำเร็จ มักจะดูดีเสมอ สิ่งที่ผมเห็นคือ บ้านหลังใหญ่ๆ รถสปอร์ต 5-6 คัน ไปเที่ยวต่างประเทศปีละ 3-4 ครั้ง สิ่งเหล่านั้นคือผลลัพธ์ จากการทำงานอย่างหนัก ผมไม่เคยเจอคนรวยที่ไม่ลำบาก และทุกๆคนล้วนเคยประหยัด ขยันขันแข็ง เก็บหอมรอมริบมาเรื่อยจนมีวันนี้

บางคนอดทนเป็นลูกจ้างไม่ต่ำกว่า 20-30 ปี กว่าจะมีเงินเก็บออกมาตั้งกิจการของตัวเอง คนเหล่านี้ ถึงเริ่มช้า แต่ทว่า ก็ด้วยความมั่นคง เพราะรู้ลึกรู้จริงในธุรกิจซึ่งตัวเองเคยเจอมาก่อนหน้านี้อยู่แล้วในขณะที่บางคน ล้มเหลวมาแล้ว 3-4 ครั้ง ทั้งที่เพื่อนโกง โดน ชั ก ด า บ ขายของไม่ได้เพราะเศรษฐกิจพัง

แต่เขาก็ยังลุกขึ้นมาหาอะไรทำ เพราะจำเป็นต้องเลี้ยงครอบครัว เรียกได้ว่า เพราะหลังชนฝานั้นเองและที่เขาใช้เงินได้เยอะในวันนี้มันก็เป็นเหตุผลครับ สมมติว่า เขามีเงินในกองทุนรวมตราสารหนี้ซัก 200 ล้านบาท ผลตอบแทนปีละ 3% ก็เท่ากับได้มาใช้ 6 ล้านบาท

หรือใช้ได้เดือนละ 5 แสน เงิน 5 แสนอาจจะดูมากสำหรับเรา แต่มันคือเงินน้อยสำหรับเขา เพราะใช้ไปยังไงเงินต้นเขาก็ยังไม่ได้ลดลง และยังคงทำงานอยู่ตลอดเวลา มีรายได้เข้ามาต่อเนื่อง (แต่กว่าจะได้ 200 ล้านเนี่ย ลาก เ ลื อ ด ครับ)

5. เขามีวิธีคิดที่เหมือนกันในการต่อต้านความจน ก็คือ การสร้างสินทรัพย์

เราถูกสอนว่าควรประหยัด เพราะเงิน 1 บาที่เราไม่ใช่ มันเท่ากับรายได้ 1 บาท ที่เราหาได้ แต่การประหยัดนั้น มันไม่ทำให้เราใช้ประโยชน์จาก อ า วุ ธ ที่มีอนุภาพมากที่สุด ในโลก นั้นก็คือ “ดอกเบี้ยทบต้น” เขาเหล่านี้รู้สูตรลับความสำเร็จจะด้วยความบังเอิญ หรือรุ้จริงๆตั้งแต่วันที่ตั้งใจก็ตาม

แต่เขาจะพยายามอดออม และแบ่งเงินเหล่านั้นออกมาลงทุน ไม่ว่าจะเป็นการลงทุนในกิจการที่ตนเชื่อว่าจะไปได้ดี หรือไปลงทุนในที่ๆ คิดว่าให้ผลตอบแทนสูง (เลยเป็นที่มาที่เขาเดินเข้ามาหาที่ปรึกษาการลงทุน)เหตุผลนี้ มันเลยชัดเจนครับว่า เศรษฐกิจไทยอาจจะชะลอตัวใน 1-2 ปีข้างหน้า

เพราะเศรษฐีทั้งหลายมองไม่เห็นช่องทางการลงทุนในธุรกิจและหันเอาเงินมาให้เหล่านักการเงินทั้งหลายบริหาร จัดพอร์ตไปลงทุนในที่ต่างๆในระยะหลัง

แต่ไม่ว่าเขาจะเลือกทางไหน หรือในอนาคต เขาจะเอาเงินกลับไปลงทุน วัตถุประสงค์ของเขาก็คือ การสร้างสินทรัพย์เพื่อต่อยอดเงินให้กับลูกหลานต่อไป ในอนาคตคนเรามีทั้งด้านดีและไม่ดี ด้านที่ดีของเขา เราก็ปรับเอามาใช้กับตัวเองนะครับ ความสำเร็จมันไม่มีรูปแบบ ต า ย ตัว ลอกเลียนแบบกันไม่ได้

แต่อย่างน้อยมันก็พอมี ล า ย แ ท ง ให้เดินตาม ผมเชื่อว่า เมื่อเราพยายามสู้กับทุกปัญหา มองโลกในแง่ดี และหาโอกาสในรอบๆตัวให้เจอ ไม่ต้องรวยมากหรอกครับ ความสุขมันก็โชยขึ้นมาเบาๆแล้ว

ขอขอบคุณ s a n o o k

Load More Related Articles
Load More By Songyim
Load More In ข้อคิด

Check Also

เขียนไว้ดีมาก สิ่งที่พ่อกับแม่ อยากบอกให้ลูกรู้..อยากให้ลูกเข้าใจ

1.ไม่มีเงินใด สุขใจใช้จ่าย เท่ากับเงินของเราเอง 2.ไม่มีความรักจากชายใด จะเติมเต็มชีวิตของห…