Home ข้อคิด 5 สิ่งที่ควรทำตอน “ลาออก” จากงาน

5 สิ่งที่ควรทำตอน “ลาออก” จากงาน

6 second read
0
0

“ลาออก” เมื่อพูดถึงคำนี้ ในชีวิตมนุษย์ทำงาน จะว่าเป็นเรื่องยุ่งย ากลำบากใจก็อาจใช่ แต่เมื่อตัดสินใจเป็นมั่นเหมาะแล้ว จะเอาอะไรมาฉุดรั้งยั้งไว้ก็คงไม่อยู่ และเมื่อนั้นการลาออกก็ดูเป็นเรื่องง่ายแสนง่าย

แค่เดินไปบอกเจ้านายว่า “พี่ครับ ผมขอลาออก” ก็ดูเหมือนทุกอย่างจะจบสิ้น ใช่ การลาออกไม่ย ากเกินไป แต่การลาออกอย่างมืออาชีพ เพื่อให้จากกันด้วยดีและแสดงถึงวุฒิภาวะของเรานั้นมีความหมายต่องานต่อไป

หรือแม้แต่คอนเนคชัน ในอนาคตอย่างมาก ดังนั้นไม่ใช่แค่อย ากลาออก แล้วก็ออก จบๆ ไป แต่จะลาออกทั้งที จงลาออกอย่างสง่างามและมืออาชีพ

ลาออกเมื่อสถานการณ์ปกติ

เมื่อเราถูกวิจ ารณ์ งานเละเทะ แล้วขอลาออก เมื่อเราล้มเหลวกับโป ร เจกต์ ล่าสุดไม่เป็นท่า แล้วขอลาออก เมื่อเราเหม็นขี้หน้าเพื่อนร่วมงาน แล้วขอลาออก สถานการณ์เหล่านี้ เรียกว่าสถานการณ์ไม่ปกติการลาออกอย่างมืออาชีพ เราเองควรรอให้ตัวเองเผชิญหน้าหรือแก้ไขกับปัญหาที่เกิดขึ้นเสียก่อน

หรืออย่างน้อยที่สุดก็ควรพย าย ามแก้ไข หรืออยู่กับปัญหานั้นมาสักระยะ เพื่อบอกตัวเองว่าเราทำดีที่สุดแล้ว และดูด้วยว่าเมื่อปราศจากอารมณ์ ณ ขณะนั้น เรายังอย ากลาออกอยู่ไหม อีกทั้งเพื่อให้ตัวเอง รวมถึงองค์กรเห็นว่าเราไม่ได้ลาออกเพื่อหนีปัญหาแต่อย่างใด

ลาออก ต้องบอกล่วงหน้า

แต่ละองค์กร มีระยะเวลาขั้นต่ำที่กำหนดให้เราบอกว่า จะลาออกล่วงหน้าอยู่ หากแน่ใจแล้ว เราไม่จำเป็นต้องรอให้ถึงเวลาขั้นต่ำแต่อย่างใด เมื่อเรามั่นใจเมื่อใด

ควรบอกให้องค์กรสามารถเตรียมตัว หาคนมาแทน หรือแม้แต่ให้เราสามารถสอนงานคนที่มาแทนเราได้อย่างราบรื่น รับรองว่ายิ่งบอกล่วงหน้าให้องค์กรได้เตรียมคน เตรียมตัว เตรียมใจ มากเท่าไหร่ ก็ยิ่งเป็นมืออาชีพมากเท่านั้น

ลาออก อย่าบอกเรื่องเท็จ

เมื่อต้องการลาออก อาจไม่ต้องถึงขั้นบอกละเอียดยิบ ว่าเราได้ทำงานที่ใหม่ในตำแหน่งไหน เงินเดือนพุ่งกระฉูดลิบขึ้นเท่าใด แต่การลาออกแบบมืออาชีพ ไม่ควรเป็นการโก ห ก โดยเฉพาะการโก ห ก ด้วยเรื่องละเอียดอ่อนที่ไม่มีมูลความจริงแต่อย่างใด

เช่น พ่อแม่ ป่ วย เราต้องรีบไปดูแล เราต้องไปเรียนต่อ ฯลฯ ทั้ง ๆ ที่ความจริง เราแค่ได้งานที่ใหม่ แต่กลัวเกินกว่าจะบอกความจริง

ลองจินตนาการดูว่าหากเราเริ่มงานที่ใหม่แล้ว อดีตเจ้านายหรืออดีตเพื่อนร่วมงาน ที่เราโก ห ก ไว้ว่าต้องลาออกไปดูแลพ่อที่ป่ วย มาเห็นว่าเราเริ่มงานใหม่แบบหน้าชื่นตาบาน จะมองหน้ากันติดได้อย่างไร? หรืออย่างร้ าย ที่สุดหากต้องร่วมงานกันในอนาคต สิ่งนี้ไม่มืออาชีพเอามาก ๆ

ทำดีจนวินาทีสุดท้าย

เราเข้าใจว่าช่วงเวลา 30 วันสุดท้าย ก่อนจะโบกมืออำลาองค์กรที่เราเองอย ากจากไปเสียเต็มแก่ เป็นช่วงเวลาที่มนุษย์ลาออกรู้สึกรื่นรมย์ที่สุด แต่ไม่ว่าจะรู้สึกหัวใจพอโตเพียงใด ก็เป็นคนละเรื่อง กับการรับผิดชอบหน้าที่การงานของตัวเอง

อย่าให้ช่วงทิ้งท้าย กลายเป็นความทรงจำแ ย่ ๆ แม้เรากำลังจะสิ้นสุดการเป็นพนักงานที่นี่แล้ว แต่หน้าที่รับผิดชอบก็ต้องทำให้ดีที่สุด ไม่เข้างานสาย จะลาก็ลาให้ถูกต้อง ไม่ใช่คิดว่าจะลาออกแล้วจะทำอะไรก็ได้

โลกการทำงานไม่ได้กว้างอย่างที่คิด สักวันหนึ่งคุณอาจต้องวนมาร่วมงานกับใครสักคนในองค์กรนี้ ก็เป็นได้ ดังนั้น จงทำงานอย่างมืออาชีพจนกระทั่งวินาที่สุดท้าย

บอกลาสักนิด เพื่อชีวิตในอนาคต

ไม่ว่าจะเหม็ น ขี้ หน้าเพื่อนร่วมงานแค่ไหน หรือไม่ถูกชะตากับหัวหน้ามากเท่าใด เราก็ควรบอกลาเพื่อนร่วมงานอย่างมืออาชีพ เพราะเราไม่มีทางรู้เลยว่าในอนาคต ใครในที่นี้จะกลายมาเป็นเพื่อนร่วมงาน เราอีกหน หรือบางคนอาจกลายมาเป็นหัวหน้าเราในที่ใหม่

หรือแม้แต่เป็นคู่ค้าทางธุรกิจ ก็เป็นได้ อย่าทำล าย โอกาสตัวเองด้วยอารมณ์ความรู้สึกชั่ ววู บ ในตอนนี้

เมื่อถึงคราวบอกลา ก็พูดเรื่องดี ๆ ที่มีต่อกัน ขอบคุณทุกคนที่ทำให้เราทำงานได้ อย่างราบรื่น เพื่อให้การจากลาเป็นเรื่องน่าจดจำและดูเป็นมืออาชีพมากที่สุด

ไม่ได้สนับสนุน ให้ใครลาออกแต่อย่างใด แต่หากตัดสินใจแน่นหนักกับทางเดินชีวิตของตัวเองแล้ว เราสามารถเลือกลาออกอย่างมืออาชีพที่สุดได้ ตลอดระยะเวลาการทำงานนั้นบ่งบอกอะไรได้หลายอย่าง การลาออกก็เช่นกัน

อย่าให้สิ่งที่เราตั้งใจ ทำมาตลอด ต้องมาพังลง แค่เพราะเราจากกันอย่างไม่น่าจดจำเลย

ขอขอบคุณ u n l o c k m e n

Load More Related Articles
Load More By Songyim
Load More In ข้อคิด

Check Also

11 นิสัยทำให้ชีวิตลำบาก คนแบบนี้อนาคต “จะลำบาก”

นิสัยคือความเคยชิน คือพฤติกรรมที่ทำด้วยกาย วาจาหรือใจบ่อย ๆ จนกลายเป็นสิ่งที่ติดตัว ถ้านิส…