Home ข้อคิด 5 เทคนิคทวงเงินเพื่อน ให้ได้คืน และไม่เสียเพื่อน

5 เทคนิคทวงเงินเพื่อน ให้ได้คืน และไม่เสียเพื่อน

5 second read
0
0

การยืมเงินกันระหว่างเพื่อน ดูเหมือนจะเป็นเรื่องปกติ เพราะหลาย ๆ ครั้งไปกินข้าวด้วยกันก็ไม่ได้จำเป็น ต้องหารเท่ากันเป๊ะเสมอ เราออกมากกว่าบ้าง เพื่อนออกมากกว่าบ้างผลัด ๆ กันไป ดูเหมือนจะไม่ได้มีปัญหาอะไร ดังนั้นเวลาที่มีเพื่อนมายืมเงินก็ไม่ได้คิดมากว่าจะให้หรือเปล่า

แล้วก็ไม่คิดมากว่าเพื่อน จะไม่มาคืน เพราะการยืมระหว่างเพื่อนส่วนใหญ่ก็ไม่ได้คิดดอกเบี้ยอะไรอยู่แล้ว เมื่อเวลาผ่านไป พอถึงกำหนดคืนเราก็ไปทวงตามปกติ แต่เพื่อนก็ปฏิเสธมาว่าอาทิตย์หน้านะ เดือนหน้านะเสมอ เราก็ไม่ติดใจอะไรเท่าไร ก็คงคิดว่าเพื่อนเดือดร้อนจริง ๆ ไม่เป็นไร…

แต่หลาย ๆ ครั้งเราอาจจะเห็นเพื่อน โพสต์รูปภาพไปกิน ไปเที่ยวอย่างนู้นอย่างนี้ แต่ไม่นำเงินมาคืนเรา เราก็อย ากจะเข้าไปทวงอยู่เหมือนกัน แต่ก็กลัวจะเสียเพื่อนไม่รู้ว่าจะทำอย่างไรดี วันนี้เราเลยมีคำแนะนำดี ๆ สำหรับคนที่ต้องการทวงหนี้เพื่อนแต่ไม่อย ากจะเสียเพื่อนมาฝากกัน

1. อย่าทวงต่อหน้าคนอื่น

กฎเหล็กการทวงหนี้ก็คือ หน้ามีไว้รักษ าอย่าทวงหนี้ต่อหน้าเพื่อน ๆ หรือคนอื่น ถ้าเขารู้สึกอายเมื่อไร นอกจากจะไม่ได้เงินคืนเราก็จะเสียเพื่อนแน่ ๆ เพราะเพื่อนจะรู้สึกว่าเราไม่ไว้หน้าเขาบ้างเลย

บางทีเขาอาจจะแค่ลืมก็เป็นไปได้ แล้วข้อควรระวังในยุคที่ใคร ๆ ก็เล่นโซเซียลก็คือ การทวงหนี้ในโลกโซเซียล

เป็นสิ่งที่ผิด ก ฎ หม าย อย่าลืมว่า ก ฎหม ายไทยจะคุ้มครองลูกหนี้ มากกว่าเจ้าหนี้ นอกจากเราจะไม่ได้เงินคืนอาจจะต้องเสียค่าปรับกันอีก ดังนั้นการทวงเงินต่อหน้า โลกโซเซียลโอกาสได้คืนน้อยและเสียเพื่อนแน่ ๆ เป็นสิ่งที่ไม่ควรทำอย่างยิ่ง

2. ให้เวลาเพื่อนในการหาเงินมาคืน

เวลาที่เราทวงเงินแน่นอน ว่าเราก็ร้อนใจอย ากได้เงินคืนอยู่แล้ว ส่วนตัวก็เชื่อว่าไม่มีใครอย ากจะชิ่งหนี้เราจริง ๆ แต่บางทีเพื่อนเราอาจจะเดือนร้อนอยู่ก็เป็นไปได้ เหมือนกัน การที่เร่งมากเกินไปจนเพื่อนรู้สึกเครี ย ด ไม่น่าจะเป็นผลดีใด ๆ สักเท่าไร

เพราะถ้าไม่ถึงที่สุดลูกหนี้ส่วนใหญ่ ก็ไม่ได้อย ากจะเบี้ยวหรือตัดความสัมพันธ์ กับเพื่อนดังนั้นการให้เวลาเพื่อนหาเงินมาคืนก็เป็นอีกวิธีที่ดีเหมือนกัน อาจจะให้ผ่อนคืน 3 เดือนตามที่สะดวกก็ได้ หรือลองหาวิธีการคืนเงินที่ตกลงกันอย่างชัดเจน

ได้เงินคืนช้าหน่อย แต่ได้เงินคืนก็ยังดีกว่าไปกดดันเพื่อนจนเพื่อนหนีหายไป การประนีประนอมซึ่งกันและกันก็เป็นสิ่งที่ควรทำ

3. ดราม่านิด ๆ เราก็เดือดร้อนเหมือนกัน

ลองนึกถึงเวลาที่เพื่อนเดือดร้อน มาขอยืมเงินเรา แน่นอนว่าเพื่อนคงไม่มาถึงแล้วบอกว่ายืมเงิน 5,000 บาท แล้วเราก็ยื่นให้ง่าย ๆ แต่เพื่อนก็คงมาพร้อมเรื่องเล่าที่น่าเห็นใจเสมอ

ถ้าคนที่ยืมเงิน ไปเป็นเพื่อนเรา แน่นอนความรู้สึกเห็นใจก็จะเข้าใจได้ไม่ย ากเช่นกัน

4. แบ่งจ่ายก็ได้นะ

นอกจากจะทวงถามหรือ สร้างความดราม่าว่าเราก็มีเรื่องต้องใช้เงินเหมือนกันแล้ว ถ้าเพื่อนมีท่าทีเกรงใจและรู้สึกผิดจริง ๆ ก็ลองโยนหินถามทางว่า จะลองแบ่งจ่ายดูไหมล่ะ ?

จะได้ทยอยปิดหนี้ และประณีประนอมกันได้ เพราะถ้าหากหนี้นั้นก้อนใหญ่มาก การจะหามาคืนทีเดียว เพื่อนเราอาจจะต้องไปกู้ยืมหรือรู้สึกไม่สะดวกใจ ก็ลองให้แบ่งจ่ายเป็นงวด ๆ เหมือนผ่ อน 0% 6 เดือนก็ได้

5. รับคืนหนี้ในรูปแบบอื่นได้หรือไม่ ?

ถ้าคาดว่า เพื่อนดูมีท่าทีไม่อย ากคืนเงิน เป็นก้อนใหญ่ หรือไม่มีวี่แววแคะเงินออกจากกระเป๋ามาได้ ก็ลองพิจารณาดูว่า คุณสามารถรับการใช้หนี้คืนด้วยรูปแบบอื่นได้หรือเปล่า เช่น การคืนด้วยสิ่งของ หรือทรัพย์สินอื่น ๆ ที่มีมูลค่าเทียบเท่าเงินที่ยืมเราไป

ซึ่งก็ต้องถามเพื่อนด้วยว่า พร้อมที่จะใช้หนี้ด้วยรูปแบบนี้หรือเปล่า ถ้าตกลงกันได้ก็อย่าลืมที่จะตกลงกันให้เป็นทางการ หรือจะทำเอกส ารเป็นลายลักษณ์อักษร ก็ได้การทวงเงินเพื่อนควรจะหนักแน่นในการทวงเสมอ เพราะอย่าลืมว่าเราไม่ได้ทำอะไรผิด

คนที่ควรเกรงใจจริง ๆ แล้วควรเป็นเพื่อนเรามากกว่า ถ้าเราไม่กล้าทวงและ ไม่หนักแน่น เพื่อนก็จะคิดว่าเราไม่ซีเรียสก็จะผ่อนผันไปก่อนเรื่อย ๆ อีก

ที่สำคัญหลังจากได้เงินคืนมาแล้ว ก็ไม่ควรให้เพื่อนยืมเงินอีก เพราะเรื่องเงินถือว่าเป็นเรื่องที่ไม่เข้าใครออกใคร อย่าให้มิตรภาพดี ๆ ต้องเสียไปเพราะคำว่าเงินเลยเวลาเพื่อนมายืมก็ปฏิเสธไปง่าย ๆ ว่าช่วงนี้เราก็ไม่มีเหมือนกัน

มีคำกล่าวไว้ว่า “การให้เพื่อนยืมเงินก็เหมือนกับเราเสียเพื่อนไปแล้ว” นั่นเอง แต่ถ้าไม่อย ากบอก “ไม่” ตรง ๆ ลองฝึกศิลปะการตอบปฏิเสธ อย่างมีชั้นเชิง ติดตัวไว้บ้างจะเป็นประโยชน์มากเลยทีเดียว

ขอขอบคุณ k r u n g s r i

Load More Related Articles
Load More By Songyim
Load More In ข้อคิด

Check Also

ทำไมบางคนยอมลาออก เพื่อหนีคนแย่ๆ ในที่ทำงานดีๆ

หากมองถึงตำแหน่งที่สูงขึ้น ก้าวไกลกว่าเดิม อยากลองเปลี่ยนงาน เป็นสายใหม่ อยากได้งานที่สบาย…