Home ข้อคิด 9 ข้อคิด ที่ผมได้จาก “การทำงานอย่างหนัก”

9 ข้อคิด ที่ผมได้จาก “การทำงานอย่างหนัก”

10 second read
0
0

1. หยุดคาดหวัง “ความยุติธรรม” จากการทำงานหนัก

ก่อนอื่นผมขอบอกเลยว่า ในการทำงานทุกประเภท จงเลิกคาดหวังที่จะพบคำว่า “ความยุติธรรม” จากสังคมการทำงานเป็นลำดับแรก

และถ้าหากคุณมองว่าตัวเองเป็น “คนทำงานหนัก” คุณจงถามตัวเองต่อไปว่า “แล้วผลของงานที่ได้รับจากการทำงาน” นั้นเกิดจากการทุ่มเทแรงใจแรงกายอย่างเต็มที่

หรือ เป็นแค่ข้ออ้างของการขาดประสิทธิภาพในการทำงาน

เมื่อเกิด “ความผิดพลาด” อย่ามัวเสียเวลาหาคำตอบที่เข้าข้างตัวเอง เพราะยิ่งคุณหาคำตอบเพื่อให้ตัวเอง “สบายใจ” มากขึ้นเท่าไร

ความห่างไกลที่เกิดขึ้นระหว่างคุณกับความสำเร็จมันจะยิ่งไกลออกไปทุกทีๆ

เพราะชีวิตจริงไม่มีคำว่า “ยุติธรรม” มีแต่คุณต้องรีบ “ทำ” เพื่อให้ปัญหามัน “ยุติ”

แต่ถ้าหากคุณเป็นคนทำงานหนักที่เปี่ยมไปด้วยประสิทธิภาพ แต่กลับโดนมองข้ามอย่างไม่เหลียวแล

จงอย่าหวังให้หัวหน้ามองเห็นความดีหรือประสิทธิภาพ อย่าฝันให้หัวหน้าเปลี่ยนใจจากการมองคนที่ “ปาก” มาเป็นการมองที่ “หัวใจ” เพราะมันไม่มีประโยชน์อะไร

แถมคุณจะหมดกำลังในสิ่งที่คุณทำ ถ้าคุณมีความสามารถขนาดนั้น ผมว่าเอาเวลาไปสร้างสรรค์งานให้ดีขึ้น

หรือ หาองค์กรใหม่ที่เหมาะสมกับตัวคุณจะดีกว่า สุดท้ายแล้ว… ความยุติธรรมนั้นหันหน้าให้กับผู้ชนะเสมอ

2. รีบเก็บเกี่ยว “ประสบการณ์” ผ่านการ “ทำงานหนัก”

ถ้าคุณเป็นคนทำงานหนักอย่างมี “ประสิทธิภาพ” ผมเชื่อว่า สิ่งที่คุณได้รับตามมาคือ “ประสบการณ์” อย่างล้นเหลือ

ถึงขั้นมีคำกล่าวไว้ว่า “ถ้าเราใช้เวลาทำสิ่งที่เราสนใจเพียงวันละ 20 นาที เราจะเชี่ยวชาญในสิ่งนั้นๆเป็นอย่างดีในอีกไม่ช้า” สำหรับ “การทำงานหนัก” แล้ว

ต่อให้คุณไม่สนใจ มันก็ตาม แต่คุณต้อง “จำใจ” ทำมันทั้งวันอยู่ดี บางคนอาจจะต้องทำงานมากกว่าวันละ 12 ชั่ ว โ ม ง เสียด้วยซ้ำ แต่แทนที่คุณจะบ่นไปวันๆว่างานหนัก

แต่คุณควรถามตัวเองกลับว่า “แล้วเราได้รับอะไรจากการทำงานหนัก” บ้างหรือเปล่า จากประสบการณ์ของคนใกล้ตัวของผม ให้นิย ามคำว่า “การทำงานหนัก” ของแต่ละคนไม่เหมือนกัน

บางคนทำงานหนักเพราะระหว่างวันใช้เวลาไปโดยเปล่าประโยชน์ บางคนทำงานหนักด้วยความตั้งใจและแน่นอนสิ่งเหล่านั้น คือ แหล่ง “ประสบการณ์” ชั้นดีที่คุณ “เลือก” ที่จะได้รับ

ในทุกๆสถานการณ์ ถ้าคุณเลือกที่จะ “บ่น” คุณก็จะไม่ได้อะไร แต่ถ้าคุณเลือกที่จะ “ค้นหา” คุณอาจจะเจอเพชรล้ำค่าในตัวคุณ

แต่ถ้าหากคุณไม่ได้อะไรจากการทำงานหนักเลยแม้แต่นิด คุณควรถามตัวเองด้วยคำถามว่า… “คุณใช้ชีวิตแบบนี้ได้อย่างไร”

3. ในโลกใบนี้ มีคน “ทำงานหนัก” มากกว่าคุณอีกมากมาย

เมื่อไรที่คุณมองตัวเองว่าคุณทำงานหนัก จงหันมองไปรอบตัวๆ สังเกตดูครับว่า “ยังมีคนที่ทำงานหนักกว่าคุณ” อีกมากมายแค่ไหน

โดยเฉพาะคนที่ประสบความสำเร็จในชีวิตทั้งหลายที่คุณยึดเป็นแบบอย่าง ล้วนต้องผ่านประสบการณ์ทำงานหนัก มาเพื่อให้ชีวิตพวกเขาสบายอย่างในทุกวันนี้

แต่มันช่างน่าขำตรงไหนรู้ไหมครับ… มันเป็นเพียงเพราะคุณเลือกมองเห็นสิ่งที่เรียกว่า “ความสำเร็จ” จากเปลือกของความร่ำรวยความสบายในวันนี้

จนมองข้ามแก่นที่เขาเหล่านั้นได้รับจากการทำงานหนักแทน จริงอยู่ที่ว่า การทำงานหนัก (Work Hard) ต่างกับการทำงานอย่างฉลาด (Work Smart)

แต่ถ้าคุณอย ากจะประสบความสำเร็จ คุณจงเลือกทำงานหนักอย่างฉลาด แล้วทุกโอกาสในชีวิตจะเป็นของคุณอย่างแน่นอน

ทุกครั้งที่แหงนมองท้องฟ้า สายตาเรามองเห็นสายรุ้งที่ปลายทางแห่งความสำเร็จ

แต่จงอย่าลืมมอง ส ะ เ ก็ ด แ ผ ล ที่ได้รับจากขวากหนามที่ผ่านมา เพราะนั้นคือสิ่งที่พาคุณมาจนถึง “วันนี้”

4. การ “ทำงานหนัก” ไม่เกี่ยวกับความร่ำรวย

ถ้าการทำงานหนักคือความรวย วันนี้คุณคงเห็นคนรวยเต็มบ้านเต็มเมืองไปหมดแล้ว จงอย่าเชื่อคำสอนที่ผู้ใหญ่หลายๆคน ชอบพูดบ่อยๆว่า

“ความรวยเกิดจากการทำงานหนัก” อย่างเด็ดขาด เพราะความรวยที่แท้จริงนั้นเกิดจาก ความถนัดและเชี่ยวชาญในงาน ถ้าคุณเป็นคนทีมีความสามารถเฉพาะทาง

ผลตอบแทนของคุณก็ย่อมจะสูงขึ้น ลองคิดดูสิว่า ถ้าคุณสามารถขึ้นเป็น Top 5 ของสายอาชีพที่คุณทำอยู่ได้ รายได้ของคุณจะมากขึ้นแค่ไหน

การวางแผนการเงิน แน่นอน ถ้าคุณรู้จักเก็บออมและเอาเงินไปลงทุนชนิดที่เรียกว่า “ถูกที่และถูกเวลา” แค่การเก็บเงินเดือนละ 5,000 บาทก็อาจจะทำให้คุณเป็นมหาเศรษฐีโดยที่ไม่รู้ตัว

การทำธุรกิจ ถ้าคุณทำธุรกิจประสบความสำเร็จ แน่นอนว่าเงินทองจะไหลมาเทมา และมันยังมีหนทางอื่นๆอีกมากมาย เพียงแต่คุณต้องตามหามันให้เจอเสียก่อน คุณถึงจะมองเห็นมัน …

5. ยิ่งทำงานหนักเท่าไร ยิ่งต้องเห็นคุณค่าของเวลา

เวลาเป็นสิ่งมีค่าที่แสนจะหาย าก …. ถ้าลองมองหาตามท้องถนน คุณจะพบคนที่ใส่นาฬิกา แต่พวกเขาเหล่านั้นกลับรู้สึกว่า

ไม่มีเวลาแม้แต่จะหยุดฟังเสียงหัวใจตัวเอง คุณค่าของเวลาในมิติแรก คือ “ความอาวุโสจากการทำงานหนัก”

ยิ่งเวลาผ่านไปนานเท่าไร คุณยิ่งไม่สามารถทำตัวเหมือนเด็กที่เพิ่งเข้าทำงานได้อีกต่อไป ใช่ครับ!! คุณไม่สามารถทำตัวงี่เง่ากระจองอแงได้เมื่อคุณกลายเป็นหัวหน้า

คุณไม่สามารถตัดสินใจผิดพลาดได้เมื่อคุณกลายเป็นผู้บริหาร ดังนั้นจงใช้เวลาในการทำงานหนักของแต่ละช่วงพัฒนา “วัยวุฒิ” และ “ความเก๋า” ให้มากที่สุด

อย่าลืมถามตัวเองเสมอว่าตอนนี้เราเป็นใคร เรากำลังจะไปที่จุดไหน และสิ่งที่กำลังทำอยู่ในวันนี้มันใช่หรือไม่ เพราะเราไม่สามารถย้อนเวลากลับไปได้

คุณค่าของเวลาในมิติที่สอง คือ “ความเชี่ยวชาญในการบริหารเวลา” นอกจากความเก๋าที่ได้จากการทำงานหนัก

อย่าลืมสร้างความเชี่ยวชาญในการ “บริหารเวลา” ให้กับด้านอื่นๆของชีวิตด้วย เพราะเมื่องานหนักถึงจุดหนึ่ง

สิ่งที่เราจำเป็นต้องทำมักถูกผัดผ่อนด้วยคำว่า “เดี๋ยวก่อน” หรือ “ไว้ทีหลัง” ซึ่งท้ายที่สุดแล้วมันจะกลายเป็นคำว่า “ไม่ได้ทำ”

โปรดอย่าลืมว่า คุณไม่สามารถไปงานวันพ่อของลูกคุณได้เมื่อตอนเขาเข้ามหาวิทย าลัย คุณไม่สามารถทาน อ า ห า ร ร่วมกับพ่อแม่ได้เมื่อท่านอยู่ใน โ ล ง ศ พ

และคุณไม่สามารถมี สุ ข ภ า พ ที่ดีได้ในวันที่คุณตรวจพบมะเร็งระยะสุดท้าย ดังนั้นไม่ว่าเวลาจะหนักอย่าลืมบริหารเวลาให้กับด้านอื่นๆของชีวิตด้วย

6. สุ ข ภ า พ “กาย” และ “ใจ” คือ “ขุม พ ลั ง ” ในการทำงานหนัก

คำกล่าวที่ว่า “ไม่ว่าจะงานหนักแค่ไหน แค่เพียงเห็นรอยยิ้มของคนที่เรารักก็หายเหนื่อย” นั้นเป็นความจริงที่ใครหลายคนยอมรับ แต่สำหรับ “รอยยิ้ม” อาจจะสร้าง พ ลั ง ใ จ ได้อย่างเดียว

เพราะถ้าหากเราไม่มี สุ ข ภ า พ กายที่ดี ไม่ว่าจะ “ยิ้มกว้าง” แค่ไหนมันก็เปล่าประโยชน์ คำว่า “ สุ ข ภ า พ กาย” นั้น ไม่ได้แปลว่าไม่ เ จ็ บ ไม่ ป่ ว ย

และทนทำงานหนักไหว เพียงแค่นั้น แต่มันหมายถึงคุณต้องมี ร่ า ง ก า ย แข็งแรงและปราศจาก โ ร ค ภั ย อย่างเด็ดขาด ลองถามตัวเองก่อนไหมว่า

– คุณออกกำลังกายครั้งสุดท้ายเมื่อไร เป็นประจำอาทิตย์ละ 3 ครั้งหรือไม่

– คุณต้อง ท า น ย า อย่างสม่ำเสมอ และมี โ ร ค ประจำตัวมากแค่ไหน

– คุณทาน อ า ห า ร ที่มีประโยชน์บ้างหรือเปล่า

การทาน อ า ห า ร ที่มีประโยชน์ช่วยให้ ร่ า ง ก า ย นำ ส า ร อ า ห า ร ไปใช้ได้ครบถ้วน ส่วนการออกกำลังกายไม่เพียงแต่สร้างความแข็งแรง

และ สุ ข ภ า พ ที่ดีเพียงเท่านั้น มันทำให้ ร่ า ง ก า ย ห ลั่ ง ส า ร แห่งความสุข (เอนโดรฟิน) และทำให้คุณเสริมสร้างความคิดด้านบวกของตัวเองโดยที่ไม่รู้ตัว

นี่คือแหล่งเคล็ดลับของ พ ลั ง ใ จ อีกอย่างหนึ่ง ที่คนทำงานหนักหลายคนหลงลืมไป

ส่วน พ ลั ง ใ จ ที่ดีนั้น… ถ้าวันนี้ยังไม่มีใครสร้างให้คุณได้ จงเลือกที่จะสร้างให้ตัวเองก่อน แล้วอย่าลืมเผื่อแผ่ไปยังคนรอบข้างที่มีความสัมพันธ์กับคุณด้วยครับ

7. จงทำงานที่ดี งานที่ดีกว่า และงานที่ดีที่สุด

การทำงานหนักไม่ได้แปลว่าจะได้งานที่ดี แต่งานที่ดีหลายๆงานเกิดจากการทำงานหนัก เจ้านายเก่าคนหนึ่งของผมพูดไว้

เพราะงานที่ดีนั้นต้องผ่านการใคร่ครวญและกระบวนความคิดอย่างหนัก

ถ้าข้าพเจ้ามีเวลา 6 ชั่วโมงในการตัดต้นไม้ ข้าพเจ้าจะใช้ 4 ชั่วโมง แรกไว้ลับ ข ว า น ” — อับราฮัม ลินคอล์น 

วันนี้คุณใช้เวลาคิดใคร่ครวญในการทำงานหนักบ้างหรือไม่ หรือว่าเอาแต่ทำมันเข้าไปเรื่อยๆ จนมันเสร็จก็พอใจแล้ว เพราะการทำงานที่ดีนั้น มันต้องผ่านการลงมือทำ และทำมันซ้ำๆจนกว่าจะเจอคำว่า ดีที่สุด!!

เมื่อเวลาผ่านไปสักพัก ชิ้นงานที่คุณคิดว่าดีและทุ่มเทเวลากับมันอย่างหนักนั้น คุณจะสังเกตเห็นข้อบกพร่องตามมาเต็มไปหมด

ผมขอบอกเลยว่านั่นไม่ใช่ผลของการทำงานหนัก หรือมันเป็นงานไม่ดี แต่นี่คือหลักฐานในการพัฒนาของคุณต่างหาก

เรียนรู้ข้อผิดพลาดในอดีต เพื่อสร้างสรรค์งานคุณภาพในปัจจุบัน และสร้างฝันสู่อนาคต

8. งานหนักไม่ใช่สาเหตุของการเปลี่ยนงาน

ทุกครั้งที่คุณคิดเปลี่ยนงานเพราะว่างานหนัก ขอให้คุณหยุดพัก นั่งนิ่งๆ แล้วคิดใหม่ก่อนว่า “ปัญหา” นั้นเกิดจากใคร

ถ้าคุณเปลี่ยนงานเพราะต้องการหนีปัญหา หรือ หนีคำว่า “งานหนัก” ผมเชื่อเหลือเกินว่าคุณต้องหนีปัญหาแบบนี้ไปตลอดชีวิต

งานหนักไม่ใช่คำตอบของการลาออก แต่คุณควรตัดสินใจลาออกเมื่องานนั้นไม่ได้พัฒนาคุณอีกต่อไป

9. คุณไม่สามารถทำงานหนักไปตลอดชีวิต

เมื่อพูดถึงข้อนี้ขึ้นมา มันอาจจะทำให้ข้อที่แล้วๆ มาเหมือนเรื่องตลกหมูกะทะ แต่มันคือเรื่องจริงที่แสนเศร้า

เพราะชีวิตของเราทุกคนนั้นไม่ได้ถูกออกแบบมาให้ทำงานหนักเพียงอย่างเดียว ต่อให้คุณจะบริหารเวลาดีแค่ไหน และอย่างไรก็ตาม

แต่สิ่งที่คุณต้องการจริงๆก็คือ “การหยุดพัก” และ “ชื่นชมความงามระหว่างทางของชีวิต” เราไม่สามารถวิ่งสี่คูณร้อยโดยไม่หยุดพัก

เราไม่สามารถจัดหนักตัวเองเพื่อคนอื่นได้ตลอดไป ผมมักจะแนะนำคนอื่นๆ เสมอว่า… “งานหนัก” ในช่วงหนึ่งของชีวิตสร้าง “ประสบการณ์”

แต่คุณจะต้องสร้าง “การทำงานที่ชาญฉลาด” ให้กับตัวเอง หากวันนี้คุณต้องทำงานหนัก คุณจงอุทิศตัวเองเพื่อมันอย่างสุดใจ และตระหนักในความสำคัญของชีวิต

 

ขอขอบคุณ M r . G r a y m  a n V 2

Load More Related Articles
Load More By adminsabailey
Load More In ข้อคิด

Check Also

9 สิ่งที่ต้องทำ ถ้าคุณจะเป็น “นายตัวเอง”

หลายคนที่เป็นนายตัวเองไม่ได้ ไม่ใช่เพราะไม่มีความสามารถ แต่เป็นเพราะไม่รู้เคล็ดลับดี ๆ ที่…