Home ข้อคิด 9 เป้าหมาย “มีชีวิตแบบคุ้มค่า” เปลี่ยนตัวเองให้ดีขึ้นกว่าเดิม

9 เป้าหมาย “มีชีวิตแบบคุ้มค่า” เปลี่ยนตัวเองให้ดีขึ้นกว่าเดิม

0 second read
0
0

เชื่อว่าหลายคนคงคิดว่า ปีนี้เราเหมือนไม่ได้ทำอะไรเลย ไม่มีอะไรสำเร็จเลย จะหมดปีอีกแล้ว จะดีกว่ามั้ยถ้าเรามาลองตั้งเป้าหมายเพื่อเป็นคนใหม่ที่ดีกว่าเดิมในปีถัดๆไป

คนเรานั้นหากไม่มีจุดมุ่งหมายแล้ว เราจะเหมือนกับย่ำอยู่กับที่หรือเดินถอยหลังแต่หากเรามีจุดมุ่งหมาย ความรู้สึกของเราคงจะเหมือนกับการมุ่งไปสู่ข้างหน้า

แล้วเราจะเป็นคนใหม่ได้อย่างไรล่ะ นี่แหละคือวิธีที่จะทำให้ทุกคนเริ่มต้นใหม่

1 พูดแต่สิ่งดีดีกับตัวเราเอง

การที่เราพูดอย่างไร จะทำให้จิตใต้สำนึกของเราเป็นแบบนั้น เช่น ถ้าเราคิดว่าเราสามารถทำได้ เราก็จะทำได้ เราต้องเชื่อมั่น

และเราจะประสบความสำเร็จ ถ้าหากวันๆเรามัวแต่พูดว่า เป็นหนี้ จน ไม่มีเงิน จิตใจเราก็จะห่อเหี่ยวไม่มีแรงแม้แต่จะทำงานหาเงิน ปีหน้าลองให้กำลังใจตัวเอง

ฉันต้องเก็บเงินได้ห้าแสน ลองพูดดูทุกๆวัน กำลังใจและจุดมุ่งหมาย อาจทำให้เป้าหมายเป็นจริงได้

2 จงเป็นตัวของตัวเอง

ปีหน้าจงอย่าเอาความคิดหรือความต้องการของคนอื่น มาบดบังอิสรภาพของเรา บางครั้งถ้าเรา อ ย า ก ทำอะไร หรือ อ ย า ก จะเป็นอะไร ก็จงทำและจงเป็นซะ

เพราะการที่เราแคร์คนอื่นมากเกินไป จะทำให้เรากลัวว่าคนอื่นจะคิดเช่นไรกับเรา

มันอาจจะมาตีกรอบความคิดของเรา ทำให้เราไม่สามารถแสดงตัวตนของเราได้อย่างเต็มที่นัก

สิ่งที่เราทำก็จะไม่มีความสุขผลลัพธ์ก็จะออกมาไม่ดี ตรงกันข้าม ถ้าเราเป็นตัวของเราเองและได้ทำสิ่งที่รัก ผลงานก็จะออกมาดีเชียวละ

3 อย่าเอาคำพูดของคนอื่นมาคิดมาก

เชื่อว่าหลายคนคงเคยเป็น เวลาเราทำอะไร จะโดนสังคมข้างบ้านวิจารณ์ บางทีคุณป้าข้างบ้านชอบมาในคราบผู้แสนดีและเป็นห่วง

แต่ชอบเอาเรื่องของเราไปกระจายข่าวแบบผิดๆ สิ่งที่เราต้องทำก็คือ ปล่อยมันผ่านไป อย่าไปคิดมาก สิ่งที่คนอื่นพูดอาจไม่สำคัญ

เพราะมันอาจไม่ใช่ความจริง และ อาจไม่ใช่ตัวตนของเรา สิ่งที่คนอื่นนำมาพูด อาจเป็นเรื่องเพียงเสี้ยวเดียว ที่เขานำมาตัดสินเรา

หาได้ใช่เรื่องราวทั้งหมดไม่ ถ้าหากใครที่รักเราจริง หรือหวังดีกับเราจริง คงไม่ทำให้เรารู้สึก แ ย่ ลงหรอกจริงมั้ย

4 มองหาสิ่งที่คุณ อ ย า ก จะทำ หรือสิ่งที่ อ ย า ก จะเป็น

การกำหนดเป้าหมายในสิ่งที่เราชอบคือสิ่งสำคัญ หากเรามีเป้าหมายแล้ว ก็แค่ศึกษา ทุ่มเทเวลาให้กับมัน ลองมองหากลุ่มคนที่สนใจอะไรเหมือนๆกัน

ยกตัวอย่างเช่น ปีหน้าฉันมีเป้าหมายจะเป็นช่างภาพออนไลน์ ก็แค่เข้าไปร่วมกลุ่มบุคคลที่ชอบถ่ายภาพเหมือนกัน เวลาที่เราเห็นเขาโชว์พอร์ตภาพ

และจำนวนเงิน มันจะเป็นตัว ก ร ะ ตุ้ น ให้เรา อ ย า ก ประสบความสำเร็จ เหมือนคนๆนั้น เพราะฉะนั้นอย่าลืม

หาเป้าหมายที่เรามั่นใจว่าเราชอบจริงๆ ลงมือทำ ศึกษาหาความรู้และคุณจะประสบความสำเร็จเอง

5 จงมองหาโอกาสในความผิดพลาด

โดยปกติแล้วไม่มีใครที่จะประสบความสำเร็จไปซะหมดหรอก มันต้องมีสิ่งผิดพลาดเกิดขึ้นบ้าง และโดยธรรมชาติของคน

ถ้าเจอความผิดพลาดก็จะอมทุกข์อยู่นาน แต่ถ้าเรามองว่านั่นคือโอกาสที่ทำให้เราได้เรียนรู้ เป็นประสบการณ์

เราก็จะลุกขึ้นมาต่อสู้ได้เร็ว ยกตัวอย่างกรณีของคุณตัน ช่วงน้ำท่วมใหญ่ โรงงานหลายโรงงานต้องปิดเพื่อเคลียร์ปัญหาน้ำท่วม ลองนึกถึงเราสิ

เราคงต้องท้อแท้ใช่มั้ย แต่คุณตันกลับเร่งแก้ปัญหาน้ำท่วมได้เป็นอันดับต้นๆ ทำให้สามาถทะยอยส่ง สินค้าออกได้เร็ว ในขณะที่โรงงานอื่นไม่มีของให้ลูกค้า

เห็นมั้ยว่าการมองหาโอกาสในความผิดพลาดมีอยู่เสมอ และถ้าเราแก้ไขมันได้ มันก็จะตอบแทนรางวัลให้เรา

6 ลองทำความดีกับคนอื่นดูบ้าง

ตั้งปณิธานไว้ว่า ปีหน้าเราจะต้องช่วยเหลือคนอื่นบ้าง การที่เราเห็นใครมีปัญหา แล้วเข้าไปช่วยอาจส่งผลให้จิตใจของเราเป็นสุข

และเมื่อเรามีความสุขแล้ว เวลาเราทำอะไรหรือหยับจับอะไรมันก็จะรู้สึกดีไปด้วย จิตใจที่ดี ความมุ่งมั่นที่ดี คือสิ่งที่ช่วยส่งเสริมการกระทำของเราให้ไปในทางที่ดีด้วย

7 รู้จักการยอมแพ้

สิ่งหนึ่งที่เราควรเรียนรู้คือ การรู้จักยอมแพ้ บางครั้งเราอาจไม่ประสบความสำเร็จไปทุกเรื่อง การที่เรายอมแพ้ ถึงแม้จะเป็นเรื่อง ย า ก

แต่ถ้าเรายอมรับความพ่ายแพ้ได้เมื่อไหร่ โอกาสที่เราจะเดินไปข้างหน้าก็จะเร็วขึ้นเท่านั้น การเริ่มต้นใหม่ไม่เคยสายและให้คิดเสมอว่า มันอาจจะดีกว่าเดิม

8 รู้จักขอความช่วยเหลือ

สิ่งที่เราต้องเรียนรู้อีกหนึ่งก็คือ เราอาจไม่เก่งทุกเรื่อง เรื่องบางเรื่องเราอาจต้องขอความช่ายเหลือจากผู้เชี่ยวชาญบ้าง ลองขอฟังประสบการณ์จากคนอื่นๆ

บางครั้งถ้าเราดันทุรังทำในสิ่งที่ไม่ถนัด ก็อาจสร้างผลเสียมากกว่า

9 อย่าหยุดที่จะเรียนรู้

รู้มั้ยการเรียนรู้คือ การลงทุนที่คุ้มค่าที่สุด การเรียนรู้หมายรวมถึงสิ่งที่เราสนใจ ไม่ว่าจะเป็น โปรแกรมต่างๆ การตัดต่อวิดีโอ การเงินการลงทุน

สิ่งเหล่านี้ถ้าเรามีติดตัวก็จะเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัว ทำให้เรามองเห็นโอกาสที่คนอื่นอาจจะไม่เห็น อาจนำมาประยุกต์และใช้ร่วมกับงานที่เราทำ

ถ้าเราไม่หยุดเรียนรู้ การพัฒนาของเราก็จะไม่หยุดฉะงักเช่นกัน

และนี้คือสิ่งที่ควรค่าแก่การปรับเปลี่ยน ไม่จำเป็นต้องรอถึงปีหน้า เราอาจเริ่มได้ ณ วันเวลานี้เลย

ขอขอบคุณ คิดจะรัก

Load More Related Articles
Load More By adminsabailey
Load More In ข้อคิด

Check Also

9 สิ่งที่ต้องทำ ถ้าคุณจะเป็น “นายตัวเอง”

หลายคนที่เป็นนายตัวเองไม่ได้ ไม่ใช่เพราะไม่มีความสามารถ แต่เป็นเพราะไม่รู้เคล็ดลับดี ๆ ที่…