Home ความรู้ การเป็นคนรวย ต้องเริ่มจากเปลี่ยนความคิดก่อน

การเป็นคนรวย ต้องเริ่มจากเปลี่ยนความคิดก่อน

1 second read
0
0

“อย่านอนตื่นสาย อย่าอายทำกิน อย่าหมิ่นเงินน้อย อย่าคอยวาสนา”

คำสอนที่เป็น “หัวใจเศรษฐี” ที่เราได้ยินได้ฟังมาตั้งแต่โบราณ นับว่าเป็นอีกคำสอนที่คงความ อ ม ต ะ สามารถใช้ได้เสมอสำหรับบุคคลที่แสวงหาความมั่งคั่งและมั่นคงทางการเงิน ความร่ำรวยเป็นสิ่งที่ทุกคนปรารถนา

โดยเฉพาะในโลกปัจจุบันที่ทุกสิ่งทุกอย่างล้วนต้องใช้เงินเป็นตัวช่วยในการอำนวยความสะดวกในการใช้ชีวิต จึงไม่แปลกที่จะเห็นผู้คนบนโลกนี้กระตือรือร้นในการสร้างตัวตนให้เป็นบุคคลที่มีรายได้มากขึ้น

1.ความรวยนั้นดี

มีคำกล่าวแบบกระแทกความรู้สึกแบบ เ จ็ บๆ ว่า การเป็นคนรวยกับเป็นคนจนแม้จะเป็นคนเหมือนกัน แต่เชื่อเถอะว่าเป็นคนรวยดีกว่าเยอะ แน่นอนว่าไม่มีใครไม่เห็นด้วยกับคำกล่าวนี้ แต่ก็ไม่ใช่ว่าแต่ละคนจะสามารถเป็นคนรวยได้ง่าย ๆ

เศรษฐีบางคนสร้างตัวมาทั้งชีวิต ลำบาก เ ลื อ ด ต า แทบกระเด็นในช่วงแรกของการใช้ชีวิต ผลจากความอดทนอดกลั้น ส่งผลให้ช่วงปลายของชีวิตเป็นเศรษฐีผู้มีอันจะกิน เข้าข่ายที่ว่าลำบากตอนหนุ่ม สุขุมตอนแก่

อย่างไรก็ตามก็มีไม่น้อยที่สามารถสร้างงานและสร้างเงินจนประสบความสำเร็จได้ในขณะที่ยังอายุน้อยอยู่ ดังที่จะหาตัวอย่างบุคคลเหล่านี้จาก รายการอายุน้อยร้อยล้านที่จะนำผู้ที่กล้าสร้างฝันตั้งแต่ยังเด็กให้เป็นจริงขึ้นมา แล้วความมั่งคั่งก็เป็นเรื่องจริงที่ไม่มีเงื่อนไขของอายุมาเกี่ยวข้องแต่อย่างได

2.เงินคือเงิน ไม่ใช่ดีหรือ เ ล ว

เงินคือเงิน มีบ่อยครั้งที่เศรษฐีหลายคนมีเรื่องราวไม่ค่อยสู้ดีนักเกี่ยวกับความร่ำรวยของเขา บางคนสร้างฐานะขึ้นมาจากการทำงานโดยสุจริตใช้ความสามารถในทางที่ถูกต้อง และมีบางคนที่สร้างตัวตนขึ้นมาจากธุรกิจที่ ผิ ด ก ฎ ห ม า ย ความร่ำรวยของคนสองประเภทนี้มีสิ่งที่เหมือนกันคือความมั่งคั่งทางการเงิน

แต่สิ่งที่ดึงให้ทั้งสองแตกต่างกันอย่างสิ้นเชิงก็คือ คุณธรรมจริยธรรม เงินที่ได้มาโดยไม่ชอบธรรม มักจะสร้างความร่ำรวยให้กับเจ้าของแบบฉาบฉวย ไม่มีใครร่ำรวยได้จากความไม่ดี ว่าที่เศรษฐีคนใหม่ทั้งหลายพึงยึดมั่นในการทำความดีควบคู่ไปกับการทำธุรกิจด้วย แล้วความร่ำรวยจะมีความยืนย าวอย่างยั่งยืน

3.ความพึงพอใจในสิ่งที่ตนมี

เป็นเงื่อนไขเริ่มต้นในการเป็นมหาเศรษฐี เมื่อรู้และเข้าใจว่าตนเอง มี ดี อ ะ ไ ร จะสามารถมองเห็นโอกาสในการพัฒนาตนเอง เมื่อพัฒนาตนเองอย่างต่อเนื่องโอกาสในการประสบความสำเร็จก็จะเพิ่มมากขึ้น และเมื่อถึงจุดที่สามารถ แ บ่ ง ปั น ประสบการณ์ดีต่อผู้อื่นได้นั่นจะเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญที่จะทำให้คุณกลายเป็นคนที่ประสบความสำเร็จอย่างยั่งยืน

การแนะนำคนอื่นให้ประสบความสำเร็จเช่นเดียวกับคุณจะเป็นการสร้างความนิยมในตัวคุณโดยอัตโนมัติ แทนที่จะไประแวงว่าคนที่เราแนะนำจะร่ำรวยกว่าเราไหมเชื่อเถอะว่ายิ่ง แ บ่ ง ปั น เรายิ่งจะได้ความร่ำรวยเพิ่มขึ้น ทั้งร่ำรวยเงินทองและร่ำรวยความสุขใจ สุขใจที่เป็นผู้ให้โดยไม่หวังผลตอบแทน

4.ดีใจที่คนอื่นได้ดี

ในแวดวงธุรกิจความ อิ จ ฉ า ริ ษ ย า เป็นตัวการสำคัญในการถ่วงความเจริญ ก้าวหน้าอย่างยิ่ง ผู้ที่จะประสบความสำเร็จต้องรู้จักแสดงความชื่นชมยินดีเมื่อมีผู้คนร่ำรวยขึ้นมากกว่าตน มองในแง่ดีเราจะได้มีเพื่อนที่มีความมั่งคั่งเพิ่มอีกหนึ่งคน

แทนที่จะเอาเวลาไปอิจฉาสู้เราเข้าไปแสดงความยินดีด้วยน่าจะเป็นการดีกว่า ไม่แน่ว่าต่อไปอาจได้ร่วมธุรกิจกันในอนาคตก็เป็นได้ เพราะฉะนั้นจงสร้างเครือข่ายของบุคคลที่ประสบความสำเร็จให้มากเข้าไว้ ความสำเร็จที่ไหลวนรอบตัวเรานี้แหล่ะจะช่วยผลักดันให้ตัวเราก้าวไปประสบความสำเร็จได้ง่ายมากยิ่งขึ้น

5.ความรู้เรื่องเงินสำคัญมาก

เมื่อต้องการจะเป็นคนร่ำรวยจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องมีความรู้ ความรู้ด้านการใช้ชีวิต ความรู้ด้านธุรกิจและความรู้เรื่องการเงินมีความสำคัญมาก ทั้งหลักการบริหารจัดการเงิน การลุงทนเพื่อให้เกิดรายได้แบบทวีคูณ การใช้เงินทำงาน เรียกได้ว่าการมี ความรู้และทักษะการหาเงินสำคัญกว่าเงินที่มีอยู่แล้วด้วยซ้ำไป

ดังจะเห็นได้ชัดเจนว่าคนที่ไม่ทักษะทางการเงิน แม้จะมีเงินเป็นจำนวนมหาศาล เมื่อไม่สามารถบริหารจัดการเงินนั้นได้ที่สุดเงินมหาศาลนั้นก็หายไปในพริบตา ยกตัวอย่างนักกีฬาบางคนที่ได้รับเงินรางวัล โบนัส จากการคว้าเหรียญรางวัลระดับโลก

เรียกว่ากลายเป็นมหาเศรษฐีในชั่วข้ามคืน จากความรู้ความสามารถของตนเอง แต่ขาดทักษะทางด้านการเงิน ทำให้เขาเหล่านี้เป็นเศรษฐีได้เพียงชั่วคราวเท่านั้น ชีวิตก็กลับเข้าสู่วงจรเดิมที่ต้องดิ้นรนในการหาเงินเลี้ยงชีพต่อไป

6.อย่าโทษคนอื่น จงช่วยสร้างสรรค์

บางท่านอาจจะตำหนิว่าเพราะระบบการศึกษาไทยไม่มีหลักสูตรการบริหารจัดการเงินในระดับโรงเรียนซึ่งจะเป็นการสร้างเสริมวินัยในการใช้เงินให้เด็ก ๆ อันนี้ก็มีส่วนอยู่บ้างเห็นได้ชัดว่านักเรียนส่วนใหญ่ใช้เงินที่พ่อแม่หามาให้ มีบางส่วนที่แบ่งไว้เป็นเงินออม

แต่มีน้อยมากที่สามารถสร้างรายได้ขึ้นมาด้วยตนเอง คำถามคือถึงเวลาแล้วหรือยังที่เราจะช่วยกัน ก ร ะ ตุ้ น ให้เด็ก ๆ เหล่านี้ซึ่งต่อไปจะกลายเป็นอนาคตของชาติในอนาคต

กระตือรือร้นในการพัฒนาตนเองให้เป็นผู้มีทักษะในด้านการเงินตั้งแต่ยังเรียนอยู่ สามารถหารายได้เสริมระหว่างเรียน มีเงินเก็บเงินใช้เองโดยพึ่งพ่อแม่ผู้ปกครองให้น้อยที่สุด หากทำได้แบบนี้เชื่อเหลือเกินว่าในอนาคตประเทศไทยจะมีมหาเศรษฐีเกิดขึ้นอย่างมากมายแน่นอน

 

ขอขอบคุณ leaderwings

Load More Related Articles
Load More By adminsabailey
Load More In ความรู้

Check Also

9 สิ่งที่ต้องทำ ถ้าคุณจะเป็น “นายตัวเอง”

หลายคนที่เป็นนายตัวเองไม่ได้ ไม่ใช่เพราะไม่มีความสามารถ แต่เป็นเพราะไม่รู้เคล็ดลับดี ๆ ที่…