Home ความรู้ แนวคิดการเงิน 8 ข้อ จะทำให้นิสัยการใช้เงินคุณเป็นดั่งเศรษฐี

แนวคิดการเงิน 8 ข้อ จะทำให้นิสัยการใช้เงินคุณเป็นดั่งเศรษฐี

9 second read
0
0

แนวคิดการเงิน เสมือนเป็นผลลัพธ์จากทัศนคติ ความรู้และความเข้าใจเรื่องราวการเงินในการดำเนินชีวิต ปฎิเสธไม่ได้เลยว่า ความเป็นไปของชีวิตเรา

ส่วนหนึ่งถูกกำหนดมาจากเงิน ต้องทำงานเพื่อให้ได้เงิน ประเด็นคือ แล้วเงินที่เราได้มานั้น ถูกนำไปจัดสรรบริหารอย่างถูกต้องจริงหรือไม่ ? ขอเสนอ 8 แนวคิดการเงิน เปลี่ยนชีวิต

เพื่อเป็นความรู้พื้นฐานในการใช้จ่าย,เก็บออม, นำเงินไป ล ง ทุ น ซึ่งไม่ควรรู้เพียงวิธีการจัดการทางการเงินอย่างเดียว แต่ควรรู้ไปถึงวิธีการจัดสรรชีวิตตนเองด้วย รายละเอียดดังนี้

1 . ระดับเงินกับระดับความสุขไม่เกี่ยวข้องกันเสมอไป

ด้วยสถานการณ์ปัจจุบันที่ทุกอย่างทำให้ดูเหมือนว่า ชีวิตนี้จะต้องรวยเท่านั้น ถึงจะสบายได้ สร้างภาพลวงตาว่า มีเงินมากขึ้น

จะทำให้เรามีความสุขมากขึ้น สังเกตได้จาก รายได้เฉลี่ยประชากรในตัวเมืองย่อมสูงกว่าพื้นที่ชานเมืองออกไป

คำถามคือ คนที่ย้ายเข้ามาทำงานในเมืองมีความสุขเพิ่มขึ้นหรือไม่ ?

คำตอบ คงสะท้อนภาพการใช้ชีวิตคนเมืองที่ดูต้องเร่งรีบ รับแรงกดดันในการทำงาน และแข่งขันกับเวลาอยู่ตลอดเวลา

แสดงว่า รายได้ที่ได้รับเพิ่มมากขึ้น 20 % ไม่ได้ทำให้ความสุขเพิ่มขึ้น 20 % เลยสักนิด

ทั้งนี้ แน่นอนว่า เงินสามารถซื้อความสะดวกสบายและความปลอดภัยในชีวิตได้ และส่งผลต่อระดับความมั่นคงทางการเงินได้

แต่ไม่เสมอไปสำหรับความคิดที่ว่า ฉันจะได้รับความสุขมากขึ้น เมื่อฉันมีเงินมากขึ้น

2 . สินทรัพย์ที่มีค่าที่สุด คือ ตัวเราเอง

เมื่อถึงวัยเกษียณอายุ หลายคนเกษียณพร้อมกับเงินก้อนโต ตามระดับความสามารถของตน

ตามตำแหน่งหน้าที่การงานที่สิ้นสุดลง เป็นเงินก้อนสุดท้ายที่ใช้ดำเนินชีวิตหลังเกษียณ

ช่วงชีวิตที่ไม่มีรายได้อีกต่อไป แน่นอนว่าโอกาสที่เราจะใช้เงิน ย า ม ช ร า แบบสบายๆเป็นเรื่องที่ ย า ก

เมื่อถึงเวลานั้น ความคิดที่ว่า จะใช้เงินส่วนนี้ไปกับการเดินทางท่องเที่ยวทั่วโลก คงเป็นเพียงเรื่องลอยลม เพราะนอกจากการใช้จ่ายอยู่กินแล้ว

ยังมีเรื่องสำคัญที่หลีกเลี่ยงได้ ย า ก อย่างการ รั ก ษ า ความ เ จ็ บ ป่ ว ย โอกาสที่เงินก้อนนั้นของคุณจะกลายเป็นค่า รั ก ษ า พ ย า บ า ล ตัวเองจึงสูงมาก

ดังนั้น การดำเนินชีวิตแบบสมดุลทั้งกายและใจเป็นเรื่องสำคัญที่สุด รั ก ษ า สุ ข ภ า พ การกินการออกกำลังกาย ให้เหมือนกับ การ รั ก ษ า เงินทองในธนาคาร

3. เปรียบเทียบความสามารถในการสร้างรายได้และรายจ่าย

หลายครั้งที่เราใช้จ่ายเงินออกไม่โดยไม่รู้ตัว เป็นเพราะไม่ทราบต้นทุนด้านเวลาของตัวเอง

ยกตัวอย่างเช่น เงินเดือน 20,000 บาท เวลางาน 176 ชม.ต่อเดือน (= 22วัน x 8ชม) เฉลี่ยรายได้ 114 บาทต่อชม. ( = 20,000/176)

แสดงว่าการกิน บุ ฟ เ ฟ่ ต์ ปิ้ ง ย่างราคา 500 บาทในเวลาชั่วโมงครึ่ง ต้องแลกกับการทำงานครึ่งวัน เป็นต้น

การเปรียบเทียบความสามารถทางรายได้กับสิ่งที่เรากำลังจะใช้จ่ายไป ในหน่วยเวลาเหมือนกัน

จะช่วยดึงสติการใช้จ่ายไม่เป็นเหตุเป็นผลของเรากลับมาได้ ลักษณะนี้ยังสามารถ ประยุกต์ใช้กับการว่าจ้างคนงานในลักษณะงานไม่สำคัญ

เช่น การทำงานบ้าน การทำงานที่เสียเวลาและไม่มีความสำคัญ เป็นต้น หากการจ้างงานนั้นมีต้นทุนที่ถูกกว่าการเสียเวลาลงมือทำเอง

เพราะจากชั่วโมงเดียวกัน เราสามารถใช้ให้ก่อประโยชน์เกิดรายได้ที่สูงกว่าค่าจ้างที่เราจ่ายไป

4. เงินออกต้องน้อยกว่าเงินเข้า

วิธีเดียวที่จะช่วยทำให้เกิดความมั่นใจในฐานะการเงินได้ คือ การมีเงินเหลือจนถึงสิ้นเดือน แสดงให้เห็นว่า

กระแสเงินสดไหลออกไปน้อยกว่ารายได้ที่ไหลเข้ามา แม้ว่าสถานะการเงินตอนนี้ จะไม่มีเหลือเก็บออมหรือ ล ง ทุ น แต่อย่างน้อยก็ไม่ควรเป็นหนี้

การดำเนินชีวิตแบบใช้เงินอนาคตในสินทรัพย์จำเป็น เช่น บ้าน จริงอยู่ที่มันตอบสนองความต้องการด้านที่อยู่อาศัยได้ทันที แต่ก็ อั น ต ร า ย หากต้องแบกรับภาระหนี้ก้อนโต

ในช่วงที่ความสามารถทางการเงินยังมีไม่มากพอ ดังนั้น กระแสเงินสดไม่ว่าจะไหลเข้าหรือไหลออก

จึงควรมาจากสิ่งที่วางแผนไว้ ไม่ได้เกิดขึ้นโดยบังเอิญแบบไม่มีที่มาที่ไปหรือไร้ประโยชน์

การ รั ก ษ า ความสามารถทางการเงินจากการลดค่าใช้จ่ายในสิ่งไม่จำเป็น ประเมินและจัดลำดับความสำคัญทางการเงินอย่างระมัดระวัง

อาจจะสร้างความ อึดอัดเล็กน้อยในวันนี้ เพื่อความมั่นคงทางการเงินที่ดีในอนาคต

5. แบ่งจ่ายตัวเองก่อนเสมอ

กฎทองของการเงินส่วนบุคคล หมายความว่า เราควร แบ่งจ่ายตนเองเพื่อการออมและการ ล ง ทุ น ก่อนเป็นอันดับแรกเสมอ

ส่วนที่เหลือค่อยนำไปใช้จ่ายคนอื่น เรื่องง่ายที่ใครก็รู้ แต่ ย า ก ที่จะทำ ดังนั้น ควรสร้างระบบตัดเงินอัตโนมัติการบัญชีเงินเดือนของคุณ

ทันทีที่มีเงินเดือนเข้า มันจะถูกตัดไปบัญชีเพื่อการ ล ง ทุ น และบัญชีเงินออมก่อนเสมอ เช่น กองทุนรวม , บัญชีเงินฝากประจำ เป็นต้น เลือกเงื่อนไขตามความมีระเบียบวินัยในตัวเอง

6. อดีตผ่านไปแล้ว การเงินเริ่มต้นที่ปัจจุบัน เป้าหมายคืออนาคต

เพื่อให้เข้าใจได้ง่ายขึ้น ขอเปรียบเทียบดังนี้ ในโลกธุรกิจ จะมีค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นมาแล้ว

แต่ปัจจุบันก็ไม่ได้รับประโยชน์ ที่เรียกว่า ต้นทุนจม สมมติว่า บริษัทขุดเจาะน้ำมัน ใช้งบ ล ง ทุ น มากมายในการขุดเจาะค้นหาน้ำมัน

ขุดไปลึกเท่าใดก็ยังไม่เจอน้ำมันสักที ประเด็นที่เกิดขึ้น คือ จะยังขุดต่อไป หรือ เปลี่ยนตำแหน่งขุดใหม่ดี ?

สะท้อนให้เห็นว่า การตัดสินใจปัจจุบันขึ้นอยู่กับว่า ทำอะไรแล้ว จะเกิดสิ่งที่ดีที่สุดในอนาคต ไม่ได้ย่ำอยู่กับอดีตที่ผิดพลาดและ เ จ็ บ ป ว ด การเงินส่วนบุคคลก็เช่นกัน

เราทุกคนล้วนเคยมีต้นทุนจม ที่รอคอยความคาดหวังว่าจะได้ทุนกลับคืนมา เช่น ล ง ทุ น ผิดจังหวะ , ใช้จ่ายซื้อของไร้ประโยชน์ เป็นต้น

การรอคอยบนพื้นฐานข้อผิดพลาดในอดีตไม่มีประโยชน์ต่อความสำเร็จใดๆ เก็บสิ่งผิดพลาดในอดีตเป็นบทเรียน แล้วตัดสินใจ เลือกทำสิ่งปัจจุบันที่ก่อประโยชน์ที่ดีที่สุดในอนาคตย่อมดีกว่า

7. ยิ่ง ล ง ทุ  น เร็ว ยิ่งสำเร็จเร็ว

หนึ่งในแนวคิดทางการเงินที่สำคัญที่สุด และเป็นความจริงที่เข้าใจได้อย่างดีที่ว่า ยิ่ง ล ง ทุ น เร็ว

ยิ่งได้เปรียบในเรื่องประสบการณ์ความรู้และระยะเวลาที่ใช้ ล ง ทุ น ในชีวิต แม้จะไม่ได้เป็นเรื่องง่าย แต่ก็เป็นประเด็นที่สามารถสร้างข้อแตกต่างระหว่างความ ย า ก จน

และความมั่นคั่งในอนาคตได้ เพราะพลังการทบต้นของผลประโยชน์จากการ ล ง ทุ น เป็นเรื่องอัศจรรย์ ดังนั้น อย่ารอช้าในการเริ่มต้นวางแผนออม

และ ล ง ทุ น ตั้งแต่อายุยังน้อย เพื่อการเกษียณอายุจะไม่สายเกินไปในชีวิตการทำงานของเรา เริ่มต้นนิสัยของการ ล ง ทุ น ขั้นต่ำ 10 % ถึง 15 % ของรายได้ทุกเดือน ไม่ว่าจะมีสิ่งใดเกิดขึ้นในชีวิตก็ตาม

8. อ ย า ก เปลี่ยนผลลัพธ์ ต้องเปลี่ยนที่สาเหตุ

ทำสิ่งเดิม ผลลัพธ์ย่อมออกมาแบบเดิมตามที่เคยได้รับ เปรียบเช่นเดียวกับ การทำพฤติกรรมทางการเงินผิดๆเหมือนในอดีต

ย่อมสร้างปัญหาการเงินอย่างที่เคยเป็นมาในอดีด หากยังไม่หยุดคิดที่จะเริ่มปรับปรุงพฤติกรรมทางการเงินหรือสร้างความมั่งคั่ง อาจจะต้องปรับทัศนคติใหม่อย่าง รุ น แ ร ง

ต้องลองอะไรที่แตกต่างไปจากเดิมอย่างสิ้นเชิง เช่นย้ายที่อยู่ใกล้ที่ทำงาน , ใช้รถคันเก่าแทนการเป็นหนี้รถคันใหม่ , การหางานใหม่ที่ให้เงินเดือนที่ดีกว่าเดิม ,

เริ่มต้นธุรกิจหารายได้เสริม เป็นต้น คนประสบความสำเร็จทั่วไปไม่ได้ฉลาดหรือโชคดีกว่าคนอื่น เพียงแต่พวกเขาเลือกใช้เวลาให้มีประสิทธิภาพมากที่สุด

และเห็นคุณค่าการดำเนินชีวิตกว่าคนทั่วไป ดังนั้น ควรคิดอย่างรอบคอบว่า พฤติกรรมตัวเราในตอนนี้ สามารถนำพาเราเข้าใกล้เป้าหมายได้จริงไหม ?

ขอขอบคุณ t h l i f e f i n a n c e

Load More Related Articles
Load More By adminsabailey
Load More In ความรู้

Check Also

9 สิ่งที่ต้องทำ ถ้าคุณจะเป็น “นายตัวเอง”

หลายคนที่เป็นนายตัวเองไม่ได้ ไม่ใช่เพราะไม่มีความสามารถ แต่เป็นเพราะไม่รู้เคล็ดลับดี ๆ ที่…