Home ความรู้ 10 เทคนิค ขอขึ้นเงินเดือนแบบมีชั้นเชิง..คุยยังไงให้ได้ผล

10 เทคนิค ขอขึ้นเงินเดือนแบบมีชั้นเชิง..คุยยังไงให้ได้ผล

13 second read
0
0

บอสคะ…หนูขอขึ้นเงินเดือนได้มั้ยคะ?

ทำงานหนักขนาดนี้ คนเราก็มีความหวัง ที่จะได้ค่าตอบแทนที่มันสมกับความเหนื่อยกันทั้งนั้นล่ะค่ะ

แต่จะให้เดินดุ่มๆ ไปขอขึ้นเงินเดือนกับหัวหน้าเลย มันก็ดูจะแปลกๆ อยู่ ดีไม่ดีเผลอทำบอสไม่พอใจ โดนไล่ออก ขึ้นมาก็เดี๋ยวเป็นเรื่องใหญ่โตอีก

ฉะนั้น มันจึงต้องมี การวางกลยุทธ์ กันสักหน่อย ว่าขอตอนไหน ขออย่างไร และขอเท่าไหร่ เราถึงจะไม่ถูกปฏิเสธ และมีโอกาสได้เงินเดือนมากขึ้น ตามที่ใจเราต้องการค่ะ

10 ทริคดีๆ ขอขึ้นเงินเดือน ให้ได้ผล 

1.ห้าม!! ขอผ่านอีเมล์โดยเด็ดขาด

เข้าใจอยู่ค่ะว่า อีเมล์ มันเป็นช่องทางการสื่อสารที่สะดวกสบายมากกว่า แถมยังช่วยลดความอึดอัดของการคุยกันได้อีกด้วย

แต่เรื่องสำคัญๆ แบบนี้ ไม่ควรเลยที่จะคุยกันผ่านตัวอักษรค่ะ เพราะมันอาจจะแสดงให้เห็นว่าคุณไม่เป็นมืออาชีพก็เป็นได้

2.อย่า!! คุยเรื่องนี้ในช่วงที่หัวหน้ากำลังยุ่งอยู่

ไม่มีใครชอบถูกรบกวน เวลามีงานเร่งอยู่ในมือจริงมั้ยคะ แล้ว หัวหน้า ของคุณก็คงไม่ชอบเหมือนกัน

ถ้าคุณเดินเข้าไปคุยเรื่องเงินเดือน ในช่วงเวลาที่เขากำลังซีเรียสอยู่หรือมีงานด่วนกองเต็มโต๊ะไปหมดแบบนี้

คุณต้องลองกะเวลาเข้าไปคุยให้ดีค่ะ ดูลาดเลาสถานการณ์รอบข้างก่อนว่า

หัวหน้าของคุณอยู่ในอารมณ์ที่พร้อมคุยมั้ย หรือเขากำลัง เ ค รี ย ด เรื่องอะไรอยู่หรือเปล่า เพราะถ้าพลาดเข้าไปคุยผิดที่ผิดเวลา อาจจะโดนดุกลับมาแทนก็ได้นะคะ

3.อย่า!! ใช้อารมณ์ รุ น แ ร ง ในการเจรจา

เรื่องเงิน เป็นเรื่องละเอียดอ่อนมาก ทั้งสำหรับพนักงานเองและก็บริษัทของคุณค่ะ

ดังนั้น ถ้าคุณคิดจะเข้าไปขอขึ้นเงินเดือน เราแนะนำให้คุณเข้าไปคุยด้วยเหตุผล และอย่าใช้อารมณ์ในการเจรจาค่ะ

บางคนเข้าไปคุยด้วยอารมณ์ รุ น แ ร ง เรียกร้องจะเอาเงินเดือนขึ้นเดี๋ยวนี้เท่านั้น ไม่อย่างงั้นจะ ขอลาออก

ซึ่งการยื่นคำขาดแบบไม่คิดหน้าคิดหลังแบบนี้ นอกจากมันจะไม่เป็นประโยชน์กับตัวคุณแล้ว

มันอาจจะ เ สี่ ย ง ทำให้บริษัทไม่พอใจแล้วไล่คุณออกเดี๋ยวนั้นเลยก็ได้ค่ะ

4.อย่า!! เอาเงินเดือนของคนอื่นมาอ้าง

อีกกรณีหนึ่งที่เจอบ่อยๆ คือ บางคนชอบเอาเงินเดือนของเพื่อนร่วมงานมาอ้างค่ะ เช่น ทำไมทำงานเหมือนกัน

แต่คนนั้นได้เยอะกว่า ไม่ยอม อ ย า ก ได้เงินเยอะๆ บ้าง หรือ บางคนถึงขั้น ใ ส่ ร้ า ย

เอาเรื่องเม้าท์ ของคนอื่นมาฟ้องหัวหน้า เพื่อทำให้ตัวเองดูดี แบบนี้ ไม่เวิร์คแน่นอนค่ะ

คุณควรจะโฟกัสที่ผลการทำงานของตัวเอง พ ย า ย า ม แสดงข้อดีของตัวเองให้หัวหน้างานรู้

แทนที่จะเอาเรื่องของคนอื่นมาอ้างแบบนี้ เพราะนอกจากไม่น่าให้เงินเพิ่มแล้ว ยังทำให้คุณดูไม่โปรอีกด้วยล่ะค่ะ

5.เดินไปขอ ตอนที่เราปิดโปรเจกต์ใหญ่ๆ ได้

เมื่อคุณได้รับมอบหมายให้ทำโปรเจกต์ใหญ่ๆ และมันก็ ประสบความสำเร็จ อย่างมาก

สร้างกำไรให้บริษัทได้อย่างมหาศาล และทำให้หัวหน้าของคุณยิ้มไม่หุบแบบนี้ นี่แหละค่ะ เป็นสัญญาณที่ดีที่จะขอขึ้นเงินเดือนเลย

เพราะมันหมายความว่า คุณมีความสามารถและทำงานได้อย่างดีเยี่ยม

ซึ่งเป็นเหตุผลที่มีน้ำหนักมากพอ ที่คุณควรจะได้รับรางวัลตอบแทนเป็นโบนัสเล็กๆ น้อยๆ หรือเงินเดือนที่มากขึ้น นั่นเองค่ะ

6.ซ้อมให้มั่นใจ ก่อนเดินเข้าไปขอขึ้นเงินเดือน

ทำการใหญ่ ใจต้องนิ่งค่ะ อยู่ๆ คุณจะ อ ย า ก ได้เงิน แล้วเดินเข้าไปขอเลยมันไม่ถูกต้อง

เพราะถ้าคุณไม่มีเหตุผลสนับสนุนที่เพียงพอในการต่อรองแล้ว คงไม่มีใครยอมอนุมัติคำขอของคุณง่ายๆ หรอกค่ะ

เพราะฉะนั้น การเตรียมตัว เป็นสิ่งสำคัญค่ะ เมื่อคุณรู้สึกว่า คุณทำงานมานานและมีผลงานเหมาะสมที่จะได้รับเงินเพิ่มจริงๆ

ให้คุณลองเขียนเหตุผลดู ว่าทำไมบริษัทถึงควรจะขึ้นเงินเดือนให้กับคุณ

หรือคุณอาจจะเตรียมสรุปผลงานที่ผ่านมาเล็กน้อย ไว้ให้หัวหน้าลอง อ่ า น ประกอบการพิจารณาดูก็ได้ จากนั้นให้ลองซ้อมบทพูดสักนิด

เพื่อที่เวลาเข้าไปจะได้มั่นใจ และสื่อสารได้ตรงประเด็นค่ะ

7. กะช่วงเวลา ที่เข้าไปขอให้ดีๆ

บริษัทส่วนใหญ่ จะมี ระยะเวลาปรับโครงสร้างเงินเดือน ให้กับพนักงานอยู่แล้ว เช่น หลังผ่านช่วงโปรฯ หลังการประเมินทุกๆ 3 หรือ 6 เดือน เป็นต้น

ซึ่งบางบริษัทอาจจะบอกหรือไม่บอกคุณถึงช่วงเวลาเหล่านี้ก็ได้

ดังนั้น คุณอาจจะลองเข้าไปถาม HR ดูว่าจะปรับเงินเดือนในช่วงไหน แล้วจึงเข้าไปขอขึ้นเงินเดือนในช่วงนั้น เท่านี้มันก็มีโอกาสที่คุณจะได้รับการอนุมัติมากขึ้นแล้วค่ะ

8.แต่งตัวดี มีชัยไปกว่าครึ่ง

ถึงแม้ออฟฟิศของคุณ จะไม่มีกฎที่ต้องแต่งตัวเนี๊ยบอยู่ตลอดเวลา แต่เมื่อถึงช่วงเวลาที่ต้องเข้าประชุมงาน

หรือเข้าไปขอเงินเดือนเพิ่มแล้ว การสละเวลาในการแต่งตัวให้ดูสุภาพ ทางการสักนิด จะช่วยให้คุณดูดีและดูน่าเชื่อถือขึ้น

ในสายตาของ เพื่อนร่วมงาน และหัวหน้าได้เพิ่มเป็นร้อยเท่าเลยละค่ะ

9.มีแผนสำรอง ไว้เผื่อโดนปฏิเสธ

การขึ้นเงินเดือน มันต้องดูปัจจัยหลายๆอย่าง เช่น คะแนนประเมินของคุณ ผลการทำงานที่ผ่านมา งบของบริษัทในช่วงนั้น

และอีก ส า ร พั ด ซึ่งถ้าปัจจัยต่างๆ มันไม่เอื้อจริงๆ คุณอาจจะโดนปฏิเสธการขึ้นเงินเดือนได้เหมือนกันค่ะ

ฉะนั้นถึงแม้ขึ้นเงินเดือนไม่ได้ แต่คุณยังสามารถส่งคำขออื่นๆ ที่น้อยลงมาได้อยู่ค่ะ เช่น ขอ work from home อาทิตย์ละครั้ง หรือ ขอโทรศัพท์ใหม่เพื่อใช้ติดต่อลูกค้า เป็นต้น

ซึ่งคำขอเล็กๆ เหล่านี้ มันจะช่วยให้ ชีวิตการทำงาน ของคุณสะดวกสบายขึ้น และมันยังมีโอกาสที่บอสจะ say yes ได้มากกว่าด้วยค่ะ

10.พ ย า ย า ม อย่า เอาเรื่องส่วนตัวมาใช้ในการขอ

เราทุกคน มีเหตุผลที่จะต้องใช้เงินกันทั้งนั้นค่ะ แต่แทนที่คุณจะเอาเหตุผลส่วนตัวมาพูด

เช่น แฟนเพิ่งออกจากงานไม่ค่อยมีเงิน เล่นหุ้นมาขาดทุนเยอะมาก หรือ มีภาระลูก 4 คนต้องเลี้ยงดู

คุณควรจะเอาคุณสมบัติเรื่องงานมาคุยกันจะดีกว่า ว่าทำไมคุณจึงควรได้รับเงินเดือนที่สูงขึ้น เพราะเรื่องบางเรื่องไม่เอามาพูด อาจจะเป็นผลดีกับตัวคุณมากที่สุดค่ะ

ถึงแม้คุณจะทำตามทุกข้อในบทความนี้ แต่อย่าเพิ่งคาดหวังว่าคุณจะได้รับเงินเดือนเพิ่มแบบทันทีนะคะ

เพราะอย่างที่บอกว่ามันมีปัจจัยหลายอย่างมากๆ ที่มีผลตอการขึ้นเงินเดือน

แต่สิ่งที่แน่นอนที่สุด คือ ตัวคุณเอง ค่ะ ถ้าคุณมีความขยัน ตั้งใจ อดทน และทำผลงานได้ดีมีประสิทธิภาพ

เมื่อถึงเวลาอันสมควร คุณก็จะได้รับค่าตอบแทนที่สมกับความสามารถของคุณอย่างแน่นอนเลยค่ะ

 

ขอขอบคุณ r a b b i t f i n a n c e

Load More Related Articles
Load More By adminsabailey
Load More In ความรู้

Check Also

9 สิ่งที่ต้องทำ ถ้าคุณจะเป็น “นายตัวเอง”

หลายคนที่เป็นนายตัวเองไม่ได้ ไม่ใช่เพราะไม่มีความสามารถ แต่เป็นเพราะไม่รู้เคล็ดลับดี ๆ ที่…