Home ความรู้ 7 ข้อคิดเรื่องเงิน รู้ไว้อนาคตจะไม่ลำบาก

7 ข้อคิดเรื่องเงิน รู้ไว้อนาคตจะไม่ลำบาก

4 second read
0
0

1. สนุกกับใช้เงินมากกว่าหาเงิน

ในขณะที่คุณกำลังสนุกกับการวางแผนการใช้เงินในวันหยุดพักร้อนจนไม่คำนึงถึงเงินในกระเป๋า

คนที่ประสบความสำเร็จทางการเงินกลับเลือกที่จะสนุกสนานกับการหาเงินไม่ว่าจะมากหรือน้อยแทน

เพราะคนรวยจะไม่เพียงแค่คิดว่าสิ้นปีนี้จะไปเที่ยวไหน แต่พวกเขาจะคิดวางแผนด้วยว่าปีหน้าจะหาเงินได้ยังไงบ้าง

เพราะฉะนั้นถ้าคุณสนุกกับการหาเงินไม่แพ้การใช้เงิน คุณจะสามารถหาเงินได้มากขึ้นและกลายเป็นคนรวยได้เหมือนกัน

และถึงเวลานั้นเรื่องเงินก็จะไม่ใช่ปัญหาของคุณอีกต่อไป

2. เลือกราคาแทนความคุ้มค่า

พวกคนรวยรู้ดีว่าการซื้อสิ่งของที่มีราคาถูกกว่า ไม่ใช่ทางเลือกที่ฉลาดที่สุดในการใช้เงินเสมอไป

พวกเขาไม่ได้ดูที่ราคาถูกหรือแพง แต่พวกเขาจะพิจารณาที่ประโยชน์และความคุ้มค่าใน ร ะ ย ะ ย า ว เช่น การซื้อรองเท้าสักคู่

คุณจะเลือกซื้อรองเท้าแบบใดระหว่าง รองเท้าราคาถูกแต่พังง่าย กับรองเท้าที่มีราคาแพงกว่าแต่ก็มีคุณภาพสมราคาและใช้ได้นานกว่า

หากคุณยังมองหาแต่สินค้าที่มีราคาถูกที่สุด คุณต้องเปลี่ยนความคิดเสียใหม่ เป็นการเลือกสินค้าที่คุ้มค่าเงินมากที่สุดแทน

นอกจากนี้หลักการ พิจารณาหาทางเลือกที่คุ้มค่าเงินมากที่สุด ยังสามารถนำไปประยุกต์ใช้ได้กับการใช้เงินในเรื่องอื่น ๆ

เช่น การตัดสินใจกู้ยืมเงินจากธนาคาร ในการซื้อบ้าน การซื้อหรือจัดไฟแนนซ์รถ หรือแม้แต่การทำประกัน

จำให้ขึ้นใจว่าคุณมีทางเลือกมากมายในมือก่อนที่คุณจ่ายเงินในแต่ละครั้ง จงเลือกในสิ่งที่คุณคิดว่าคุ้มค่าที่สุด แต่ไม่ใช่ถูกที่สุด

3. เก็บเงินได้แต่ไม่กล้าลงทุน

บางคนเชื่อว่าถ้า อ ย า ก ร ว ย ต้องประหยัดอดออมมาก ๆ ซึ่งเป็นสิ่งที่ถูกแต่ถูกเพียงแค่ครึ่งเดียวเท่านั้น คุณต้องทำอย่างอื่นมากกว่าแค่การประหยัด

โดยการหาวิธีสร้างรายได้อื่น ๆ นอกเหนือจากเงินเดือน ซึ่งอาจจะเป็นการ เ ล่ น หุ้ น เ ก็ ง กำ ไ ร ลงทุนในกองทุนรวมต่าง ๆ หรือต่อยอดธุรกิจอื่น ๆ

เพื่อให้เงินของคุณงอกเงย และช่วยให้คุณขยับเข้าใกล้เป้าหมายทางการเงินของคุณได้เร็วขึ้น

ถ้าคุณไม่กล้าลงทุนหรือกลัวเงินทุน (หรือเงินออมทั้งชีวิต) ของคุณจะสูญเปล่า ประเมินตัวเองว่าคุณมีความพร้อมแค่ไหนก่อนการลงทุน

ให้ลองศึกษาการลงทุนในรูปแบบใดก็ได้ที่คุณสนใจดูก่อน เพื่อทำความคุ้นเคยกับมันก่อนการลงทุนด้วยเงินจริง

โดยคุณอาจใช้ความถนัดในสาขาอาชีพที่คุณทำงานอยู่ หรือ การศึกษาหาความรู้เพิ่มเติมอย่างจริงจัง

เป็นปัจจัยประกอบการตัดสินใจในธุรกิจประเภทนั้น ๆ จำไว้ว่าการกลัวจนไม่กล้าลงทุนใด ๆ ก็เหมือนกับการย่ำอยู่กับที่บนเส้นทางสู่การเป็นเศรษฐีของคุณ

4. ไม่วางแผนการเงินล่วงหน้าสำหรับเรื่องใหญ่ ๆ ในชีวิต

คนที่ประสบความสำเร็จทางการเงินจะรู้ว่า ตลอด ชั่ ว ชีวิตของคนเราจะมีจุดเปลี่ยนสำคัญ ๆ ในชีวิตที่ต้องมีเรื่องเงิน มาเกี่ยวข้อง

เช่น การแต่งงาน การมีลูก การซื้อรถ การซื้อบ้าน หรือ ภาระอื่น ๆ ที่จำเป็นต้องใช้เงินก้อนใหญ่

แน่นอนว่าพวกเขามีแผนเตรียมพร้อมไว้สำหรับเหตุการณ์ในอนาคตเหล่านี้

พวกเขาเลือกที่จะเป็นผู้ควบคุมสถานการณ์แทนที่จะให้ปัญหาทางการเงินเหล่านั้นควบคุมพวกเขาใน ย า ม วิ ก ฤ ต

ถ้าคุณยังไม่มีแผน ไม่ต้องกังวลใจไป หากชีวิตของคุณมีเรื่องใหญ่ ๆ ที่ต้องใช้เงินเกิดขึ้น

ให้พิจารณาอย่างรอบคอบจากสถานะการเงินส่วนตัวของคุณ แล้วค่อย ๆ ปรับเปลี่ยนแผนการใช้จ่ายตามสถานการณ์

แต่ถ้าเป็นไปได้ก็ให้เริ่มวางแผนใน ร ะ ย ะ ย า ว เช่น การตั้งเป้าเก็บเงินซื้อบ้าน

แม้รายได้ในปัจจุบันของคุณจะยังไม่สามารถทำเช่นนั้นได้

การวางแผนไว้ล่วงหน้าไม่ใช่การเพ้อฝัน แต่เป็นการเตรียมพร้อมสำหรับความจำเป็นที่ต้องเกิดขึ้นสักวันในอนาคตอย่างแน่นอน

ถึงเรื่องบางเรื่องจะไม่ใช่เรื่องเร่งด่วนที่กำลังจะเกิดขึ้นในวันพรุ่งนี้ แต่ถ้าคุณมีวิธีจัดการกับอนาคตไว้ล่วงหน้าแล้ว

เมื่อเวลานั้นมาถึง คุณจะนึกขอบคุณในความรอบคอบของตัวเองในวันนี้

5. ใช้จ่ายเกินตัว

ลองจินตนาการดูว่าถ้าคุณรวยพันล้าน คุณจะใช้จ่ายอย่างไร ท่องเที่ยวด้วยเรือสำราญส่วนตัวในทุกวันหยุดสุดสัปดาห์

หรือเดินทางรอบโลกเป็นว่าเล่น แต่ในความเป็นจริงแล้วคนที่รวยเป็นพันล้านไม่ได้ใช้เงินฟุ่มเฟือยอย่างที่เราเข้าใจเสมอไป

คนที่ร่ำรวยมักจะตัดสินใจทางการเงินด้วยการประเมินจากสถานะทางการเงินในปัจจุบันรวมไปถึงเป้าหมายที่มีในอนาคต

พวกเขารู้จักประมาณตนในการใช้จ่ายแต่ละครั้ง ที่สำคัญที่พวกเขาร่ำรวยขึ้นมาได้เพราะพวกเขารู้จัก “หาเงิน” ไม่ใช้รู้จักแต่ “ใช้เงิน” เพียงอย่างเดียว

ถ้าคุณรู้ตัวว่ามีพฤติกรรมใช้เงินเกินตัว หรือมีรายจ่ายที่หมดไปกับสิ่งฟุ่มเฟือยที่เกินกำลังทรัพย์ คุณต้องรู้จักประเมินตัวเองใหม่

เราได้รู้ว่ามหาเศรษฐีระดับโลกรวยได้เพราะพวกเขารู้จักวิธีทำให้รายรับและรายจ่ายของพวกเขาสมดุลกัน

คือมีรายได้ไม่น้อยกว่ารายจ่าย ด้วยการประหยัดทุกบาททุกสตางค์ก่อนที่คุณจะจ่ายเงินในแต่ละครั้ง

6. เสียเงินไปกับ ค่ า ธ ร ร ม เ นี ย ม ต่าง ๆ

สิ่งที่ทำให้บรรดาคนรวยแตกต่างจากคนธรรมดาทั่วไปก็คือ พวกเขาจะไม่ยอมให้เงินแม้แต่สตางค์แดงเดียวของพวกเขาสูญเปล่าไปกับเรื่องเล็ก ๆ

อย่างการจ่ายค่า ธ รร ม เ นี ย ม ค่าปรับ หรือ ด อ ก เ บี้ ย ต่าง ๆ เช่น พวกเขาจะไม่ยอมชำระค่าบริการต่าง ๆ ช้ากว่ากำหนดจนเป็นเหตุให้ต้องเสียค่าปรับ

ถ้าคุณคิดว่าการเสียค่า ธ ร ร ม เ นี ย ม ยิบย่อยต่าง ๆ เป็นเรื่องเล็ก ๆ ลองคำนวณมูลค่าของค่า ธ ร ร ม เ นี ย ม ค่า ด อ ก เ บี้ ย

หรือค่าปรับทั้งหมดในแต่ละเดือนที่คุณต้องจ่ายไป แล้วคุณจะเห็นว่าเรื่องนี้ไม่ใช่เรื่องเล็ก ๆ อย่างที่คิด

เพราะเงินจำนวนดังกล่าวเมื่อรวมกันสามารถนำไปใช้จ่ายในเรื่องอื่น ๆ ได้อีกมากมาย

ใส่ใจกับการจ่ายค่างวดรถ ค่าบ้าน ค่าประกัน หรือค่า บั ต ร เ ค ร ดิ ต ให้ตรงเวลาทุกครั้ง เพื่อป้องกันการเสียเงินโดยใช่เหตุในทุกครั้งที่ต้องจ่ายเงิน

7. ไม่ประเมินสถานะการเงินตัวเอง

การไม่ใส่ใจกับการทำบัญชีรายรับรายจ่ายคือความคิดที่ผิด เพราะการใช้เงินโดยไม่ทำบัญชี

หรือประเมินสถานะทางการเงินส่วนบุคคลอย่างสม่ำเสมอจะทำให้คุณไม่สามารถเก็บเงินได้ พูดง่าย ๆ คือ มีเงินเท่าไหร่คุณก็จะใช้หมด

เพราะไม่มีการวางแผนการเงินทั้งแบบระยะสั้นที่เกี่ยวกับค่าใช้จ่ายรายวันของคุณ และใน ร ะ ย ะ ย า ว เช่นการออมเงินเพื่ออนาคต

จนอาจทำให้คุณเป็นหนี้ ไม่มีเงินสำรอง ย า ม ฉุ ก เ ฉิ น และทำให้ไม่มีเงินออมเพียงพอในบั้นปลายของชีวิตหลังเกษียณ

ขั้นแรกคุณต้องรวบรวมข้อมูลทางการเงินจากบัญชีธนาคารของคุณ โดยมีรายละเอียดต่าง ๆ เช่น รายรับ รายจ่าย ในแต่ละเดือน

จากนั้นประเมินสถานะเปรียบเทียบแต่ละเดือนว่ามีพัฒนาการทางการเงินเป็นอย่างไร

เมื่อคุณรู้พฤติกรรมการใช้เงินของตัวเองอย่างถ่องแท้แล้ว คุณจะตัดสินใจทางการเงินในครั้งต่อไปได้อย่างรอบคอบมากขึ้น

ขอขอบคุณ j o b t h a i

Load More Related Articles
Load More By adminsabailey
Load More In ความรู้

Check Also

8 คำที่ต้องบอกตัวเอง “เมื่อชีวิตเริ่มรู้สึกนอยด์ รู้สึกท้อใจ”

รู้มั้ยว่าสิ่งที่จะทำให้คุณมีความสุขได้อีกอย่างหนึ่งก็คือ การ บอกตัวเอง เพื่อให้รู้สึกดีขึ…