Home ความรู้ 7 วิธีวางแผนการเงิน คนที่อยากมีเงินเก็บ อยากมีอนาคตที่ดีขึ้น

7 วิธีวางแผนการเงิน คนที่อยากมีเงินเก็บ อยากมีอนาคตที่ดีขึ้น

7 second read
0
0

การมีเงินเก็บคือเป้าหมายประจำปีของทุกคน ซึ่งแต่ละคนต่างก็มีวิธีการเก็บเงินที่แตกต่างกันออกไป

แต่ส่วนใหญ่แล้วมักจะพ่ายแพ้ในเวลาอันสั้น แล้วกลายเป็นว่าสิ้นปีเงินเก็บเหลือเท่าเดิม หรือไม่ก็เพิ่มขึ้นจากเดิมแค่หลักร้อยหลักพัน

เรียกได้ว่าเป็นความล้มเหลวทางการเงินโดยสิ้นเชิง วันนี้เรามีวิธีเก็บเงินให้ได้ผลสำหรับคนที่เพิ่งเริ่มต้นอย ากจะมีเงินเก็บสักครั้งในปีนี้มาบอก

ยังไม่ต้องไปถึงเก็บยังไงให้ได้เงินแสน เงินล้านก่อนสิ้นปี วิธีนี้แทบจะเป็นไปไม่ได้ถ้าคุณไม่บังเอิญถูกหวย

เอาแค่มีเงินเก็บหลักหมื่นและใช้ชีวิตได้ราบรื่นไม่ขัดสนเหมือนปีที่ผ่านๆ มาก็พอแล้วเนอะ เอาไว้ปีต่อไปค่อยเริ่มเป้าใหม่ที่ใหญ่กว่าเดิม

1.สำรวจหนี้ของตัวเองก่อนเริ่มเก็บเงิน

ก่อนจะมีเงินเก็บสำคัญที่สุดคือเราต้องรู้ก่อนว่ามีหนี้เท่าไหร่ที่ต้อง ผ่ อ น ทุกเดือน เช่น หนี้บัตรเครดิต หนี้ค่า ผ่ อ น รถ หนี้บ้าน หนี้อื่นๆ

แล้วมาวิเคราะห์ดูว่าหนี้ไหนที่ต้องจัดการเร่งด่วนแล้วจัดการให้จบๆ ไป โดยวิธีคิดและจัดการหนี้คือจัดการหนี้ที่ก่อให้เกิดรายจ่ายเพิ่มเพิ่มก่อน

ยกตัวอย่างเช่นเราต้อง ผ่ อ น บัตรเครดิต กับ ผ่ อ น รถทุกเดือน ซึ่งหนี้ที่มีโอกาสเพิ่มรายจ่ายให้เราก็คือบัตรเครดิต

เพราะเราอาจจะจ่ายแต่ขั้นต่ำ หรือเอาบัตรไปรูดซื้ อสินค้าบางอย่าง นั่นทำให้หนี้บัตรเครดิตแทบจะเป็น อ ม ต ะ ทำยังไงก็ ฆ่ า ไม่ ต า ย ขณะที่หนี้ ผ่ อ น รถ

ถ้า ผ่ อ น ตามกำหนดเดี๋ยวก็หมดเอง และไม่มีรายจ่ายงอกมาจากหนี้ส่วนนี้

พอรู้แล้วว่าหนี้ไหนที่ก่อให้เกิดรายจ่ายก็พย าย าม กั ด ฟั น จัดการไปก่อนให้จบๆ เป็นใบๆ ไป

จากนั้นค่อยเริ่มคิดเรื่องเงินเก็บก็ไม่สาย ปีนี้เก็บไม่ทันก็ไปเริ่มต้นใหม่ปีหน้าแค่อย่าสร้างหนี้เพิ่มก็พอ

2.ทำรายรับ – รายจ่ายให้เป็นนิสัย

การทำบัญชีรายรับรายจ่ายมีอยู่สองบัญชีหลักที่ควรทำคือ ‘รายรับ-รายจ่ายประจำเดือน’ และ ‘รายรับ-รายจ่ายประจำวัน’

โดยรายรับรายจ่ายประจำเดือนนั้นจะทำให้เราเห็นภาพกว้างว่าแต่ละเดือนเรามีค่าใช้จ่ายที่ต้องจ่ายเป็นค่าอะไรบ้าง

จากนั้นเอารายจ่ายประจำเดือนมาดูว่ามีส่วนไหนที่สามารถตัดออกได้ไหมถ้าไม่จำเป็น หรือมีรายจ่ายไหนที่กำลังจะเคลียร์หมดแล้ว

เราจะวางแผนได้ดีขึ้นในการจัดการรายจ่ายประจำ ส่วนรายจ่ายประจำวันมีไว้สำหรับสำรวจตัวเองว่าแต่ละวันเราใช้เงินไปกับสิ่งไหน

เพื่อที่จะเอามาวิเคราะห์ในทุกสิ้นเดือนว่า เราใช้เงินไปกับสิ่งที่จำเป็นหรือไม่จำเป็นแค่ไหน

บางครั้งการบอกตัวเองว่ามื้อนี้กินบุฟเฟ่ต์แค่ 700 บาทครั้งเดียวไม่เป็นไร หรือซื้ อเสื้อผ้าไป 2,000 บาทเดือนละครั้ง ก่อให้เกิดรายจ่ายน้อยกว่าการใช้จ่ายเล็กๆ น้อยๆ แต่จ่ายทุกวันเสียอีก

ซึ่งถ้าเห็นว่าเราจ่ายเงินในแต่ละวันกับอะไรเราจะรู้ว่าควรตัดสิ่งใดออกไป

3.กำหนดเป้าหมายด้วยการวางแผนการเงิน

การวางแผนการเงินเป็นสิ่งจำเป็นไม่แพ้การทำรายรับ-รายจ่าย เนื่องจากทำให้เราเห็นสถานะทางการเงินของตัวเองที่ชัดขึ้นตลอดทั้งปี

การวางแผนการเงินคือการกำหนดเป้าหมายของเราว่าปีนี้เราจะมีเงินเก็บเท่าไหร่ และจะไปสู่เงินเก็บนั้นด้วยวิธีไหนบ้าง จากนั้นค่อยมาลงรายละเอียดยิบย่อยเพิ่มเติมว่าจะไปสู่เป้าหมายด้วยวิธีไหน

สมมติเราตั้งเป้าว่าจะมีเงินเก็บ 50,000 บาทให้ได้ในปีนี้ก็จะรู้แล้วว่าแต่ละเดือนควรเก็บเงินเท่าไหร่บางคนใช้สูตรเก็บเงิน 10 เดือน อีก 2 เดือนเอาเงินที่ควรจะเก็บไปให้รางวัลตัวเองก็ได้

จากนั้นก็จะมาดูรายจ่ายในแต่ละเดือนว่าจะใช้เงินได้แค่ไหน ช่วงเดือนไหนสามารถไปเที่ยวหรือซื้ อของที่ตัวเองอย ากได้โดยที่ไม่กระทบแผนการเงิน

การวางแผนจะทำให้เราไปสู่เป้าหมายได้ดีขึ้นชัดเจน เห็นอนาคตที่เราจะมีเงินเก็บ

4.นำเงิน 20 – 30% ของเงินเดือนฝากธนาคารทันที

หลายคนมีความคิดว่า ‘เงินเก็บ = เงินที่เหลือจากการใช้จ่ายแต่ละเดือน’ นั่นคือเหลือเท่าไหร่ค่อยเก็บ ซึ่งก็ดีที่แต่ละเดือนเรามีเงินเหลืออยู่บ้าง

แต่มันไม่สม่ำเสมอและเราไม่สามารถบังคับตัวเองให้เก็บเงินได้เป็นก้อนได้มากกว่าการเอาเงินส่วนหนึ่งจากเงินเดือน

ไปฝากธนาคารทันทีที่เงินเดือนเข้าบัญชี เป็นการหักดิบบีบบังคับให้เราเก็บเงินนั่นเอง

การเก็บเงินด้วยวิธีนี้จะทำให้เงินของเรามีมูลค่ามากกว่าเหลือเท่าไหร่ค่อยเก็บ และเป็นการบังคับตัวเองในเรื่องการใช้จ่ายได้ดีกว่า

ส่วนเงินเก็บนั้นขึ้นอยู่กับว่าเราไหวที่เท่าไหร่ 20 – 30% ของเงินเดือนก็ว่ากันไป

แล้วคุณจะเห็นว่าสิ้นปีคุณจะมีเงินเก็บมากกว่าปีก่อนๆ แน่นอน

แม้จะแลกมาด้วยความสะดวกสบายในการจับจ่ายที่ลดลง แต่คุณจะเห็นผลตอบแทนในระยะ ย า วที่คุ้มค่า

5.ใช้บัตรเครดิตให้เป็น

บัตรเครดิตคือกับดักของชนชั้นล่างและชนชั้นกลางที่เอาเงินในอนาคตมาใช้ก่อนเพื่อซื้ อของที่อย ากได้

แล้วก็ค่อย ผ่ อ น ขั้นต่ำโดยที่ระหว่างนั้นก็เผลอสร้างหนี้ขึ้นมาเรื่อยๆ โดยคิดแค่ว่า ผ่ อ น ขั้นต่ำได้

แต่พอ ผ่ อ น จริงๆ แล้วเงินต้นไม่ลด แถมหนี้ก็งอกมาเรื่อยๆ ราวกับตัดหัวไฮดร้าที่ตัดยังไงก็ไม่หมด

ในความเป็นจริงแล้วการใช้บัตรเครดิตที่ถูกต้องคือใช้เท่าไหร่จ่ายกลับคืนไปเท่านั้นโดยที่เราไม่กระทบกับเงินสดที่มีไว้ใช้ในแต่ละเดือน การใช้บัตรเครดิตที่วางแผนมาดี

นอกจากเราจะไม่เป็นหนี้แล้ว เรายังได้ประโยชน์จากสิทธิพิเศษของบัตรแต่ละใบที่คืนกำไรให้เราในอนาคต

หากอย ากมีเงินเก็บก็จัดการตัวเองเรื่องการใช้บัตรเครดิตให้เป็นก่อน

6.ลงทุนเพื่อเพิ่มมูลค่าให้เงินเก็บ

มีเงินเก็บในธนาคารก็ดี แต่จะไม่ดีเท่าไหร่ถ้าเก็บเอาไว้เฉยๆ เพื่อรอกิน ด อ ก เ บี้ ย เงินฝากประจำที่ก็น้อยมาก

การเก็บเงินที่ถูกวิธีคือการเก็บเงินแล้วงอกเงยเป็นกอบเป็นกำ ดังนั้นลองศึกษาเรืองการลงทุนเพิ่มเติม การลงทุนในที่นี้ไม่ได้หมายถึงให้คุณเอาเงินไปซื้ อหุ้น

หรือทุ่มกับการเก็งกำไรอสังหาริมทรัพย์ อย่าเพิ่งเปรี้ยวขนาดนั้น

แต่เป็นการลงทุนกับสิ่งที่มี ค ว า ม เ สี่ ย ง พอรับได้ และได้ผลตอบแทนดีกว่า ด อ ก เ บี้ ย เงินฝาก

เช่น เข้าโครงการกองทุนสำรองเลี้ยงชีพที่บริษัทจัดให้, ซื้ อกองทุน R M F / L M F หรือซื้ อประกันแบบออมเงิน

การลงทุนเหล่านี้นอกจากจะมี ค ว า ม เ สี่ ย ง ไม่มากแล้ว ยังมีผลประโยชน์คุ้มครองเช่น ได้ทุนประกันชีวิต

หรือการลดหย่อนภาษี หากคุณเอาเงินไปดองในธนาคารเฉยๆ นอกจากมูลค่าจะไม่เพิ่มแล้วยังลดลงเพราะเงินเฟ้ออีกด้วย

7.ประหยัดในสิ่งที่จำเป็นๅ

คำว่า ‘ประหยัด’ ในที่นี้ไม่ได้หมายถึงให้คุณใช้ชีวิตอย่างลำบากอดมื้อกินมื้อเพื่อเก็บออม แบบนั้นไม่แนะนำ

แต่คำว่าประหยัดหมายถึงจับจ่ายเท่าที่จำเป็น คำว่า ของมันต้องมี เนี้ย เป็นวลีที่ไม่ควรไปเชื่อคำยุเด็ดขาด

เพราะนอกจากคุณจะมี ‘ของ’ เพิ่มเข้ามาในชีวิตแล้ว คุณก็จะไม่ได้อะไรเพิ่มอีกเลยที่ก่อให้เกิดมูลค่า

ดังนั้นเวลาจะซื้ ออะไรลองมองย้อนดูก่อนว่าซื้ อแล้วเราจะเดือดร้อนไหม หนี้เก่าหมดหรือยังจะสร้างหนี้ใหม่น่ะ

ถ้าซื้ อแล้วต้องมาคิดแบบนี้อย่าเพิ่งซื้ อ เข้าใจอยู่ว่าบางทีก็เลี่ยงไม่ได้ ของบางอย่างเราอย ากจะได้จริงๆ หรือจำเป็นจริงๆก็ซื้ อไปถ้าไม่เดือดร้อน

หรือไม่กระทบแผนการเงินที่เราวางไว้ (ดังนั้นเราถึงอย ากให้วางแผนทางการเงินเสมอทุกปีแล้วจะเห็นว่าช่วงไหนจ่ายได้ ช่วงไหนควรเก็บ) แต่ที่สุดแล้วความประหยัดนี่แหละจะนำมาซึ่งความมั่นคง

 

ขอขอบคุณ mangozero

Load More Related Articles
Load More By adminsabailey
Load More In ความรู้

Check Also

9 สิ่งที่ต้องทำ ถ้าคุณจะเป็น “นายตัวเอง”

หลายคนที่เป็นนายตัวเองไม่ได้ ไม่ใช่เพราะไม่มีความสามารถ แต่เป็นเพราะไม่รู้เคล็ดลับดี ๆ ที่…